โรงเรียนนายร้อยตำรวจสั่ง “ไล่ออก” ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์ สามี “เจ๊หนิง” คู่กรณีเมียบิ๊กโจ๊ก ปมวินัยร้ายแรง-คดีอาญา สะเทือนวงการตำรวจ!
โรงเรียนนายร้อยตำรวจสั่ง “ไล่ออก” ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์ สามี “เจ๊หนิง” คู่กรณีเมียบิ๊กโจ๊ก ปมวินัยร้ายแรง-คดีอาญา สะเทือนวงการตำรวจ!
เรื่องนี้ไม่ธรรมดาแล้ว เมื่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณี ผศ.พ.ต.อ.ภีมพจน์ อดีตข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งอาจารย์ กลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ หลังถูกสอบสวนในประเด็น การกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหลายกรณี รวมถึงมีคดีอาญาที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จนนำไปสู่คำสั่งลงโทษขั้นสูงสุด คือ “ไล่ออกจากราชการ”
ตามแถลงการณ์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ระบุว่า มีการสอบสวนทางวินัยจากพฤติการณ์ต่างกรรมต่างวาระ โดยกรณีแรกเกี่ยวข้องกับการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ซึ่งทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาและภรรยามีพฤติการณ์ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อกล่าวหาผู้เสียหายในคดีลักทรัพย์และบุกรุก ก่อนที่การสอบสวนจะมีคำสั่งเด็ดขาด “ไม่ฟ้อง”
นอกจากนี้ยังมีกรณีการให้สัมภาษณ์ในรายการ “โหนกระแส” เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2567 ซึ่งโรงเรียนนายร้อยตำรวจระบุว่า มีการกล่าวถึงผู้เสียหายในลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และเห็นว่าเป็นการกระทำผิดวินัยตำรวจอย่างร้ายแรง กระทั่งมีคำสั่งลงโทษ “ปลดออก” จากราชการ ตามคำสั่งโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่ 415/2569 ลงวันที่ 13 ส.ค.2569
แต่เรื่องยังไม่จบ...
เพราะยังมี กรณีวินัยที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาและภรรยามีมูลเหตุจูงใจเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจำนวน 3 ล้านบาท แลกกับการไม่เปิดเผยคลิปวิดีโอเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
จากผลการสอบสวน ทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่าย ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และด้วยลักษณะความผิด รวมถึงมูลเหตุจูงใจเกี่ยวกับเงิน จึงไม่สามารถนำการทำคุณประโยชน์ต่อราชการมาใช้ลดหย่อนโทษได้
สุดท้าย ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจจึงมีคำสั่งที่ 462/2569 ลงวันที่ 31 ส.ค.2569 ลงโทษขั้นสูงสุด คือ “ไล่ออกจากราชการ” โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.2569 ส่งผลให้เจ้าตัว พ้นสภาพจากความเป็นข้าราชการตำรวจ
นอกจากประเด็นทางวินัยแล้ว แถลงการณ์ยังกล่าวถึงพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การคุกคาม ข่มขู่ และการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่ามีการใช้เพจเฟซบุ๊กบางแห่งเผยแพร่ข้อความโจมตีและกดดันผู้บังคับบัญชา รวมถึงกรณีเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569 ที่ภรรยาของผู้ถูกลงโทษถูกระบุว่าโพสต์ข้อความในลักษณะข่มขู่หมายเอาชีวิตผู้อื่น
ด้านคดีอาญา โรงเรียนนายร้อยตำรวจระบุว่า กรณีการแจ้งความเรื่องลักทรัพย์และบุกรุกนั้น พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” เนื่องจากไม่มีการกระทำความผิดตามที่กล่าวหา และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว
ขณะเดียวกัน อีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับการกล่าวหาว่า ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่น นั้น พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง และพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว
ส่วนคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์นั้น โรงเรียนนายร้อยตำรวจระบุว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิด โดยพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 150,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี พร้อมมีคำสั่งให้ลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ข่าวตามที่ศาลกำหนด
ส่วนตัวมองว่า เรื่องนี้น่าจับตาตรงที่ไม่ได้จบแค่การทะเลาะหรือข้อพิพาทระหว่างบุคคล แต่ลุกลามเข้ามาสู่ทั้งกระบวนการสอบสวนทางวินัยและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จนสุดท้ายถึงขั้นมีคำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ”
โดยเฉพาะเมื่อบุคคลดังกล่าวเป็น ข้าราชการตำรวจและอาจารย์ในสถาบันผลิตนายตำรวจ เรื่องมาตรฐานทางวินัยและภาพลักษณ์ขององค์กรจึงยิ่งถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้มีแค่เรื่องส่วนตัว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ความน่าเชื่อถือและศรัทธาที่ประชาชนมีต่อองค์กรตำรวจ
อีกประเด็นที่ผมคิดว่าสำคัญ คือแม้จะมีคำสั่งไล่ออกจากราชการแล้ว แต่ตามแถลงการณ์เองก็ระบุชัดว่า เจ้าตัวยังมีสิทธิ อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง และหากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ก็ยังสามารถใช้สิทธิตามกระบวนการศาลปกครองได้
ดังนั้น คำสั่งไล่ออกคือบทลงโทษทางวินัยของหน่วยงานในขณะนี้ แต่ในส่วนคดีที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องปล่อยให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยตามขั้นตอน
สำหรับผม เรื่องนี้จึงมีทั้ง ประเด็นวินัยตำรวจ ประเด็นคดีอาญา และประเด็นการใช้อำนาจหรือแรงกดดันต่อกระบวนการยุติธรรม ให้ติดตามกันอีกหลายมุม
ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าคู่กรณีจะเป็นใคร ตำแหน่งใหญ่แค่ไหน หรือมีความขัดแย้งกับใครมาก่อน สุดท้ายก็ควรให้พยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมเป็นตัวตัดสิน
งานนี้จึงต้องรอดูกันต่อว่า การอุทธรณ์จะเป็นอย่างไร และคดีอาญาที่ยังอยู่ในกระบวนการจะลงเอยแบบไหน
เรื่องนี้ยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายทั้งหมด แต่คำสั่ง “ไล่ออกจากราชการ” ที่ออกมาแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีนี้อย่างแน่นอน!
รอยบุ๋มบนลูกกอล์ฟช่วยให้ลูกบินไกลขึ้นได้อย่างไร
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ทำไมแป้นพิมพ์ QWERTY ไม่เรียงตามตัวอักษร
เฮอริเคน ไต้ฝุ่น และไซโคลนต่างกันตรงไหน
ทำไมแผลกระดาษบาดนิ้วเล็กนิดเดียวจึงเจ็บมาก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
AI ไล่สถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ต.ค. 69 จับตาเลขท้าย 2 ตัว
เลขท้าย 2 ตัวที่เคยออกบ่อย งวด 1 ตุลาคม 69
“ข้าวต้มกุ๊ย” จากอาหารประทังชีวิตคนเสื่อผืนหมอนใบ สู่สำรับคู่ราตรีบนโต๊ะคนไทย
ภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ทำไมตึกถล่มและถนนพังยังต้องถูกตรวจสอบ?
ทำไมแว่นหลากยี่ห้อจึงพัวพันกับชื่อ EssilorLuxottica
มหาวิทยาลัยไทยที่รวยที่สุด มีสินทรัพย์มูลค่าสูงที่สุด

