รองนายกเขมรเผย "เราไม่สามารถพึ่งพาจีนแต่เพียงฝ่ายเดียวได้!"
รองนายกรัฐมนตรี "ซุน จันทอล" ของกัมพูชา และ รองประธานลำดับที่หนึ่ง ของสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสื่อของอังกฤษว่า "กัมพูชากำลังปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจต่างประเทศใหม่ เพื่อแสวงหาการลดการพึ่งพาจีน ซึ่งเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศเรา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ จากการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ ระหว่างจีนกับอเมริกาที่อาจรุนแรงเกินไปสำหรับประเทศขนาดเล็กอย่างเรา"
"ซุน จันทอล" กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "การที่ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ผู้นำของอเมริกา ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรในอัตราสูงกับหลายประเทศทั่วโลกเมื่อปีที่แล้วนั้น ได้สร้างแรงกระแทกอย่างรุนแรงให้กับกัมพูชา..." และ "ในขณะนั้น เราตระหนักว่าเราไม่สามารถนำไข่ทั้งหมดไปใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียวได้ ประเทศขนาดเล็กแบบเรา ไม่อาจรับภาระจากการถูกบีบให้เลือกข้าง ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างจีนกับอเมริกาได้!!"
"ซุน จันทอล" ใช้อุปมาอุปไมยเพื่ออธิบายสถานการณ์ปัจจุบันว่า "เมื่อช้าง 2 เชือกต่อสู้กัน ทางที่ดีที่สุดคือหลีกออกมา กัมพูชาจะอยู่รอดได้ ก็ต้องรักษาความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ไว้!!"
แรงกดดันด้านภาษีผลักดันกัมพูชา เร่งกระจายความเสี่ยง
ในเดือนเมษายน ปี 2025 รัฐบาลทรัมป์เคยขู่จะเรียกเก็บภาษีสินค้าจากกัมพูชา สูงถึงร้อยละ 49% อย่างไรก็ตาม หลังจากการเจรจาของฝ่ายกัมพูชา อัตราภาษีดังกล่าวถูกปรับลดลงเหลือร้อยละ 19% ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย "ซุน จันทอล" เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเจรจากับอเมริกาในครั้งนั้น
แม้ความเสี่ยงด้านภาษีจะบรรเทาลงชั่วคราว แต่ "ซุน จันทอล" กล่าวว่า "นโยบายของอเมริกาในการจำกัดห่วงโซ่อุปทานของจีน โดยเฉพาะในประเด็น "กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า" กำลังทวีความเข้มงวดขึ้น ซึ่งจะเป็นความท้าทายในระยะยาว ต่อภาคการผลิตของกัมพูชาที่พึ่งพาวัตถุดิบจากจีนเป็นอย่างมาก" และ "เราคาดว่าอเมริกา จะกำหนดสัดส่วนแหล่งที่มาของวัตถุดิบอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประเทศ ที่พึ่งพาชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากจีนแบบกัมพูชา"
ปัจจุบัน อเมริกาเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา คิดเป็นประมาณร้อยละ 40% ของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เช่น เสื้อผ้าและรองเท้า ในขณะที่จีนเป็นแหล่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรายใหญ่ที่สุด เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด และ เป็นแหล่งวัตถุดิบหลักของกัมพูชา โดยคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่ง ของเงินลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด
"ลดความเสี่ยง" ระหว่างจีนกับอเมริกา ไม่ใช่ "เลือกข้าง"
"ซุน จันทอล" กล่าวย้ำว่า "เป้าหมายของกัมพูชาไม่ใช่การตีตัวออกห่างจากจีน แต่เป็นการลดความเสี่ยงเชิงระบบ ที่เกิดจากการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป" และ "เราไม่ได้ต่อต้านประเทศใด เราเพียงต้องการทำให้เศรษฐกิจของเรา มีความมั่นคงมากขึ้น..."
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กัมพูชาได้ดำเนิน "การทูตด้านการลงทุน" อย่างเข้มข้น โดย "ซุน จันทอล" ได้เดินทางเยือนอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ เพื่อส่งเสริมการกระจายการลงทุนด้านการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และ ตลาดส่งออก
"ซุน จันทอล" กล่าวว่า "รัฐบาลกัมพูชา กำลังสนับสนุนให้เงินทุนจากประเทศที่ไม่ใช่จีน เข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตมูลค่าเพิ่มสูง อุตสาหกรรมสนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน และ อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาเชิงโครงสร้างต่อประเทศเดียว"
ความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกและกัมพูชากำลังฟื้นตัว
ในช่วงปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับอเมริกา มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยก่อนหน้านี้ อเมริกาเคยกล่าวหาว่า "จีนมีการประจำการทางทหารอย่างลับๆ ที่ฐานทัพเรือเรียมของกัมพูชา" ซึ่งทั้งจีนและกัมพูชาได้ปฏิเสธมาโดยตลอด ต่อมา เมื่อเรือรบจากเวียดนามและญี่ปุ่นได้เข้าเยือนฐานทัพดังกล่าว ความกังวลของฝ่ายอเมริกาก็เริ่มลดลง
"ซุน จันทอล" กล่าวว่า "ความเข้าใจผิดกำลังค่อยๆคลี่คลาย" และ "คาดว่าในปีนี้จะมีเรือรบของอเมริกาเข้าเยือนฐานทัพเรียม ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการฟื้นฟูความไว้วางใจ ทางทหารระหว่าง 2 ประเทศ"
แสวงหาการพัฒนาอย่างมั่นคง ท่ามกลางแรงกดดันทั้งภายในและภายนอก
ในปัจจุบัน กัมพูชาต้องเผชิญทั้งแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก และ ความท้าทายภายในประเทศ เช่น ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกับประเทศไทย รวมถึงปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและภาคการท่องเที่ยว
ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า "อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชา ในปี 2025 จะชะลอลงจากร้อยละ 6% ในปีก่อนหน้า เหลือประมาณร้อยละ 4.8%"
"ซุน จันทอล" กล่าวย้ำว่า "รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์อย่างจริงจัง และ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ"
การสร้างสมดุลระหว่างจีนกับตะวันตก จะกลายเป็นภาวะปกติใหม่ของกัมพูชา
แม้ว่ากัมพูชาจะพยายามลดความเสี่ยง แต่จีนยังคงเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ย้ำหลายครั้งว่า "ความสัมพันธ์จีน-กัมพูชา มีรากฐานที่มั่นคง" และ "ทั้ง 2 ประเทศเป็น "มิตรแท้เหล็กกล้า" ต่อกันและกัน!!"
นักวิเคราะห์มองว่า "การที่ "ซุน จันทอล" ส่งสัญญาณต่อชาติตะวันตกอย่างเปิดเผย เกี่ยวกับการ "ลดการพึ่งพาจีน" นั้น... เป็นผลจากการพิจารณาด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และ ความเป็นจริงด้านการค้า มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางทางการทูต"
ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างจีนกับอเมริกาที่ทวีความรุนแรงขึ้น กัมพูชากำลังพยายามเดินบนเส้นทางแห่งความสมดุลที่ละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น คือ ไม่แยกตัวออกจากจีน และ ในขณะเดียวกันก็ไม่ถูกอเมริกากีดกันออกจากตลาดโลก
อ้างอิง : https://share.58cam.link/wap/thread/view-thread/tid/834076
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
ไข่มุกถ้ำ (Cave Pearls): อัญมณีที่ไร้สิ่งมีชีวิตสร้าง
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
เซเว่น เตรียมถอนการลงทุนจากเขมร สินค้าเขมรด้อยคุณภาพ ซ้ำวิกฤต ปชช.ไม่มีเงินซื้อ
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุด
ประเทศที่ส่งออกมันสำปะหลังเข้าไทยมากที่สุด
ประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุด มีมูลค่าเงินลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง
เดือดข้ามประเทศ หนุ่มเขมรลูกครึ่งเกาหลีสุดภูมิใจไปไหนมาไหนมีแต่คนทักหน้าเหมือนดาราไทย
ทหารเขมรเผยภาพฐานปฏิบัติการถูกทหารไทยโจมตี เสียหายย่อยยับ ลั่นเปิดเผยได้เท่านี้
พนักงานนำอาหารเหลือกลับมาขายใหม่ อ้างว่าสามารถกินได้ แต่พบแมลงสาบในอาหาร ทำให้เกิดความตกใจ.
เด็กชายจุดไฟเผาหมา "ซามอยด์" จนมันตายคากรง.


