โฆษก ศบค.แถลงยืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดในประเทศไทยอยู่ที่ 1,771 ราย เสียชีวิตรวม 12 คน
จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด -19 ที่ชาวไทยกำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง ซึ่งขณะนี้ มีผู้ป่วยสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 858,447 ราย มีผู้เสียชีวิต 42,147 ในจำนวนนี้มีผู้รักษาหายแล้ว 177,940 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 09.45 น.)
โดยสหรัฐอเมริกายังคงครองอันดับหนึ่งของโลกที่มียอดผู้ป่วยสะสมที่ 188,530 ราย รองลงมาคืออิตาลีที่มียอดผู้ป่วยสะสมที่ 105,792 ราย อันดับสามเป็นสเปนอยู่ที่ 95,923 ราย อันดับสี่เป็นจีนที่ 81,518 ราย และอันดับที่ห้าเป็นเยอรมันนีที่ 71,808 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 09.45 น.)
ล่าสุด ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข และ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้แถลงเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดว่าวันนี้ (1 เมษายน 2563) ประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 120 ราย เสียชีวิต 2 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 12 ราย มีผู้ป่วยสะสม 1,771 ราย ใน 60 จังหวัด

สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 120 คนประกอบด้วยกลุ่มใหญ่ดังต่อไปนี้
กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 51 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 1 ราย กลุ่มสถานบันเทิง 11 ราย กลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 38 ราย และเคยร่วมงานบุญที่ประเทศมาเลเซีย 1 ราย
กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 39 ราย เป็นคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 22 ราย กลุ่มคนต่างชาติมาจากต่างประเทศ 2 ราย กลุ่มผู้ทำงาน, อาศัยในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมากหรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 14 ราย และบุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย
กลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ แต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 30 ราย
สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 120 รายที่พบแบ่งเป็น
- กรุงเทพมหานคร 43 ราย
- สมุทรปราการ 23 ราย
- ภูเก็ต 11 ราย
- กระบี่, นนทบุรี, ปทุมธานี, บุรีรัมย์, สงขลา, ชลบุรี 2 ราย
- ฉะเชิงเทรา, นครปฐม, ศรีสะเกษ, สมุทรสาคร, สระบุรี, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี 1 ราย
- อยู่ระหว่างสอบสวน 24 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิตรายแรก เป็นชายไทยวัย 79 ปี อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีโรคประจำตัว เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง เดินทางไปร่วมงานแต่งงานในมาเลเซียเมื่อวันที่ 7 มี.ค.เริ่มป่วยวันที่ 20 มี.ค.และเข้ารักษาอาการที่ รพ.ของรัฐเมื่อวันที่ 23 มี.ค.แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงกลับมา รพ.อีกครั้งในวันที่ 27 มี.ค.เริ่มมีอาการไข้ 39.1 องศาฯและอาการปอดอักเสบ ต่อมาส่งตัวไปยัง รพ.ประจำจังหวัดก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 30 มี.ค.
ส่วนรายที่ 2 เป็นชายวัย 58 ปี เป็นนักธุรกิจกลับจากประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 12 มี.ค.จากนั้นเริ่มมีอาการป่วยในวันที่ 14 มี.ค.และเข้ารักษาอาการที่ รพ.เอกชนในวันที่ 15 มี.ค.จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 มี.ค.

อ้างอิงจาก: https://www.xn--42c2dgos8bxc2dtcg.com/228054/
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
สัตว์สายพันธุ์หายากมาก ที่ครั้งหนึ่งเคยพบได้ในประเทศไทย
แคมเปญสุดแปลก! ป้ายนักแสดง Netflix พรึ่บโค้งฟาร์มโชคชัย ชาวบ้านโอดหลอนช่วงกลางคืน
บุกจับโรงงานน้ำมะพร้าวผสมน้ำบาดาล
เจาะลึก..อาชีพทำความสะอาดกระจก ตึก "เบิร์จ คาลิฟา" ตึกที่สูงที่สุดในโลก


