สรุปจากประกาศ เป็นการประกาศตั้งศูนย์ covid-19 โดยนายกเป็นผู้บัญชาการ และแจกจ่ายงานให้ปลัดกระทรวงต่างๆ ให้รับผิดชอบงานแตกต่างกันไป
ว่าแต่ละคนจะรับผิดชอบงานด้านไหนบ้าง โดยจะประชุมทุกวัน เพื่อให้การดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน จะไม่มีการปิดร้านค้าอาหารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต และนายกรับปากว่าจะแก้ไขการแถลงการณ์ แถลงข่าวต่างๆ ให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น และจะแถลงวันละครั้งเดียว เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการนำเสนอข่าวไปคนละทิศคนละทาง และขอความร่วมมือสื่อในการนำเสนอข้อมูลให้ถูกต้องเพื่อลดการนำเสนอข่าวปลอม นายกปิดท้ายว่า คนที่ฉวยโอกาสหาประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวะนี้ จะไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของกฏหมายเด็ดขาด
อืม วันนี้ทำดีหน่อย แถลงชัดฟังรู้เรื่อง และเอาข้อติติงของรอบก่อนๆมาแก้ไข เออ แบบนี้โอเคลุง ให้มันชัดเจน ประชาชนพร้อมให้ความร่วมมือแหละจังหวะนี้ ขอแค่ชัดเจนเท่านั้น ช้าไปนิด แต่ถือว่ามาถูกทางละ
นายกรัฐมนตรี แถลงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและร่วมมือกัน ฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
พี่น้องประชาชนครับช่วงเวลาหลายสัปดาห์และหลายเดือนข้างหน้าต่อจากนี้ไป เราอาจจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เลวร้ายและมีช่วงเวลาที่ยากลำบากของประเทศไทย อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ช่วงเวลานี้จะเป็นบททดสอบที่เราทุกคนไม่เคยเผชิญมาก่อน จนถึงวันนี้เราต้องยอมรับความจริง ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ของภาวะวิกฤตจากไวรัสโควิด-19 และสถานการณ์อาจจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและเลวร้ายยิ่งขึ้นกว่านี้ อีกหลายเท่า ซึ่งจะต้องส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ รวมทั้งรายได้และการใช้ชีวิตของคนไทยทุกคน
ด้วยเหตุนี้ ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่างๆ ด้วยความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถหยุดการแพร่ระบาดพร้อมกับลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนทุกคน ให้ได้ ผมจะเข้ามาบัญชาการการจัดการกับไวรัสโควิด-19 ในทุกมิติอย่างเต็มตัว ทั้งด้านการป้องกันการระบาด การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศ จากผลกระทบของโควิด-19 ผมจะเป็นผู้นำในภารกิจนี้และรายงานตรงต่อประชาชนชาวไทยทุกคน โดยจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป
ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้ว และจะยกระดับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ได้ตั้งไว้แล้วให้เป็นหน่วยงานพิเศษ ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกำหนด เพื่อบูรณาการทุกส่วนราชการและสั่งการทุกส่วนราชการ ได้อย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว เนื่องจากสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ เราจำเป็นต้องรวมศูนย์สั่งการไว้ที่เดียวเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนและขจัดปัญหาการทำงานแบบต่างคนต่างทำของหน่วยงานต่างๆ โดยมีผมเป็นประธานจะกำหนดให้
-ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข
-ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในการสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
-ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการควบคุมสินค้าและเวชภัณฑ์
-ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการต่างประเทศและการคุ้มครองช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ
-ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ รายการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง การปราบปราม อาชญากรรม ทุกประเภท
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ รวมทั้งมีทีมงานจากทุกภาคส่วนจะเป็นคณะที่ปรึกษา มีการประชุมร่วมกันทุกวัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับทราบข้อมูลสถานการณ์เป็นภาพเดียวกัน
เมื่อผมแจกจ่ายงานไปแล้ว ทุกฝ่ายจะรับทราบแผนงานทั้งหมดไปพร้อมกัน สามารถทำงานสอดประสานไปในทิศทางเดียวกันได้ ซึ่งผู้ที่จะรายงานต่อประชาชนจะต้องเป็นผม หรือผู้ที่ผมมอบหมายเท่านั้น
สำหรับข้อกำหนดต่างๆ เช่น การห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง การปิดสถานที่เสี่ยง ซึ่งมีการปิดไปบ้างแล้ว การปิดช่องทางเข้าประเทศ การเสนอข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้สูงวัย คนป่วย และเด็กการ ห้ามขึ้นค้า การขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผล การห้ามเสนอข่าวบิดเบือนจะมีการประกาศตามมา หลังจากที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ผมขอยืนยันว่าภายใต้พระราชกำหนดฉบับนี้ จะไม่มีการปิดร้านค้าจำหน่ายสิ่งของ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ข้อกำหนดเหล่านี้อาจจะสร้างความไม่สะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนอยู่บ้าง แต่ก็ขอให้ทุกท่านได้ร่วมมือ และเสียสละส่วนรวมงานหลักๆที่เราจะต้องให้ความสำคัญมากที่สุด และดำเนินการควบคู่กันไปก็คือ งานป้องกันการระบาด ด้วยการควบคุมพื้นที่ทุกพื้นที่และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น Application กำหนดโลเคชั่น มาช่วยในการสังเกตอาการ ฟื้นฟูประเทศจากผลกระทบของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ผมจะปรับปรุงให้การสื่อสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 กับประชาชนให้มีความถูกต้องชัดเจนและครบถ้วน แต่ผมได้สั่งการให้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์และมาตรการต่างๆ รวมถึงคำแนะนำต่อประชาชนเพียงวันละ 1 ครั้ง เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดการบิดเบือนข้อมูล และลดการสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ผมขอยืนยันว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลที่เป็นทางการ ตรงไปตรงมา โปร่งใสและชัดเจน จากเพียงแหล่งเดียวเป็นประจำทุกวัน
นอกจากนี้ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ได้เพิ่มความรับผิดชอบในการรายงานข่าว ขอให้ใช้ข้อมูลจากการแถลงประจำวัน ของทีมสื่อสารเฉพาะกิจ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แทนการขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อให้ท่านเหล่านั้นสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่า หากทำได้เช่นนี้สื่อมวลชนจะเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับภัยโควิด-19 ครั้งนี้
สำหรับผ้ใช้โซเชียลมีเดียทุกท่าน พวกเราคือทีมเดียวกัน ทุกท่านสามารถร่วมแชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง จากการแถลงประจำวัน ช่วยกันรายงานและต่อต้านการแชร์ข่าวปลอมและใช้ความคิดสร้างสรรค์ของท่าน เพื่อจะช่วยให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้รับรู้และเข้าใจข้อมูลได้ง่ายและกว้างขวางยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผมขอเตือนกลุ่มคนที่จะฉวยโอกาส หาผลประโยชน์บนความทุกข์ร้อนความเป็นความตายของประชาชน ให้รู้ไว้ว่าอย่าคิดว่าจะหลุดพ้นไปได้ ผมจะทำทุกอย่างที่จะใช้กฎหมายจัดการกับคนเหล่านี้อย่างรวดเร็วเด็ดขาดและไม่ปราณี
การใช้กฎหมายและข้อกำหนดต่างๆที่เกี่ยวกับการควบคุมโรคเข้มข้นขึ้นมาก ทั่วประเทศทางการเอาผิดผู้ที่ละเมิดกฎหมายและการเอาผิดข้าราชการและเจ้าพนักงานที่ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐอย่างเดียว ไม่สามารถจะฝ่าวิกฤตไปได้เพียงลำพัง ถ้าเราไม่จับมือและดึงภาคส่วนอื่นๆเข้ามาเป็นทีมเดียวกัน กับภาครัฐ ประเทศไทยโชคดีที่มีคนเก่งมากมายอยู่ในภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ที่พร้อมจะช่วยรัฐบาลแก้ไขปัญหา
ภายใน 1 สัปดาห์ผมจะกระจายทีมงานไปทำความเข้าใจกับปัญหาและความต้องการของทุกกลุ่มรวมทั้งรับทราบสภาพของแต่ละกลุ่ม ในการที่จะเข้ามาร่วมมือกันแก้ปัญหา ผมจะดึงคนเก่งเหล่านี้ มาร่วมกันทำงาน ต่อจากนี้ไปมาตรการต่างๆ ที่รัฐจะออกมาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อร้ายนี้จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน ผมขอความร่วมมือและขอให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมทั้งปฏิบัติตามนโยบายป้องกันโรคระบาดนี้อย่างเคร่งครัด บางคนอาจจะรู้สึกว่าเสียสิทธิเสรีภาพแต่ก็เป็นการทำเพื่อปกป้องชีวิตของท่านเอง ของครอบครัวท่านและของคนไทยทุกคน หากเราเข้าใจเข้มงวดและจริงจังในเวลาไม่นาน ผมก็มั่นใจว่าพวกเราจะสามารถก้าวพ้นสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปได้
ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงเวลาที่สร้างความเจ็บปวดและท้าทายความรัก ความสามัคคี ของพวกเราทุกคน และช่วงเวลานี้ก็จะเป็นช่วงเวลาที่จะดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเราคนไทยทุกคนออกมา นั่นก็คือ ความกล้าหาญ ความรัก ที่มีต่อพี่น้องร่วมชาติ ความเสียสละ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นรวมถึง ความเอื้ออาทรต่อกันและกัน ซึ่งจะนำพาให้เราก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ด้วยความสามัคคี ความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ความมีน้ำใจของคนไทย ซึ่งหาไม่ได้จากชาติใดในโลก ไวรัสโควิด-19 ที่น่ากลัวและอันตราย ได้สร้างความเสียหายไปทั่วโลกก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่โควิด-19 ไม่สามารถทำร้ายได้ คือความดีงามในใจและความสามัคคีของคนไทยจะกลับมาเปล่งประกายไปทั่วผืนแผ่นดินไทยกี่ครั้ง
ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอให้คำมั่นสัญญากับทุกคนว่า ผมจะเดินหน้าสุดความสามารถนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ด้วยความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนคนไทยทุกคน อันเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด ผมขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและร่วมมือกัน ฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ประเทศไทยที่รักของเราทุกคนจะต้องกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เราจะสู้ไปด้วยกันและเราจะชนะไปด้วยกันขอบคุณครับ
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
น่ายินดี !!! ไทยเราค้นพบแมงป่องชนิดใหม่ของโลก ซึ่งถูกค้นพบใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด



