หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แม่วัย 35 เปิดอุทาหรณ์สุดผวา! ตรวจมะเร็งหลังคลอด แต่ผ้าก๊อซค้างในช่องคลอด รพ.โทรตามให้กลับมาเอาออก ซ้ำรอหมอไม่ไหวต้องไปอีก รพ.

เขียนโดย Dayu

 

แม่วัย 35 เปิดอุทาหรณ์สุดผวา! ตรวจมะเร็งหลังคลอด แต่ผ้าก๊อซค้างในช่องคลอด รพ.โทรตามให้กลับมาเอาออก ซ้ำรอหมอไม่ไหวต้องไปอีก รพ.

เรื่องนี้อ่านแล้วต้องบอกว่า ใจหายแทนคนเป็นแม่จริง ๆ เพราะจากเรื่องที่คิดว่าจะเป็นเพียงการตรวจติดตามหลังคลอด กลับกลายเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจอกับตัวเอง

หญิงวัย 35 ปี ชาวสุรินทร์ ซึ่งย้ายมาใช้ชีวิตกับสามีที่ จ.นครราชสีมา ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เธอมองว่าเป็น อุทาหรณ์ด้านความปลอดภัยในการรักษา หลังเข้ารับการตรวจหลังคลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา แต่เกิดกรณี ผ้าก๊อซตกค้างอยู่ภายในช่องคลอด หลังทำหัตถการ

ผู้เสียหายรายนี้คือ น.ส.สุนิสา อายุ 35 ปี เล่าว่า เธอคลอดลูกสาวที่โรงพยาบาลดังกล่าวเมื่อเดือนมกราคม 2568 และต่อมาได้กลับมาตรวจติดตามตามขั้นตอน

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เธอเข้ารับการตรวจเพื่อเตรียมทำหัตถการบริเวณ ปากมดลูก โดยแพทย์แนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อมะเร็ง

หลังตัดชิ้นเนื้อ แพทย์ได้ทำการกดห้ามเลือด และมีการใส่ ผ้าก๊อซไว้ภายในช่องคลอด

จากนั้นเมื่อถึงกำหนดออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 22 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้ทำการนำผ้าก๊อซออก แต่ตามคำบอกเล่าของผู้เสียหาย กลับนำออกมาเพียง 1 ชิ้น และยังมีอีก 1 ชิ้นตกค้างอยู่ภายใน

และเรื่องมาเฉลยในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เมื่อทางโรงพยาบาลโทรศัพท์มาแจ้งว่า ยังมีผ้าก๊อซตกค้างอยู่

พร้อมนัดให้เธอกลับมาเอาออกในช่วงบ่ายของวันที่ 23 สิงหาคม

ตรงนี้เองที่เจ้าตัวบอกว่าเริ่มรู้สึกกังวลมากขึ้น เพราะเมื่อเดินทางไปถึงหอผู้ป่วยตามนัด กลับได้รับแจ้งจากพยาบาลว่า แพทย์ติดภารกิจผ่าตัดด่วน และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง จึงให้เดินทางกลับมาใหม่ในวันถัดไป

รอไม่ไหว ต้องย้ายโรงพยาบาล

เช้าวันที่ 24 สิงหาคม น.ส.สุนิสาจึงเดินทางไปตามนัดที่แผนกผู้ป่วยนอกสูตินรีเวช

แต่เธอเล่าว่า หลังนั่งรออยู่นานกว่า ครึ่งชั่วโมง กลับยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาอธิบายหรือแจ้งขั้นตอนให้ทราบ

สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจ ย้ายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลอีกแห่ง เพื่อให้แพทย์นำผ้าก๊อซที่ตกค้างออกโดยเร็ว

แต่หลังนำผ้าก๊อซออกแล้ว เจ้าตัวระบุว่า มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก

ทำให้ต้องเดินทางกลับมารับการรักษาเพิ่มเติมตามสิทธิ์ และสุดท้ายต้อง แอดมิทนอนพักฟื้นในโรงพยาบาลอีกครั้ง

สิ่งที่เจ็บใจที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องผ้าก๊อซ

น.ส.สุนิสาเปิดใจว่า เธอไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง โดยเฉพาะในวัยเพียง 35 ปี

แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจมากกว่าคือ ตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอบอกว่า ไม่เคยได้รับคำขอโทษโดยตรงจากแพทย์ผู้ทำหัตถการเลยแม้แต่ครั้งเดียว

มีเพียงบุคลากรทางการแพทย์รายอื่นที่เข้ามาแสดงความเสียใจแทน และมีการเสนอจัดสรรห้องพักพิเศษให้ระหว่างการเข้ารักษาตัว

เธอเล่าว่า ปัจจุบันมีอาชีพเป็น แม่บ้านและดูแลลูกเต็มเวลา ขณะที่สามีเป็นผู้ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว

และตอนนี้เธอยังคงกังวล เพราะยังมี เลือดออกทางช่องคลอด

ประโยคหนึ่งที่เธอพูดออกมา ยิ่งทำให้เรื่องนี้สะเทือนใจขึ้นไปอีก

 

“ถ้าตนเป็นอะไรไป ใครจะเลี้ยงลูก”

สำหรับคนเป็นแม่ ประโยคนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะสิ่งที่เธอกังวลที่สุดในเวลานี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องความเจ็บป่วยของตัวเอง แต่คือ ลูกที่ยังต้องการแม่อยู่ทุกวัน

เรื่องนี้จึงไม่ได้มีแค่คำถามว่า “ผ้าก๊อซตกค้างได้อย่างไร?”

แต่ยังมีคำถามต่อว่า เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว โรงพยาบาลมีขั้นตอนรับมืออย่างไร ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่องแค่ไหน และการสื่อสารกับผู้ป่วยทำได้ดีพอหรือไม่

เพราะในมุมของคนไข้ สิ่งที่ต้องการอาจไม่ได้มีเพียงการรักษาให้หาย แต่ยังต้องการ ความชัดเจน ความรับผิดชอบ และความรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขาไม่ได้ถูกมองข้าม

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อมูลจากคำบอกเล่าของผู้เสียหาย และประเด็นเกี่ยวกับสาเหตุ ความรับผิดชอบ รวมถึงมาตรฐานการรักษา ยังต้องรอการตรวจสอบและคำชี้แจงจากโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Dayu's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 53 ครั้ง
เขียนโดย Dayu
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-610 จุดหมายในบังกลาเทศที่คนไทยอาจยังไม่รู้จัก10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดแม่ค้าหวยระยองสุดช้ำ! รับมา 600 ใบ ขายได้แค่ 300 เหลือเต็มแผงก่อนหวยออก ยอมรับ “ท้อ” แต่ต้องกัดฟันสู้เปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!บุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบ5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้ตำรวจบุกถึงบ้าน รวบพ่อเลี้ยงวัย 39 หลังถูกแฉขืนใจลูกเลี้ยงตั้งแต่ 15 ปี แถมตามหึงถึงมหาลัย ขู่ฆ่ายกครัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้งบุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบนายก อบต.บ้านติ้ว ถูกมีดทำร้ายดับในบ้าน ภรรยาเจ็บด้วย ตำรวจเร่งคลี่ปม ช่วงก่อนเกิดเหตุยังนั่งคุยกับคนก่อเหตุเปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!"น้ำลาย" ของเหลวธรรมดาที่มีพลังรักษาและป้องกันโรค
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ดราม่าสนั่นโซเชียล! ครูโพสต์ตัดพ้อสุดช้ำ โดนผู้ปกครองต่อว่าเหตุ “ตอบไลน์ช้า”ระทึกกลางดึก! แผ่นดินไหวเวียดนามขนาด 4.8 สั่นสะเทือนไกลถึงอุบลราชธานี ประชาชนตื่นตระหนกไร้ความเสียหายรุนแรงบุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบแม่ค้าหวยระยองสุดช้ำ! รับมา 600 ใบ ขายได้แค่ 300 เหลือเต็มแผงก่อนหวยออก ยอมรับ “ท้อ” แต่ต้องกัดฟันสู้
ตั้งกระทู้ใหม่