ทวงถามอีกครั้ง! “ซ้อเปา” เปิดภาพ “เอย เลอรส–น้ำแข็ง AF7” เที่ยวต่างประเทศหวานฉ่ำ หลัง “ฝ้าย เรือทอง” เสียชีวิต ย้อนคำพูดกลางโหนกระแส “ยินดีจ่ายให้ทุกคนทุกบาททุกสตางค์”
ทวงถามอีกครั้ง! “ซ้อเปา” เปิดภาพ “เอย เลอรส–น้ำแข็ง AF7” เที่ยวต่างประเทศหวานฉ่ำ หลัง “ฝ้าย เรือทอง” เสียชีวิต ย้อนคำพูดกลางโหนกระแส “ยินดีจ่ายให้ทุกคนทุกบาททุกสตางค์”
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังเพจ ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ โพสต์ภาพของ เอย เลอรส และ น้ำแข็ง AF7 หรือ ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว ขณะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ พร้อมตั้งคำถามถึงความคืบหน้าเรื่องการชำระเงินให้กับกลุ่มผู้เสียหายจากข้อพิพาททางธุรกิจ
โดยโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 หลังการเสียชีวิตของ “ฝ้าย เรือทอง” หรือ ฐิตารีย์ ศรีสุนทร หนึ่งในผู้ที่ออกมาเรียกร้องเรื่องความเสียหายจากธุรกิจ “เลอรส”
ซ้อเปาระบุข้อความในโพสต์ ตั้งคำถามว่า ฝั่งหนึ่งยังเดินทางท่องเที่ยวและใช้ชีวิตตามปกติ ขณะที่อีกฝั่งจากไปโดยยังไม่ได้เห็นบทสรุปของเรื่องที่ตัวเองเรียกร้องพร้อมย้อนถึงคำรับปากที่เคยเกิดขึ้นกลางรายการ โหนกระแส ว่า จะมีการตรวจสอบยอดและทยอยชำระเงินให้กับผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือ ภาพที่เพจนำมาเผยแพร่ไม่ได้ระบุวันที่ถ่าย จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นภาพที่ถ่ายขึ้นในช่วงเวลาใด หรือเป็นภาพล่าสุดหรือไม่
ย้อนกลับไปวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568
ชื่อของ “ฝ้าย เรือทอง” เป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังเธอออกมาออกรายการโหนกระแสพร้อมกลุ่มผู้เสียหาย โดยเล่าว่าเคยเป็นดีลเลอร์รายใหญ่ของ ก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูปเลอรส และมียอดขายประมาณเดือนละ 200,000 ซอง ต่อมาเธอรับข้อเสนอให้สั่งสินค้าล็อตใหญ่ประมาณ 780,000 ซอง
แต่ภายหลังเกิดปัญหาสินค้าที่ชำระเงินแล้วถูกส่งมาไม่ครบ โดยฝ้ายระบุว่าเหลือสินค้าค้างส่งเกือบ 400,000 ซอง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.25 ล้านบาทจึงออกมาเรียกร้องพร้อมกับผู้เสียหายรายอื่นที่ระบุว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเงินและสินค้ากับธุรกิจเดียวกัน
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568
“น้ำแข็ง AF7” พร้อมทนายเดินทางมาชี้แจงในรายการ โดยยอมรับว่าธุรกิจมีปัญหาสะสมทั้งเรื่อง เงิน คน และการบริหารพร้อมขอให้ผู้เสียหายนำหลักฐานมาตรวจสอบยอดหนี้ ก่อนกล่าวข้อความสำคัญกลางรายการว่า
“ผมยินดีจ่ายให้ทุกคนทุกบาท ทุกสตางค์ครับ”
ด้านทนายแชมป์ชี้แจงว่า ขณะนั้นมีเจ้าหนี้ประมาณ 8 ราย ที่อยู่ระหว่างการทยอยชำระ โดยจ่ายรวมกันประมาณเดือนละ 200,000–300,000 บาท และประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2–3 ปี จึงจะจัดการทั้งหมดได้ส่วนฝ้ายมีข้อมูลว่าเคยได้รับเงินไปแล้วประมาณ 800,000 บาท แต่เรื่องไม่ได้มีเพียงยอดค่าสินค้า
เพราะฝ้ายยังระบุถึงปัญหาเรื่อง บ้านอีกประมาณ 4.49 ล้านบาท ซึ่งเธอยืนยันว่าเป็นคนละส่วนกับค่าสินค้า โดยบ้านถูกนำไปขายฝากเพื่อหาเงินมาหมุนธุรกิจ และเธอเคยขอให้เร่งจัดการก่อนถึงกำหนดวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เนื่องจากเกรงว่าจะสูญเสียบ้านและสุดท้าย
บ้านหลังเก่าถูกยึด
วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ฝ้ายโพสต์แจ้งว่าไม่สามารถไถ่ถอนบ้านจากการขายฝากได้ทันตามกำหนด เธอจึงย้ายครอบครัวไปอยู่ที่ใหม่ และพยายามเดินหน้าสร้างรายได้ต่อด้วยการทำแบรนด์ก๋วยเตี๋ยว “เรือทอง” กับน้องชายหลังจากนั้น ฝ้ายยังคงติดตามเรื่องความเสียหายของตัวเองต่อเนื่อง
จนกระทั่งมีการเผยแพร่ข้อความว่า ใกล้ครบหนึ่งปีหลังจากออกโหนกระแส แต่ยังไม่มีทนายหรือผู้เกี่ยวข้องติดต่อมาเพื่อชดใช้ความเสียหายเพิ่มเติม ก่อนที่วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ฝ้ายเข้ารักษาตัวจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก และวันที่ 27 สิงหาคม 2569
“ฝ้าย เรือทอง” เสียชีวิต
ทำให้คำถามเรื่องยอดเงินที่ยังคงค้าง และคำรับปากที่เคยเกิดขึ้นกลางรายการโหนกระแส ถูกหยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้งส่วนตัวผมมองว่า ประเด็นที่น่าสะเทือนใจที่สุดของเรื่องนี้ ไม่ใช่การที่ใครไปเที่ยวต่างประเทศหรือใช้ชีวิตอย่างไรแต่คือคำถามว่า
สิ่งที่เคยพูดไว้ต่อหน้าสาธารณะ วันนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว?
หากมีตัวเลข มีหลักฐาน มีการทยอยชำระ หรือมีข้อตกลงใดเกิดขึ้นแล้ว ก็ควรออกมาชี้แจงให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างชัดเจนเพราะเมื่อมีคนหนึ่งออกมาทวงถามเรื่องสิทธิของตัวเองมาตลอดหลายเดือน ก่อนจะเสียชีวิตลงคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ
“แล้วเรื่องของฝ้าย วันนี้ไปถึงไหนแล้ว”
และสุดท้าย เรื่องนี้ควรปล่อยให้ หลักฐาน เอกสาร ข้อตกลง และกระบวนการยุติธรรม เป็นตัวตอบว่า ใครมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และยอดที่แท้จริงเหลืออยู่เท่าไร
เพราะคำพูดในรายการอาจถูกลืมได้ แต่ความเสียหายของคนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ได้หายไปพร้อมกับเวลา
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
นักแข่งหนุ่มโพสต์ขอโทษ หลังซิ่งชนท้าย “ฮัสมะห์ ผลผดุง” นักแข่งสาวเสียชีวิตกลางสนาม รับ “ช็อก คิดน้อย ขาดประสบการณ์” ลั่นพร้อมรับผิดชอบเต็มที่
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
ภาพนาทีระทึก! โจรบราซิลทุบกระจกรถ ฉก iPhone กลางถนน ก่อนเงินในบัญชีถูกโอนเกลี้ยง ชาวเน็ตช็อก “ไม่มีรหัสผ่าน ทำได้อย่างไร”
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กันยายน 2569 เช็กผลสดทุกเลข สลากสัญจรระยอง
ดับเครื่องชน!” ไอซ์ รักชนก บุก ป.ป.ช. ร้องสอบโครงการ TH-AI Passport ซัดงบกว่า 1,600 ล้าน ตั้งคำถามยอดลงทะเบียน 1.3 ล้าน แต่ใช้งานจริงหลักแสน
10 เลขท้าย 2 ตัวขายดีงวด 1 ก.ย. 69 แต่ “ขายดี” ไม่ได้แปลว่ามีโอกาสออกมากกว่าเลขอื่น
เปิดค่าจ้างรถแห่ดัง! 5 วงที่ได้รับความนิยม พร้อมราคาจ้างต่อโชว์เท่าไหร่?
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
นักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
เปิดตำรา “ดวงเศรษฐี” เช็ก 3 จุด ใครมี “ธนโยค” มีแต้มต่อเรื่องเงินทอง
นักแข่งหนุ่มโพสต์ขอโทษ หลังซิ่งชนท้าย “ฮัสมะห์ ผลผดุง” นักแข่งสาวเสียชีวิตกลางสนาม รับ “ช็อก คิดน้อย ขาดประสบการณ์” ลั่นพร้อมรับผิดชอบเต็มที่
เปิดตำรา “ดวงเศรษฐี” เช็ก 3 จุด ใครมี “ธนโยค” มีแต้มต่อเรื่องเงินทอง
ตัวประกอบกองถ่ายได้วันละกี่บาท? เปิดค่าจ้างอาชีพที่คนดูไม่เคยเห็น
เปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?
รวม 5 ภาคต่อของภาพยนตร์ ที่ใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะออกฉาย
5 เมล็ดพืชราคาจับต้องได้ เติมโอเมก้า 3 จากพืชในมื้อประจำวัน
ซ้อเปาแฉต่อ! เปิดภาพ “น้ำแข็ง AF7–เอย” เที่ยวต่างประเทศ คุกเข่าขอแต่งงาน แหวนเพชร 15 ล้าน ค่าเช่าสถานที่เกือบ 7 หลัก ขณะที่ปมเงินผู้เสียหายยังถูกตั้งคำถาม
นักแข่งหนุ่มโพสต์ขอโทษ หลังซิ่งชนท้าย “ฮัสมะห์ ผลผดุง” นักแข่งสาวเสียชีวิตกลางสนาม รับ “ช็อก คิดน้อย ขาดประสบการณ์” ลั่นพร้อมรับผิดชอบเต็มที่
ดับเครื่องชน!” ไอซ์ รักชนก บุก ป.ป.ช. ร้องสอบโครงการ TH-AI Passport ซัดงบกว่า 1,600 ล้าน ตั้งคำถามยอดลงทะเบียน 1.3 ล้าน แต่ใช้งานจริงหลักแสน
อย่าประมาทโควิดระบาดรอบนี้ แม้อาการดูเบา แต่เชื้อยังเสี่ยงถึงคนในบ้าน
