จีนตอบโต้ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกฟิลิปปินส์ ปมฝึกร่วมสหรัฐฯ
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
จีนออกมาตอบโต้กรณีกองกำลังญี่ปุ่นเข้าร่วมฝึกร่วมกับสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ หลังประเด็นนี้ถูกโยงกับบาดแผลจากสงครามโลกครั้งที่ 2
กระทรวงกลาโหมของจีนออกมาแสดงท่าทีต่อกรณีกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นเข้าร่วมการฝึกร่วมกับสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ โดยประเด็นที่ถูกจับตาคือการยกพลขึ้นบกของฝ่ายญี่ปุ่นในฟิลิปปินส์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นครั้งแรกหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีกองกำลังปฏิบัติการของญี่ปุ่นทำภารกิจลักษณะนี้บนแผ่นดินฟิลิปปินส์
เรื่องนี้ถูกหยิบขึ้นถามในการแถลงข่าวประจำของกระทรวงกลาโหมจีน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026 ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้สื่อข่าวถามถึงการเข้าร่วมฝึกร่วมของญี่ปุ่น ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากกลุ่มผู้เสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และองค์กรภาคประชาชนในฟิลิปปินส์
จีนโยงท่าทีญี่ปุ่นกับบาดแผลประวัติศาสตร์
พันเอก จาง เสี่ยวกัง โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน ตอบคำถามดังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชี้ชัดไปยังประเด็นประวัติศาสตร์ โดยกล่าวว่า “ผู้ที่เคยก่อความรุนแรงยังคงไม่ได้สำนึกผิดอย่างแท้จริง แล้วบาดแผลทางประวัติศาสตร์จะเยียวยาได้เมื่อใด?”
คำตอบนี้ทำให้ประเด็นการฝึกทางทหารไม่ได้ถูกมองแค่ในมิติความมั่นคงปัจจุบัน แต่ถูกผูกเข้ากับความทรงจำเรื่องสงครามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทันที สำหรับผู้อ่านไทย จุดที่ควรจับตาคือฟิลิปปินส์เป็นประเทศอาเซียนเช่นเดียวกับไทย และความเคลื่อนไหวทางทหารในทะเลและหมู่เกาะรอบภูมิภาคนี้มักส่งแรงสั่นถึงสมดุลความมั่นคงของอาเซียนโดยตรง
จาง เสี่ยวกังยังระบุว่า ประเทศที่เกี่ยวข้องควรไม่ลืมบทเรียนอันเจ็บปวดจากประวัติศาสตร์ รับฟังเสียงของประชาชนให้มากขึ้น และหยุดการสร้างความแตกแยกกับการเผชิญหน้า ถ้อยคำนี้สะท้อนท่าทีของจีนที่ต้องการวางกรอบญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่ยังถูกจับตาจากอดีตทางทหาร
ฟิลิปปินส์กลายเป็นพื้นที่ซ้อนทับของอดีตกับปัจจุบัน
ฟิลิปปินส์ในข่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ฝึกซ้อม แต่กลายเป็นฉากที่อดีตสงครามและความร่วมมือทางทหารยุคใหม่มาบรรจบกัน ภาพของกองกำลังญี่ปุ่นที่ขึ้นบกในฟิลิปปินส์จึงมีน้ำหนักทางความรู้สึกมากกว่าการฝึกภาคสนามทั่วไป โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้เสียหายและเครือข่ายภาคประชาชนที่ยังมองประวัติศาสตร์สงครามเป็นเรื่องค้างคา
คำถามที่ตามมาคือ การฝึกร่วมทางทหารในภูมิภาคควรถูกอธิบายด้วยกรอบความมั่นคงปัจจุบันเพียงอย่างเดียวหรือไม่ เพราะสำหรับบางประเทศ ความทรงจำจากสงครามยังไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการมองบทบาทของญี่ปุ่นในเอเชียจนถึงปัจจุบัน
ฝั่งจีนใช้จังหวะนี้ย้ำให้ประเทศในภูมิภาคร่วมกันยับยั้งสิ่งที่เรียกว่า “ลัทธิทหารนิยมรูปแบบใหม่ของญี่ปุ่น” และรักษาสันติภาพกับความสงบสุขในเอเชียแปซิฟิก ถ้อยคำดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าปักกิ่งมองความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นนอกประเทศอย่างระแวดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับความร่วมมือของสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์
สำหรับไทย ข่าวนี้ควรอ่านในฐานะสัญญาณของภูมิรัฐศาสตร์รอบบ้าน ไม่ใช่แค่ข่าวโต้ตอบระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เพราะเมื่อประเทศมหาอำนาจและพันธมิตรเพิ่มบทบาททางทหารใกล้ทะเลและหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาเซียนย่อมต้องรักษาสมดุลระหว่างความร่วมมือ ความทรงจำทางประวัติศาสตร์ และผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของภูมิภาค
เนื้อหาโดย: ไม่รู้ ไม่รู้
แหล่งอ้างอิง: https://news.ifeng.com/c/8skM6KyZLLH
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569
“จังหวัดที่มีชื่อยาวและอ่านยากที่สุดในไทย”
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
วิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”
ส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
5 ภัยเงียบจากการนอนดึก ที่ร่างกายอาจสะสมโดยไม่รู้ตัว
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
อย่าเพิ่งทิ้ง! "ใบกะหล่ำปลีชั้นนอก" ส่วนที่รสชาติแย่ที่สุดแต่กลับมีคุณค่าสูงที่สุดต่อร่างกาย
เนื้อสัตว์ประเภทนี้ไม่ควรนำไปปรุงในหม้อทอดไร้น้ำมันอย่างเด็ดขาด
ตั้งแต่กันยายนนี้เป็นต้นไป ผู้ใช้งาน Android 5.0 หรือต่ำกว่าจะใช้ Whatsapp ไม่ได้อีกต่อไป
มัลแวร์สายพันธุ์ย่อยของ Mirai บุกป่วนแฮกเราเตอร์ และเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิดทั่วโลก
ช่องทางธรรมชาติ...ฟุตบอลโลกคืออะไร??
ญี่ปุ่นเดินหน้าแผนลด VAT อาหารเหลือ 0% ชั่วคราว 2 ปี หวังช่วยค่าครองชีพประชาชน
