ภาพนาทีระทึก! โจรบราซิลทุบกระจกรถ ฉก iPhone กลางถนน ก่อนเงินในบัญชีถูกโอนเกลี้ยง ชาวเน็ตช็อก “ไม่มีรหัสผ่าน ทำได้อย่างไร”
ภาพนาทีระทึก! โจรบราซิลทุบกระจกรถ ฉก iPhone กลางถนน ก่อนเงินในบัญชีถูกโอนเกลี้ยง ชาวเน็ตช็อก “ไม่มีรหัสผ่าน ทำได้อย่างไร”
กลายเป็นคลิปที่สร้างความตกใจอย่างหนักบนโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ ครีเอเตอร์สาวชาวบราซิลถูกคนร้ายทุบกระจกรถและขโมยโทรศัพท์มือถือไปต่อหน้าต่อตา ขณะกำลังจอดรถติดอยู่บนถนน โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเจ้าตัวแทบไม่มีโอกาสตั้งตัวหรือป้องกันทรัพย์สินของตัวเอง
จากภาพที่บันทึกได้ จะเห็นว่าขณะที่รถของเธอจอดนิ่งท่ามกลางการจราจร จู่ ๆ มี รถจักรยานยนต์ขี่เข้ามาประกบ ก่อนชายที่นั่งซ้อนท้ายจะลงจากรถ เดินตรงเข้ามาหารถของเธอ แล้วใช้ของแข็งทุบกระจกจนแตกละเอียด จากนั้นล้วงมือเข้าไปคว้าโทรศัพท์มือถือและรีบหลบหนีไปทันที
ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง ไม่กี่วินาที ครีเอเตอร์สาวถึงกับกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนนั่งช็อกอยู่ภายในรถ ท่ามกลางเศษกระจกที่แตกกระจายเต็มบริเวณแต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจยิ่งกว่าเดิมคือ เหตุการณ์ไม่ได้จบลงแค่การถูกขโมยโทรศัพท์
หลังจากนั้นเธอพบว่า เงินในบัญชีธนาคารถูกโอนออกจนหมด ทั้งที่เธอยืนยันว่าคนร้ายไม่ได้รู้รหัสผ่าน และไม่ได้มีข้อมูลการเข้าถึงบัญชีธนาคารของเธอโดยตรงเรื่องนี้จึงกลายเป็นคำถามใหญ่ที่ชาวเน็ตจำนวนมากสงสัยว่า
“แค่ขโมยโทรศัพท์ไป ทำไมถึงสามารถสร้างความเสียหายต่อบัญชีธนาคารได้มากขนาดนี้?”
ประเด็นดังกล่าวทำให้หลายคนออกมาเตือนว่า โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับติดต่อสื่อสารอีกต่อไป แต่เป็นเหมือนกุญแจที่เชื่อมโยงกับชีวิตดิจิทัลแทบทุกด้าน ทั้งบัญชีธนาคาร อีเมล โซเชียลมีเดีย บริการชำระเงิน และข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ลักษณะ “กระชากหรือทุบกระจกรถเพื่อขโมยโทรศัพท์” ก็เป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงในหลายพื้นที่ของบราซิล โดยคนร้ายมักอาศัยจังหวะรถติดหรือรถหยุดนิ่ง ก่อนลงมืออย่างรวดเร็วและหลบหนีไปทันที
คลิปนี้ยังทำให้เกิดคำถามอีกเรื่องในโลกออนไลน์ว่า ถ้าโทรศัพท์ถูกขโมยไปแล้ว ทำไมกล้องถึงยังสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้ คำตอบก็คือ ภาพดังกล่าวไม่ได้มาจากโทรศัพท์ของเหยื่อ แต่เป็นภาพจาก กล้องติดหน้ารถ ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ ทำให้สามารถเห็นพฤติกรรมของคนร้ายตั้งแต่ขี่รถเข้ามาประกบ จนถึงจังหวะทุบกระจกและหลบหนี
หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความเห็นใจครีเอเตอร์สาว พร้อมยอมรับว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเร็วมากจนแทบไม่มีเวลาคิดว่าจะทำอย่างไร
บางคนมองว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่เพียงมูลค่าของโทรศัพท์ที่หายไป แต่คือ ความเสียหายที่อาจตามมาหลังจากคนร้ายได้โทรศัพท์ไป โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนผูกบัญชีสำคัญ ๆ ไว้กับสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว
ส่วนตัวผมมองว่า นี่เป็นอุทาหรณ์ที่คนใช้สมาร์ตโฟนทุกคนควรให้ความสำคัญมาก ๆเพราะเราอาจคิดว่า “โทรศัพท์หายก็แค่ซื้อเครื่องใหม่”แต่ความจริงวันนี้อาจไม่ใช่แบบนั้นแล้วโทรศัพท์หนึ่งเครื่องอาจเชื่อมโยงกับ เงินในบัญชี ข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ เอกสาร บัตรต่าง ๆ และบัญชีออนไลน์แทบทั้งหมดของเรา
ดังนั้นเวลาขับรถหรือจอดรถติด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย อย่าวางโทรศัพท์หรือของมีค่าไว้ในตำแหน่งที่คนภายนอกมองเห็นง่าย และควรตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์และบัญชีธนาคารของตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ
ที่สำคัญ หากเกิดเหตุโทรศัพท์ถูกขโมย อย่าพยายามไล่ตามหรือเผชิญหน้ากับคนร้ายด้วยตัวเอง เพราะทรัพย์สินสามารถเอาคืนหรืออายัดได้ แต่ความปลอดภัยของชีวิตเอากลับคืนมาไม่ได้เหตุการณ์ไม่กี่วินาทีในคลิปนี้ จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า
“รถติดไม่กี่นาที อาจเปลี่ยนเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ได้ ถ้าเราเผลอประมาทเพียงครั้งเดียว”และในโลกที่ โทรศัพท์เครื่องเดียวถือกุญแจเข้าสู่ชีวิตดิจิทัลของเราแทบทั้งหมด การป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่ามานั่งแก้ปัญหาทีหลัง
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
ทำไมแป้นพิมพ์ QWERTY ไม่เรียงตามตัวอักษร
ทำไมแผลกระดาษบาดนิ้วเล็กนิดเดียวจึงเจ็บมาก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ทำไมตึกถล่มและถนนพังยังต้องถูกตรวจสอบ?
รอยบุ๋มบนลูกกอล์ฟช่วยให้ลูกบินไกลขึ้นได้อย่างไร
ทำไมแว่นหลากยี่ห้อจึงพัวพันกับชื่อ EssilorLuxottica
เลขท้าย 2 ตัวที่เคยออกบ่อย งวด 1 ตุลาคม 69
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
“ข้าวต้มกุ๊ย” จากอาหารประทังชีวิตคนเสื่อผืนหมอนใบ สู่สำรับคู่ราตรีบนโต๊ะคนไทย
ไขข้อสงสัย “ขนมแมวเลีย” คืออะไร? ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบกินนักนะ 🐱
รูร้อยเชือกคู่สุดท้ายของรองเท้าวิ่งใช้ทำอะไร
มหาวิทยาลัยไทยที่รวยที่สุด มีสินทรัพย์มูลค่าสูงที่สุด



