แม่ภัทรยืนยันขอโรงงานคืน! ฝั่งลูกสะใภ้อ้างจ่ายค่าเซ้ง-ลงทุนอีก 2.5 ล้าน “เอกภพ” ชี้ต้องมีสัญญายืนยัน
ประเด็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางกลายเป็นอีกหนึ่งปมใหญ่ในรายการ โหนกระแส วันที่ 6 ตุลาคม 2569 หลัง แม่ภัทร ยืนยันชัดเจนว่าต้องการโรงงานที่ตัวเองสร้างและบริหารกลับคืนมา ขณะที่ฝั่งลูกชาย ลูกสะใภ้ และน้องชายของลูกสะใภ้ ซึ่งเข้ามาดูแลกิจการอยู่ในปัจจุบัน ยืนยันว่าพวกเขามีทั้งเงินที่จ่ายไปและเงินลงทุนปรับปรุงโรงงานจำนวนไม่น้อย
เรื่องนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “โรงงานเป็นของใคร” แต่ยังมีรายละเอียดเรื่อง เงินที่จ่ายเดือนละ 100,000 บาท ค่าเซ้งที่อีกฝ่ายอ้างถึง และเงินปรับปรุงโรงงานประมาณ 2.5 ล้านบาท เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แม่ภัทรเล่าว่า จุดเริ่มต้นของโรงงานเกิดจากการทำธุรกิจผลิตเครื่องสำอางด้วยเงินของตัวเอง ก่อนจะก่อสร้างโรงงานในย่านลาดพร้าว โดยระบุว่าใบอนุญาตก่อสร้างและสัญญาเช่าที่ดินในช่วงแรกเป็นชื่อของเธอเอง
ต่อมาในช่วงประมาณปี 2565 แม่ภัทรได้ชวนลูกชายเข้ามาช่วยทำงาน หลังมีการพูดคุยกันเรื่องการทำธุรกิจร่วมกัน จากเดิมที่มีแนวคิดเรื่องการแบ่งผลกำไร ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการให้ฝั่งลูกชายเข้ามาบริหารโรงงาน และมีการจ่ายเงินให้แม่เดือนละ 100,000 บาท
แต่จุดนี้เองที่คำอธิบายของทั้งสองฝ่ายเริ่มไม่ตรงกัน
ในมุมของแม่ภัทร เงินจำนวนดังกล่าวคือ ค่าเช่าโรงงาน ขณะที่ฝั่งลูกสะใภ้และน้องชายที่ดูแลโรงงานระบุว่า เงินที่จ่ายมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ค่าเซ้ง ด้วย ไม่ได้เป็นเพียงค่าเช่ารายเดือนเท่านั้น
ฝั่งลูกชายยังอ้างว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการโอนเงินก้อนให้แม่ประมาณ 1 ล้านบาท และมีการตกลงว่าจะทยอยชำระส่วนที่เหลือเป็นรายเดือน ขณะที่ลูกสะใภ้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนเข้ามารับช่วง โรงงานยังไม่พร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจในรูปแบบที่ต้องการ จึงมีการปรับปรุงพื้นที่ จัดหาอุปกรณ์ และเริ่มบริหารกิจการใหม่
จำนวนเงินที่ฝั่งลูกสะใภ้อ้างว่าใช้ในการปรับปรุงและต่อเติมโรงงานอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านบาท
ปัจจุบันกิจการมีบริษัทใหม่เข้ามาบริหาร และมีพนักงานอยู่ประมาณ 20 คน ทำให้การพูดถึงการคืนโรงงานไม่ได้จบเพียงการส่งมอบพื้นที่ เพราะยังมีทั้งลูกค้า พนักงาน และภาระของบริษัทที่ต้องจัดการ
ฝั่งลูกสะใภ้จึงระบุว่า หากแม่ภัทรต้องการพื้นที่กลับคืน ก็ไม่สามารถย้ายออกได้ทันที และต้องมีการจัดการภาระต่าง ๆ รวมถึงต้องพูดคุยเรื่องเงินที่อ้างว่าใช้ปรับปรุงโรงงานไปประมาณ 2.5 ล้านบาท เสียก่อน
ขณะที่น้องชายของลูกสะใภ้ซึ่งทำหน้าที่ดูแลโรงงาน ก็แสดงความกังวลถึงพนักงานประมาณ 20 คนว่า หากต้องย้ายกิจการออกจริง คนที่ทำงานอยู่จะได้รับผลกระทบอย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือภาระต่าง ๆ ที่ตามมา
แต่ในอีกด้าน แม่ภัทรยังยืนยันว่าต้องการโรงงานคืน โดยให้เหตุผลว่า ตัวอาคารและการก่อสร้างเกิดขึ้นจากเงินของเธอ และเธอไม่ได้มีเจตนาขายโรงงานหรือโอนกรรมสิทธิ์ในกิจการให้ฝั่งลูกชายอย่างถาวร
นอกจากนี้ แม่ภัทรยังกล่าวถึงช่วงที่ตัวเองถูกนำตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดยอ้างว่าหลังจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารบริษัท รวมถึงมีการทำเอกสารเกี่ยวกับพื้นที่ใหม่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็น ข้อมูลและข้อกล่าวอ้างจากคู่กรณีคนละฝ่าย จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเอกสารหรือข้อตกลงใดมีผลอย่างไร จนกว่าจะมีการตรวจสอบสัญญา หนังสือบริษัท และเอกสารเกี่ยวกับสิทธิการเช่าที่ดินอย่างละเอียด
ด้าน เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ซึ่งร่วมพูดคุยในรายการ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นสำคัญเรื่อง “ค่าเซ้ง” ว่า หากฝั่งลูกชายยืนยันว่ามีการเซ้งโรงงาน ก็ควรมี สัญญาหรือเอกสารที่ระบุข้อตกลงเรื่องการเซ้งอย่างชัดเจน
เพราะเพียงหลักฐานการโอนเงิน อาจยืนยันได้ว่ามีการจ่ายเงินจริง แต่ไม่สามารถระบุได้ด้วยตัวมันเองว่าเงินดังกล่าวเป็น ค่าเช่า ค่าเซ้ง ค่าซื้อกิจการ หรือค่าใช้จ่ายประเภทใด
ส่วนเงินประมาณ 2.5 ล้านบาทที่อ้างว่าใช้ปรับปรุงโรงงาน เอกภพก็ตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า หากผู้เข้ามาบริหารอยู่ในฐานะผู้เช่าและเป็นฝ่ายตัดสินใจปรับปรุงพื้นที่เพื่อประกอบธุรกิจเอง ก็ไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าเจ้าของเดิมจะต้องคืนเงินค่าปรับปรุงทั้งหมดเมื่อมีการเรียกพื้นที่คืน
ทั้งนี้ ความเห็นของเอกภพในรายการเป็นเพียง มุมมองต่อข้อพิพาท ไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมาย เพราะสุดท้ายแล้วสิทธิในโรงงาน สถานะการเช่า การเซ้ง รวมถึงเงินลงทุนปรับปรุงพื้นที่ จะต้องพิจารณาจากเอกสารและข้อตกลงของคู่กรณีเป็นหลัก
ก่อนหน้านี้แม่ภัทรยังให้ข้อมูลว่า ช่วงปลายปี 2566 ฝั่งลูกชายเคยแจ้งว่าจะคืนโรงงาน ก่อนที่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เธอจะถูกนำตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใน จ.กาญจนบุรี และไม่ได้กลับมาบริหารกิจการตามที่ตั้งใจไว้
ดังนั้น ปมโรงงานครั้งนี้จึงยังไม่ใช่เพียงเรื่อง “แม่จะได้โรงงานคืนหรือไม่” แต่ยังมีเรื่องเงินที่ฝั่งลูกชายอ้างว่าจ่ายเป็นค่าเซ้ง เงินลงทุนปรับปรุงประมาณ 2.5 ล้านบาท สถานะของบริษัทที่เข้ามาบริหาร และภาระของพนักงานที่ยังทำงานอยู่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
สุดท้ายแล้ว ใครมีสิทธิในโรงงานและใครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใด ยังคงต้องกลับไปดู สัญญาและเอกสารของแต่ละฝ่าย ให้ชัดเจน ก่อนจะมีข้อสรุปว่าเรื่องนี้ควรจบลงอย่างไร
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
นกที่พบได้ในประเทศไทยเท่านั้น ไม่พบในพื้นที่อื่นใดอีกเลยบนโลก
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
รีวิวหนังดัง THE GORGE
หญิงผู้ยอมถูกหัวเราะเยาะทั้งโลก เพื่อให้ลูกของเธอมีชีวิตรอด
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
เลขเด็ด "มนต์สิทธิ์" งวด 16 ตุลาคม 2569...ให้เลขเน้นๆ งวดนี้มาแน่!
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
หญิงมะกันถูกข่มขืนนานกว่า 5 ชั่วโมง รู้สึกตกใจเมื่อรู้ว่าถูกผัวเพื่อนข่มขืน หลังจากผ่านไป 34 ปี
นกที่พบได้ในประเทศไทยเท่านั้น ไม่พบในพื้นที่อื่นใดอีกเลยบนโลก
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
แฮกเกอร์รัสเซียถูกตั้งข้อหาในสหรัฐฯ ในคดีวางแผนโจมตีด้วยมัลแวร์ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ 80,000 ราย
แฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านใช้ข้อเสนองานปลอมบน LinkedIn เพื่อติดตั้ง NodeRabbit และ PollCat RATs
วิธีดูแลสุขภาพตับ ในมุมมองของแพทย์
เมื่อหน้าที่ “กินยาคุม” อาจตกเป็นของผัว... เปิดผลวิจัยปี 2026 ที่จะวัดใจว่า คุณคือลูกผู้ชายตัวจริง หรือแค่ดีแต่...