เสนอโอนงบเกณฑ์ทหาร-ซื้อเรือดำน้ำฯ 7 หมื่นล้าน สู้โควิด
โพสท์โดย กฤติน พันธ์ดี
21 มีนาคม 2563 ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ที่ก่อนหน้าที่เคยอภิปรายกรณี IO ในสภามาก่อน ล่าสุดได้โพสท์ผ่านเฟซบุ๊ค เสนอรัฐบาล โยกงบเกณฑ์ทหาร-ซื้อเรือดำน้ำ เกือบ 7 หมื่นล้าน สู้โควิด-19 โดยได้โพสท์ระบุว่า
ออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2563 เพื่อรับมือกับ โควิด-19
ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
พอที่จะคาดคะแนกันได้อยู่แล้วนะครับว่า การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ที่เริ่มกระจายตัวในวงกว้าง น่าจะสร้างผลกระทบเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาลแน่นอน เบื้องต้นได้มีนักวิชาการ และนักการธนาคาร ประเมินว่า (https://www.thairath.co.th/news/business/1793854) ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 นั้นจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไทยรวม 749,077 ล้านบาท เป็นเป็น
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว 401,825 ล้านบาท
การบริโภคเอกชนลดลง 117,333 ล้านบาท
การลงทุนภาคเอกชนลดลง 93,894 ล้านบาท และ
การส่งออกสินค้าลดลง 136,025 ล้านบาท
โดย Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ เชื่อว่า GDP ของไทยในปี 2563 น่าจะหดตัวที่ -0.3% (%YOY) (https://www.prachachat.net/finance/news-432078) โดยการท่องเที่ยวน่าจะหดตัวลง 30.5% และส่งออกน่าจะปรับตัวลดลงที่ 5.8%
และมีการประเมินกันว่า หากมีความจำเป็นต้องปิดประเทศเพื่อสกัดกั้นการระบาดของโควิด-19 ก็จะมีความเสียหายทางเศรษฐกิจถึงวันละ 8,000 ล้านบาท หรือเดือนละ 240,000 ล้านบาท เลยทีเดียว (https://www.posttoday.com/social/general/618182) จริงๆ การปิดประเทศ หรือไม่ปิดประเทศ ไม่สำคัญเท่ากับมาตรการการสกัดกั้นการชุมนุมของผู้คน การจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชากร และการตรวจคัดกรอง กักตัว และติดตามอาการ และการเคลื่อนย้าย ของคนที่เดินทางเข้าประเทศจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอย่างเข้มงวด
ตลอดจน การเร่งตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อ และเมื่อพบก็ต้องเข้มข้นในการสอบกลับเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม และนำเอาผู้ติดเชื้อไปรักษา โดยมีการควบคุมบริเวณอย่างเข้มงวด มีการเตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างเต็มที่ อาทิ
- น้ำยาที่ใช้ในการตรวจ และชุดตรวจ ยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และ PPE
- จำนวนเตียง Cohort Ward และมาตรการจัดสรรพื้นที่ในการตรวจวินิจฉัยผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อ และพื้นที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกออกจากผู้ป่วยโรคอื่นๆ
- จำนวนเครื่องช่วยหายใจ ห้องแยกเฉพาะ ห้องความดันลบ (Negative Pressure Room)
- ระบบในการดูแลผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก ที่มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะกินยา และดูแลตัวเองที่บ้าน โดยไม่ออกมาปะปนในชุมชน มีระบบในการตรวจติดตาม หากพบว่าอาการแย่ลง ก็มีระบบในการจัดรถพยาบาลไปรับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างทันท่วงที
ฯลฯ
ถ้ามาตรการเหล่านี้ หากรัฐบาลหละหลวม ปล่อยปละละเลย ให้ประชากรเคลื่อนย้ายไปมา จนจำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้น จนเกินศักยภาพในการรักษาของระบบสาธารณสุข ถึงเวลานั้น ต่อให้รัฐบาลไม่ประกาศปิดประเทศ แต่ด้วยความเป็นรัฐที่ล้มเหลว ประเทศก็จะปิดตัวของมันเองไปโดยปริยาย
เบื้องต้นคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินเอาไว้ว่า หากรัฐบาลไม่สามารถจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชากรได้ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ จะสูงถึง 351,948 คน และจะมีผู้เสียชีวิตถึง 7,039 คน (https://www.khaosod.co.th/politics/news_3789619)
อย่างไรก็ดี รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเตรียมงบประมาณเอาไว้เยียวยาเศรษฐกิจที่เกิดขึืน ในระดับ 1.5 - 2 แสนล้านบาท ซึ่งก่อนที่รัฐบาลจะใช้วิธีการ ออก พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. กู้เงิน เบื้องต้นรัฐบาลควรพิจารณาใช้มาตรา 35 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 ในการโอนงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จากหน่วยรับงบประมาณที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณ มาให้กับหน่วยรับงบประมาณ ที่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการทำภารกิจด้านการสาธารณสุข และการเยียวยาทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อย และแรงงานนอกระบบ (คนไทยที่ทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ รับจ้างทั่วไป หาบเร่แผงลอย ที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม) ที่จนถึงวันนี้ รัฐบาลยังไม่มีมาตรการใดๆ ออกมาอย่างชัดเจน
สำหรับการโอนงบประมาณนั้น เบื้องต้นเท่าที่ประเมินในระยะเวลาอันจำกัด งบประมาณที่โอนมาได้เลย คือ งบประมาณที่อย่างไร ด้วยการระบาดของโรค ก็คงไม่มีทางที่จะสามารถใช้งบประมาณได้ นั่นก็คือ
1) งบประมาณในการเกณฑ์ทหาร ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 หากยังคงตรวจคัดเลือกเกณฑ์ทหารกองประจำการจำนวน 100,000 นาย โดยประมาณ ก็เป็นการเสี่ยงอย่างยิ่ง ที่การระบาดของโรคจะลามเข้าไปยังค่ายทหาร แม้แต่พลทหารบริการ ที่ไปทำงานบริการที่บ้านนายพล หรือบ้านนายพลเกษียณ ก็อาจจะทำให้นายพล และครอบครัวของนายพลติดเชื้อโควิด-19 ไปด้วย ดังนั้น งบประมาณในส่วนนี้ที่ตั้งไว้สูงถึง 1.49 หมื่นล้านบาท (https://www.matichon.co.th/politics/news_1874975) หากยกเว้นการเกณฑ์ทหารในปี พ.ศ.2563 และใช้ระบบอาสาสมัคร เพื่อเชิญชวนให้กำลังพลส่วนหนึ่งที่กำลังจะปลดประจำการ อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเพื่อคงสภาพของกองทัพเอาไว้ ก็น่าจะโอนงบประมาณในส่วนนี้มาได้ 1 หมื่นล้านบาท
2) งบดำเนินงาน 237,351.3 ล้านบาท ประเมินเบื้องต้นว่า ค่าใช้จ่ายในการสัมมนาฝึกอบรม และการจัดอีเว้นต์ต่างๆ น่าจะอยู่ที่ราวๆ ร้อยละ 20 - 25 ของงบดำเนินงาน หรือประมาณ 47,000 - 59,000 ล้านบาท หากประเมินว่ามีการเบิกจ่ายไปพลางก่อนแล้วร้อยละ 40 ก็ยังเหลืองบประมาณในส่วนนี้อีก 28,000 - 35,000 ล้านบาท ซึ่งด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นอยู่นี้ ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะเบิกจ่ายงบประมาณส่วนนี้ ได้ ผมจึงคิดว่า รัฐบาลควรกลับไปทำการบ้าน เพื่อลงรายละเอียดในการดึงเอางบประมาณส่วนนี้ มาใช้ในการรับมือกับโควิด-19 อย่างมีเอกภาพ ซึ่งเบื้องต้นผมเชื่อว่าน่าจะโอนมาได้ในระดับ 3 หมื่นล้านบาท
3) จากข่าวทหารเรือเดินทางจากอู่ฮั่นกลับไทย (https://www.sanook.com/news/8020930) ทำให้ทราบว่า อู่ต่อเรือดำน้ำนั้นอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีน ด้วยสถานการณ์ของโรคระบาดอย่างนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่คู่สัญญา จะไม่สามารถส่งมอบเรือดำน้ำตามเฟสงานที่กำหนด ดังนั้นงบประมาณผูกพันสำหรับจัดซื้อเรือดำน้ำลำอีก 2 ลำ ที่ผูกพันเอาไว้ 2.25 หมื่นล้านบาท ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะเลื่อนออกไปก่อน และหากพิจารณางบประมาณในการจัดซื้ออาวุธต่างๆ ของกองทัพร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น รถยานเกราะสไตรเกอร์ล็อตที่ 2 ปืนใหญ่ และเครื่องบินรบต่างๆ ซึ่งมีมูลค่ารวมๆ กันแล้วประมาณ 16,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับเรือดำน้ำ ก็จะมีมูลค่าสูงถึง 38,500 ล้านบาท ซึ่งหากพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วน ก็เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กองทัพน่าจะยินดีที่จะเสียสละ และพร้อมให้โอนงบประมาณส่วนนี้มาช่วยเหลือประชาชนก่อน
ดังนั้น หากรัฐบาลทำการบ้านเพื่อลงรายละเอียด และออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยโยกเอางบที่ไม่มีความจำเป็นในการเบิกจ่าย หรือไม่เหมาะกับสถานการณ์ในการเบิกจ่าย หรือไม่มีศักยภาพในการเบิกจ่าย เพื่อมาใช้ในภารกิจด้านการสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีศักยภาพในการป้องกัน คัดกรอง ตรวจวินิจฉัย และรักษาผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างเต็มที่ และอีกวัตถุประสงค์หนึ่ง ก็คือ การเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งช่วยเหลือที่ประชาชนตัวเล็กตัวน้อย และแรงงานนอกระบบในลำดับแรกก่อน เบื้องต้น น่าจะสามารถโอนงบประมาณออกมาได้
= 10,000 (เกณฑ์ทหาร) + 30,000 (อบรม สัมมนา และอีเว้นต์) + 38,500 (เรือดำน้ำ รถยานเกราะสไตรเกอร์ และอาวุธต่างๆ)
= 78,500 ล้านบาท
และถ้าพิจารณาโอนงบประมาณด้านการจัดจ้างที่ปรึกษา ในโครงการที่มีเหตุให้ล่าช้า หรือต้องชะลอออกไปก่อน ด้วยสถานการณ์โรคระบาดมาด้วยอีกทาง ผมเชื่อว่า รัฐบาลสามารถโอนงบประมาณต่างๆ ที่ยังมีความจำเป็นต่ำกว่า เหล่านี้ มาใช้ในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ไม่ต่ำกว่า 80,000 ล้านบาท
หากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณมากกว่านี้ เช่น 150,000 ล้านบาท หรือ 200,000 ล้านบาท รัฐบาลก็สามารถออก พ.ร.บ.เงินกู้เพื่อรับมือกับโรคระบาดโควิด-19 เพิ่มเติมอีก 70,000 - 120,000 ล้านบาทได้
แต่เบื้องต้น สิ่งที่รัฐบาลทำได้เลย ก็คือ การออก พ.ร.บ. โอนเงินงบประมาณ มาใช้ในการรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บ และใช้เยียวยาประชาชนก่อนครับ 80,000 ล้านบาท น่าจะอยู่ในวิสัยที่ทำได้ แต่ถ้า 80,000 ล้านบาท มันตึงเกินไปจริงๆ ผมว่า สัก 5 - 6 หมื่นล้าน นี่ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงนะครับ ในมุมกลับกัน ผมเชื่อว่าถ้าสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง ช่วยกันทำการบ้าน เจาะงบประมาณในหน่วยรับงบประมาณต่างๆ อย่างละเอียดจริงๆ ว่าอะไรไม่จำเป็นต้องใช้ อะไรไม่เหมาะกับสถานการณ์แล้ว อะไรมีเหตุให้จำต้องเลื่อนออกไป ทั้งงบดำเนินงาน งบลับ งบลงทุนที่เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์ (ที่ไม่ใช่งบลงทุนเพื่อการพัฒนา) เอาจริงๆ ถ้าเน้นเจาะทุกบรรทัด เผลอๆ ผมคิดว่าอาจจะโอนได้ถึง 100,000 ล้านบาทด้วยซ้ำครับ
อย่างที่ผมย้ำมาโดยตลอดในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า อะไรที่จำเป็นถ้าต้องใช้เป็นหมื่นล้าน แสนล้าน ก็ต้องใช้ ไม่จำเป็นต้องตัดงบประมาณแม้แต่บาทเดียว แต่อะไรที่ไม่จำเป็น แม้แต่บาทเดียว ก็ไม่สมควรต้องให้
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
มอเตอร์ไซค์คลาส 500 ซีซีที่นิยมที่สุดในประเทศไทย
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
คบหนุ่มตะวันออกกลางสายเปย์จริงไหม หรือแค่วาดวิมานในอากาศ
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
สายมูแห่!! ร่วมพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ อ.พงษ์สิทธิ์ สำนักสักยันต์ปู่เจ้าสมิงพราย สายไหม 56
สิ้นท่า! ตำรวจบุกรวบ " บีม ทุ่งใส " ตีนแมวลักทรัพย์ข้ามอำเภอ คาบ้านเช่ากลางเมือง พร้อมของกลางเพียบ ยาบ้าอีก 4 เม็ด
ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บุกรวบหลานคลั่งมีดปาดคอน้าชาย เจ็บสาหัส
สาเหตุที่สหรัฐฯ ไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน
