หมอเดือดจัด! คนไข้ร้องขอใบส่งตัว กลับถูกด่ากราด-ข่มขู่ แถมแอบถ่ายประวัติส่วนตัวโทรตามถึงบ้าน อ้างคนใช้สิทธิ์ 30 บาทเป็น “คนชั้นต่ำ”
กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก หลัง “คุณปริม” ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ออกมาเล่าเหตุการณ์สุดช็อกที่เกิดขึ้นภายในคลินิกแห่งหนึ่ง หลังเดินทางไปขอใบส่งตัวเพื่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามนัดหมาย แต่กลับเจอเหตุการณ์ที่เจ้าตัวบอกว่า ทั้งตกใจ เสียใจ และหวาดกลัวจนต้องร้องไห้
เรื่องนี้ถูกนำมาเปิดเผยในรายการ โหนกระแส โดยคุณปริมเล่าว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เธอเดินทางไปที่คลินิกตามปกติ เนื่องจากต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามนัดทุก ๆ 3 เดือน แต่เมื่อสอบถามเรื่องใบส่งตัว กลับได้รับแจ้งจากพยาบาลว่า ยังไม่ได้รับใบส่งตัว
เมื่อคุณปริมเข้าไปสอบถามคุณหมอถึงสาเหตุ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างที่คาดคิด โดยเธอระบุว่า คุณหมอมีอารมณ์โมโหและพูดไล่ให้ย้ายสิทธิ์การรักษาไปที่อื่น หากไม่พอใจการให้บริการ
แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น...
ขณะที่คุณปริมพยายามขอดู ประวัติการรักษา หรือ OPD ของตัวเอง เพื่อสอบถามรายละเอียด คุณปริมอ้างว่า คุณหมอได้กระชากเอกสารดังกล่าวไปจากมือพยาบาล ก่อนจะ ถ่ายภาพข้อมูลส่วนตัว ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่ในระบบ
จากนั้นเหตุการณ์ยิ่งตึงเครียด เมื่อคุณปริมเล่าว่า คุณหมอเดินเข้ามาประชิดตัวในระยะใกล้ พร้อมกำหมัด และพูดในลักษณะข่มขู่ว่า “จะเอาใช่ไหม”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าคนไข้รายอื่น ๆ ที่อยู่ภายในคลินิกกว่า 20 คน ทำให้คุณปริมรู้สึกหวาดกลัวจนถึงขั้น ร้องไห้ออกมา
ที่หนักกว่านั้น เจ้าตัวระบุว่า ระหว่างที่ยังนั่งรออยู่ในคลินิก คุณหมอยังคงเดินออกมาชี้หน้าและพูดต่อว่าเป็นระยะ ๆ โดยกล่าวถ้อยคำในลักษณะข่มขู่ เช่น “ชีวิตนี้ถ้ายังเป็นคนอยู่ อย่าหวังว่าจะอยู่สงบสุขเลย” รวมถึงพูดทำนองว่า จะนำตำรวจไปที่บ้านและให้รอหมาย
คุณปริมยังระบุด้วยว่า วันดังกล่าว ไม่ได้รับยาและไม่ได้รับการตรวจรักษาตามที่ตั้งใจไว้
สุดท้ายมีคุณป้ารายหนึ่งซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และเห็นว่าคุณปริมกำลังหวาดกลัว จึงเข้ามาช่วยพาเธอออกจากคลินิก
ตอนแรกคุณปริมคิดว่า เมื่อเดินออกมาจากคลินิกแล้ว เรื่องก็น่าจะจบ
แต่กลับไม่ใช่...
หลังจากนั้น เธออ้างว่า คุณหมอยังนำหมายเลขโทรศัพท์ที่ถ่ายจากประวัติการรักษามาใช้โทรศัพท์ติดต่อและข่มขู่ต่อ โดยหมายเลขดังกล่าวเป็นเบอร์ของแฟนคุณปริมที่อยู่ในระบบการรักษา
ในการโทรศัพท์ครั้งแรก คุณปริมระบุว่า คุณหมอพูดในลักษณะว่าจะนำตำรวจและใบโนติสไปที่บ้านของบิดา เพื่อดำเนินคดีในข้อหาว่าเธอโวยวายภายในคลินิก
แต่คุณปริมยืนยันว่า เธอไม่ได้โวยวายหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวแต่อย่างใด พร้อมบอกว่า หากมีข้อสงสัยสามารถตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคลินิกได้
ต่อมาเมื่อมีการติดต่อกลับไปอีกครั้ง และฝ่ายผู้เสียหายมีการบันทึกเสียงไว้ คุณปริมอ้างว่า น้ำเสียงของคุณหมอยังคงเต็มไปด้วยความโมโห พร้อมพูดในลักษณะให้ รอหมายเรียกที่จะส่งไปถึงบ้าน และยังระบุว่ามีน้องเป็นนักกฎหมาย
นอกจากการโทรศัพท์แล้ว คุณปริมยังเล่าว่า คุณหมอส่งข้อความมาต่อว่าและใช้ถ้อยคำหยาบคายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลายเป็นอีกประเด็นที่ทำให้เรื่องราวบานปลาย
แต่ประโยคหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือคำกล่าวอ้างว่า คุณหมอมีการพูดพาดพิงถึงผู้ใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพ หรือ “บัตร 30 บาท” ในลักษณะว่าเป็น “คนชั้นต่ำ”
ประเด็นนี้เองทำให้เรื่องไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาระหว่างคนไข้กับคลินิกอีกต่อไป เพราะสิ่งที่สังคมกำลังตั้งคำถามคือ
คนไข้ที่ใช้สิทธิ์รักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ไหน ก็ควรได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติและเท่าเทียมกันไม่ใช่หรือ?
โดยเฉพาะในกรณีของผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เรื่องของ ใบส่งตัว สิทธิการรักษา และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อชีวิตและสุขภาพของผู้ป่วยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ยังเป็น ข้อมูลจากคำบอกเล่าของคุณปริมและการนำเสนอในรายการ ข้อเท็จจริงในส่วนของคุณหมอและทางคลินิกยังจำเป็นต้องมีการชี้แจง รวมถึงตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ทั้ง ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกเสียง ข้อความสนทนา และเอกสารการรักษา เพื่อให้ความจริงปรากฏอย่างรอบด้าน
เพราะสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ไม่ควรจบแค่คำว่า “คนไข้กับหมอทะเลาะกัน”
แต่ควรตอบให้ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น ใครพูดอะไร มีการนำข้อมูลส่วนตัวของคนไข้ไปใช้หรือไม่ และเหตุใดผู้ป่วยที่เดินทางไปขอรับบริการตามสิทธิ์ของตัวเอง จึงต้องกลับออกมาพร้อมความหวาดกลัวเช่นนี้
ที่มา: FB/ โหนกระแส [
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
7 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกทั่วโลก ที่รวบรวมของที่คุณคิดไม่ถึง
ช็อก! น้ำท่วมเนปาล-ทิเบต ยอดตายทะลุ 1,000 ศพ สูญหายเกือบ 4,000 ราย เจ้าหน้าที่หวั่นเจอความสูญเสียเพิ่ม หลังเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
ระทึก! เด็ก 15 พกปืน 9 มม.บุกโรงเรียนดังนครชุม ยิงแล้ว 7-8 นัด ครูกู้ภัยช่วยกันเกลี้ยกล่อม ก่อนยอมวางปืนมอบตัว โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต
ประวัติศาสตร์เนื้อวัว: จากสัตว์ป่ายุคดึกดำบรรพ์ สู่เมนูจานโปรดที่สร้างรอยแผลใหญ่ที่สุดให้โลก
นักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง
ภาพนี้ปีไหนกันแน่? “ซ้อเปา” สะดุดตาเลขวันเวลาในภาพ ขวัญ อุษามณี โผล่ล่องเรือคืนแตงโม อ.ปานเทพ รีบแจง ย้ำภาพอีกมุมระบุ 24 ก.พ. 65
5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวาง
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
“นครวัด” ยังไม่ฟื้น ต่างชาติหายเกือบ 3 แสน ยอดขายตั๋ว 8 เดือนร่วง 29% รายได้หาย 27%
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
ฟันคุดไม่ได้ไร้ประโยชน์ แค่ร่างกายเปลี่ยนไป
7 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกทั่วโลก ที่รวบรวมของที่คุณคิดไม่ถึง
ระทึก! เด็ก 15 พกปืน 9 มม.บุกโรงเรียนดังนครชุม ยิงแล้ว 7-8 นัด ครูกู้ภัยช่วยกันเกลี้ยกล่อม ก่อนยอมวางปืนมอบตัว โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต
ประวัติศาสตร์เนื้อวัว: จากสัตว์ป่ายุคดึกดำบรรพ์ สู่เมนูจานโปรดที่สร้างรอยแผลใหญ่ที่สุดให้โลก
“นครวัด” ยังไม่ฟื้น ต่างชาติหายเกือบ 3 แสน ยอดขายตั๋ว 8 เดือนร่วง 29% รายได้หาย 27%
รอดทั้งโรงเรียน!ครูเนปาลใช้14 นาที พาเด็ก 1,500 คนหนีน้ำ
ชายคนหนึ่งติดอยู่บนหน้าผาสูง 80 เมตรโดยไม่มีอุปกรณ์นิรภัย
ระทึก! เด็ก 15 พกปืน 9 มม.บุกโรงเรียนดังนครชุม ยิงแล้ว 7-8 นัด ครูกู้ภัยช่วยกันเกลี้ยกล่อม ก่อนยอมวางปืนมอบตัว โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต
“นครวัด” ยังไม่ฟื้น ต่างชาติหายเกือบ 3 แสน ยอดขายตั๋ว 8 เดือนร่วง 29% รายได้หาย 27%



