ลิซ่าดื่มเบียร์กลางรายการดังสหรัฐฯ เปิดกฎหมายไทย งานนี้ผิดไหม? จุดชี้ขาดอาจไม่ใช่แค่ “ยกแก้วดื่ม”
ลิซ่าดื่มเบียร์กลางรายการดังสหรัฐฯ เปิดกฎหมายไทย งานนี้ผิดไหม? จุดชี้ขาดอาจไม่ใช่แค่ “ยกแก้วดื่ม”
จากโมเมนต์สนุก ๆ ที่ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ไปออกรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon กลับมีประเด็นตามมาในไทยแบบที่หลายคนน่าจะคาดไม่ถึง
เพราะช่วงหนึ่งของรายการ ลิซ่าได้นำโซจู เบียร์ไทย และน้ำอัดลมมาผสมเป็นเครื่องดื่ม พร้อมชวน จิมมี ฟอลลอน ชิมส้มตำ และสอนคำว่า “หมดแก้ว” ก่อนจะดื่มพร้อมกัน
ภาพดังกล่าวจึงทำให้เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า
ถ้าเป็นคนดังระดับโลก และมีภาพเบียร์ปรากฏในรายการแบบนี้ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายแอลกอฮอล์ของไทยหรือไม่?
ผมลองไล่ดูประเด็นนี้แล้ว บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องที่ตอบได้ง่าย ๆ ว่า “ผิด” หรือ “ไม่ผิด” จากภาพเพียงไม่กี่วินาที
จุดแรกที่ต้องแยกให้ชัด — ดื่ม ไม่เท่ากับโฆษณา
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับแก้ไขปี 2568 เพิ่มมาตรา 32/1 และ 32/2 เข้ามาควบคุมเรื่องการโฆษณาและการใช้ชื่อเสียงของบุคคล โดยมาตรา 32/2 ระบุถึงกรณีผู้ใช้ชื่อเสียงเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน สื่อสารต่อสาธารณะโดยแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมุ่งหมายชักจูงให้ผู้อื่นบริโภค
ดังนั้น สิ่งที่ต้องดูจึงไม่ใช่แค่
“ลิซ่าดื่มเบียร์หรือเปล่า?”
แต่ต้องถามต่อว่า
“การนำเบียร์มาแสดงและดื่มนั้น มีลักษณะเป็นการสื่อสารเพื่อประโยชน์ทางการค้าและชักจูงให้คนอื่นดื่มหรือไม่?”
ตรงนี้ต่างกันมาก
เพราะการมีสินค้าอยู่ในภาพอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 32/2 โดยอัตโนมัติ
แล้วกรณีนี้มีการจ้างโฆษณาหรือไม่?
นี่แหละคือจุดที่ผมมองว่าน่าสนใจที่สุด
จากข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ลิซ่าได้รับค่าตอบแทนจากผู้ผลิตเบียร์ หรือช่วงดังกล่าวเป็นสปอนเซอร์ที่มีการตกลงทางการค้าโดยตรง
ขณะเดียวกัน รายงานข่าวระบุว่า ลิซ่านำเบียร์ไทยมาร่วมในช่วงพูดคุยและทำเครื่องดื่มกับพิธีกร โดยรายการถูกบันทึกในสหรัฐฯ
เพราะฉะนั้น ณ จุดนี้ การกระโดดไปสรุปว่า “ลิซ่าโฆษณาเบียร์” เลย อาจเร็วเกินไป
สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มคือ ใครเป็นคนจัดเตรียมสินค้า มีข้อตกลงกับแบรนด์หรือไม่ มีการจ่ายค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์หรือไม่ และเนื้อหาช่วงนี้ถูกวางแผนขึ้นเพื่อส่งเสริมการขายหรือไม่
แต่รายการอยู่สหรัฐฯ แล้วกฎหมายไทยจะตามไปถึงหรือ?
นี่เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 4 วางหลักเรื่องความผิดที่เกิดในราชอาณาจักร ส่วนมาตรา 5 ขยายไปถึงกรณีที่การกระทำบางส่วนเกิดในไทย หรือผลของการกระทำเกิดในไทยภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น การเป็นคนไทย ไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งที่ทำในต่างประเทศจะถูกกฎหมายไทยครอบคลุมโดยอัตโนมัติ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “เกิดในต่างประเทศแล้วจบ” เช่นกัน
ต้องดูรายละเอียดของการกระทำว่าเกิดขึ้นที่ไหน ใครเป็นผู้ดำเนินการ เนื้อหาถูกเผยแพร่หรือทำตลาดอย่างไร และมีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยหรือไม่
มีแนวคำพิพากษาที่อธิบายมาตรา 5 ว่า การจะถือว่าความผิดเกิดในราชอาณาจักร ต้องพิจารณาว่ามีส่วนหนึ่งของการกระทำเกิดในไทย หรือผลของการกระทำเกิดในไทยตามเงื่อนไขของมาตรา
ถ้าสมมติว่าพบว่าเป็นโฆษณาจริง จะมีโทษหรือไม่?
กฎหมายฉบับใหม่กำหนดโทษของการฝ่าฝืนมาตรา 32/2 ไว้ที่จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวันตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ส่วนมาตรา 32/1 ซึ่งเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษอีกระดับหนึ่ง โดยต้องพิจารณาว่าการกระทำนั้นเข้าองค์ประกอบของมาตราดังกล่าวหรือไม่
เพราะฉะนั้นจะเอาโทษมาพูดก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่าผิดหรือไม่ ก็ไม่ใช่วิธีคิดที่ถูกนัก
ต้องพิสูจน์องค์ประกอบความผิดก่อน
แล้วสุดท้าย “ลิซ่าผิดไหม?”
จากข้อมูลสาธารณะที่มี ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 ยังไม่ควรฟันธงว่าลิซ่าผิดกฎหมายไทย
สิ่งที่เห็นแน่นอนคือ มีการนำเบียร์ไทยมาปรากฏในรายการและมีการดื่มจริง แต่สิ่งที่ยังไม่ชัดคือ เจตนาทางการค้า ความสัมพันธ์กับแบรนด์ การได้รับผลประโยชน์ และรายละเอียดการเผยแพร่ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย
ส่วนตัวผมว่าประเด็นนี้น่าสนใจกว่าการถามสั้น ๆ ว่า “ลิซ่าผิดไหม” เพราะมันกำลังสะท้อนคำถามใหญ่กว่าเดิมว่า
เมื่อคอนเทนต์หนึ่งเกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่คนไทยดูได้ทั่วโลก และมีแบรนด์ไทยอยู่ในภาพ กฎหมายไทยควรตีเส้นตรงไหนระหว่าง “การนำเสนอวัฒนธรรม” กับ “การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”?
และกรณีของลิซ่าก็อาจเป็นอีกหนึ่งเคสที่ทำให้คนทั่วไปเห็นว่า คำว่า “เห็นเบียร์ในจอ” กับ “โฆษณาเบียร์” ไม่จำเป็นต้องมีความหมายเดียวกันในทางกฎหมาย
ดังนั้น ณ ตอนนี้ คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ยังสรุปไม่ได้ว่าผิด และถ้าจะเอาผิดจริง ต้องมีข้อเท็จจริงมากกว่าภาพการดื่มเพียงฉากเดียว
https://marketeeronline.co/archives/487684
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
สถิติเลขเด่น "เลขมือทอง" งวด 1 ต.ค. 69 แนวทางสองตัวตรงจากสำนักดัง
เปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!
ดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อ
โรงเรียนรัฐที่ค่าเทอมแพงที่สุดอันดับ 1 ของไทย เปิดตัวเลขจริง ปี 2569
ดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาท
จีนออกกฎใหม่ จำกัดการเดินทางของคนบางกลุ่ม ห้ามออกนอกประเทศได้นานถึง 3 ปี เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและเทคโนโลยี
ชัชชาติเดือด! ขออย่าเพิ่งตีตรา “ทุจริต” ปมรถขยะ EV พร้อมแจงจุดรั่วพระราม 3
ไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว! “หนุ่ม กรรชัย” ยื่นข้อเสนอเดียว แต่ “ปู มัณฑนา” ไม่รับ จากนี้สู้กันต่อในศาล
จากโรงเรียนข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เส้นทางกว่า 100 ปี
ฮันนี่แบดเจอร์เอาตัวรอดจากผู้ล่าและพิษงูอย่างไร
10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนัก
สถิติเลขเด่น "เลขมือทอง" งวด 1 ต.ค. 69 แนวทางสองตัวตรงจากสำนักดัง
จากโรงเรียนข้าราชการสู่มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เส้นทางกว่า 100 ปี
จีนออกกฎใหม่ จำกัดการเดินทางของคนบางกลุ่ม ห้ามออกนอกประเทศได้นานถึง 3 ปี เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและเทคโนโลยี
ฮันนี่แบดเจอร์เอาตัวรอดจากผู้ล่าและพิษงูอย่างไร
โรงเรียนที่มีนักเรียนต่อห้องน้อยที่สุดในไทยคือที่ไหน ข้อมูลจริงยังตอบไม่ได้ตรง ๆ
เบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูแก้ซิงค์ล้างจานตันได้แค่ไหน
แสงสว่างที่ส่องไม่ถึง : เสียงกระซิบจากความเงียบงันในแฟ้มคดีที่สังคมลืม
เบื้องหลังนิติวิทยาศาสตร์! ไขปมหลักฐานและการคลี่คลายคดี “น้องชมพู่”
สรุปหลักฐานเด็ดมัดตัว “ลุงพล” ในคดีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่”
ชัชชาติเดือด! ขออย่าเพิ่งตีตรา “ทุจริต” ปมรถขยะ EV พร้อมแจงจุดรั่วพระราม 3