ยัต ชัยโสโร เปิดอีกมุมปมเงินเฟ็ดเฟ่ เล่าจุดเริ่มต้นความไม่ไว้ใจ ต้ารับเบิกเงินบริษัทจริง
ยัต ชัยโสโร เปิดอีกมุมปมเงินเฟ็ดเฟ่ เล่าจุดเริ่มต้นความไม่ไว้ใจ ต้ารับเบิกเงินบริษัทจริง
วันนี้รายการ โหนกระแส 31 ส.ค. 2569 ประเด็นของ ยัต ชัยโสโร ยังเป็นเรื่องที่คนติดตามกันหนัก เพราะหลังจากก่อนหน้านี้ ต้า เฟ็ดเฟ่ ออกมาเล่ามุมของตัวเอง วันนี้ถึงคิวของยัต พร้อมภรรยาและ ทนายอาร์ม มาพูดรายละเอียดอีกด้าน
ฟังไปเรื่อยๆ ผมว่าจุดที่น่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขเงิน แต่คือคำถามว่า อะไรทำให้เพื่อนที่เคยสนิทกันมาก กลายมาเป็นคู่พิพาทกันได้ขนาดนี้
ยัตเล่าว่าแต่ก่อนตนกับต้าไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน แต่สนิทกันถึงขั้นมองกันเหมือนคนในครอบครัว ภรรยาของยัตเองยังเคยพูดติดตลกว่าอิจฉาต้า เพราะทั้งคู่สนิทกันมาก
แต่เรื่องที่ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยน คือ เงินของบริษัทเฟ็ดเฟ่
หลังจากแต่ละคนแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง บริษัทเฟ็ดเฟ่ยังไม่ได้ปิด และยังมีรายได้เข้ามาอยู่เรื่อยๆ
โครงสร้างหุ้นที่ยัตเล่าคือ
ต้า 98%
ยัต 1%
เจมส์ 1%
ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าต้าเป็นคนเริ่มต้นเฟ็ดเฟ่ และเป็นคนถือหุ้นใหญ่ จึงไม่มีใครติดใจเรื่องสัดส่วนหุ้น
แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ ยัตบอกว่า ต้าเคยเสนอเองว่าเงินที่บริษัทได้รับหลังจากแยกย้าย จะนำมาแบ่งให้เพื่อนๆ เท่าๆ กันในลักษณะเงินสวัสดิการ
ตรงนี้แหละครับที่เรื่องเริ่มมีปัญหา
เพราะวันหนึ่งคนทำบัญชีมาบอกว่า เงินบริษัทหายไป
เมื่อย้อนตรวจสอบรายการ ก็พบว่ามีการเบิกเงินออกต่อเนื่องประมาณ 4 ถึง 5 เดือน รวมแล้วกว่า 200,000 บาท
และคนที่สามารถเบิกเงินออกจากบัญชีได้คือ ต้า
หนุ่ม กรรชัย จึงถามต้าในรายการตรงๆ ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
คำตอบคือ ต้ายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง
แต่เหตุผลที่ต้าอธิบายก็เป็นอีกมุมหนึ่ง โดยบอกว่าช่วงนั้นเงินเดือนฝั่งชัยโสโรถูกลดจาก 150,000 บาท เหลือ 40,000 บาท ทำให้ตัวเองเริ่มมีปัญหาด้านการเงิน จึงตัดสินใจเบิกเงินจากบริษัทเฟ็ดเฟ่
มุมของต้าคือ เงินดังกล่าวเป็นเงินของตัวเอง เพราะตัวเองถือหุ้นถึง 98% และมองว่าตัวเองมีสิทธิ์จะเบิก จะนำไปแบ่งให้เพื่อนหรือไม่แบ่งก็ได้
ขณะที่ฝั่งยัตกลับมองต่างออกไปอย่างชัดเจน
เพราะสิ่งที่ยัตยึดถือไม่ใช่แค่เรื่อง ใครถือหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์
แต่เป็นเรื่องของ ข้อตกลงที่เคยพูดกันไว้
ยัตบอกว่า ถ้าต้ามีปัญหาเรื่องเงิน สามารถมาคุยกันได้ จะเอาเงินจากฝั่งชัยโสโรก็ยังได้ แต่เงินที่อยู่ในเฟ็ดเฟ่ถูกคุยกันไว้แล้วว่าจะนำมาแบ่งให้เพื่อนๆ
แม้จะไม่มีเอกสารเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษร แต่สำหรับยัต การพูดคุยและตกลงกันระหว่างเพื่อนก็มีความหมาย
และจุดที่ผมว่าน่าสังเกตมากคือ ยัตไม่ได้บอกว่าอยากได้เงินส่วนนี้เพราะตัวเองเสียผลประโยชน์อย่างเดียว แต่พูดถึงเรื่อง ความรู้สึกและความไว้ใจ มากกว่า
เพราะถ้ายัตเลือกเงียบ เรื่องอาจไม่กลายเป็นปัญหาใหญ่แบบวันนี้ก็ได้
ยัตยังบอกอีกว่า จะเลือกไปแบ่งเงินกับต้าสองคนก็ได้ หรือจะไม่บอกเพื่อนคนอื่นก็ได้ แต่ตัวเองทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง
อีกจุดที่ทำให้เรื่องยิ่งหนัก คือยัตเปิดแชตที่ต้าเคยส่งพูดคุยกับเพื่อนๆ ซึ่งในแชตนั้นมีข้อความที่ต้ายอมรับเรื่องการนำเงินออกไป และยังพูดถึงยัตในลักษณะว่า เป็นคนดีที่พยายามปกป้องสิทธิ์ของเพื่อนๆ
ฟังตรงนี้แล้วผมว่ามันยิ่งสะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากเงิน 200,000 กว่าบาท เพียงอย่างเดียว
แต่มันน่าจะเป็นเรื่องของ ความไว้ใจที่พังลงทีละจุด
จากเพื่อนที่เคยสนิทกันมาก กลายเป็นคนที่ต้องออกมาพูดผ่านรายการโทรทัศน์ และต้องมีทนายเข้ามาเกี่ยวข้อง
ส่วนตัวผมมองว่า เรื่องนี้มีสองชั้นที่ต้องแยกกันให้ชัด
ชั้นแรกคือ เรื่องสิทธิ์ในเงินของบริษัทตามกฎหมายและตามสัดส่วนหุ้น
อีกชั้นคือ ข้อตกลงระหว่างเพื่อนที่เคยพูดกันไว้
สองเรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และสุดท้ายต้องดูทั้งเอกสาร หลักฐานทางบัญชี รวมถึงรายละเอียดทางกฎหมายประกอบกัน
แต่ถ้าถามว่าจุดไหนเป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ ผมว่า วันที่เรื่องเงินกลายเป็นเรื่องความไว้ใจ นั่นแหละ
เพราะเงินสองแสนอาจหาใหม่ได้
แต่ความรู้สึกของเพื่อนที่เคยไว้ใจกันมากๆ ถ้าพังแล้ว เอากลับมาเหมือนเดิมอาจไม่ง่าย
และนี่น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องของ ต้า กับ ยัต ถึงยังถูกจับตามองต่อเนื่อง เพราะเบื้องหลังตัวเลขและข้อพิพาททางธุรกิจ มันมีเรื่องของคำว่า เพื่อน เข้ามาเกี่ยวข้องเต็มๆ
หมอคู่กรณีออกโรงแจง ปัดพูด “อนาคตผมยังอีกไกล” ยืนยันหลังเกิดเหตุลงช่วยทันที ไม่ได้คิดหนี
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
ทุบสถิติโลก! กาแฟไทยคะแนนสูงสุด พุ่งแตะกิโลละหลักหมื่น เกิดอะไรขึ้นกับวงการกาแฟบ้านเรา
คุก 2 ปีไม่รอลงอาญา “ตะวัน ทะลุวัง” ปมไลฟ์สดขบวนเสด็จ ศาลชี้เจตนา–ฝ่าฝืนคำสั่งตำรวจ
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ย้อนรอยจาก “เลอรส” สู่ “เรือทอง” ปมธุรกิจที่จบลงด้วยความสูญเสีย
ยอดเหยื่อน้ำท่วม เนปาล ทิเบต พุ่ง 919 ศพ สูญหายหลายพัน เร่งเปิดอุโมงค์ หวั่นติดอยู่ 900 คน
5 จุด "ภาษีเงินคืน" ของคนทำงานออฟฟิศ ที่คนไทย 90% พลาดลืมยื่นจนเสียเงินหลักหมื่น
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ทุบสถิติโลก! กาแฟไทยคะแนนสูงสุด พุ่งแตะกิโลละหลักหมื่น เกิดอะไรขึ้นกับวงการกาแฟบ้านเรา
หมอคู่กรณีออกโรงแจง ปัดพูด “อนาคตผมยังอีกไกล” ยืนยันหลังเกิดเหตุลงช่วยทันที ไม่ได้คิดหนี
5 จุด "ภาษีเงินคืน" ของคนทำงานออฟฟิศ ที่คนไทย 90% พลาดลืมยื่นจนเสียเงินหลักหมื่น
คุก 2 ปีไม่รอลงอาญา “ตะวัน ทะลุวัง” ปมไลฟ์สดขบวนเสด็จ ศาลชี้เจตนา–ฝ่าฝืนคำสั่งตำรวจ
ทนายไข่มุกเล่านิสัย ต้า เฟ็ดเฟ่ หลังรับทำคดี เผยคำพูดที่ทำให้รู้เลยว่า “พี่ต้าคนนี้น่ารัก”
หมอคู่กรณีออกโรงแจง ปัดพูด “อนาคตผมยังอีกไกล” ยืนยันหลังเกิดเหตุลงช่วยทันที ไม่ได้คิดหนี
ยอดเหยื่อน้ำท่วม เนปาล ทิเบต พุ่ง 919 ศพ สูญหายหลายพัน เร่งเปิดอุโมงค์ หวั่นติดอยู่ 900 คน
คุก 2 ปีไม่รอลงอาญา “ตะวัน ทะลุวัง” ปมไลฟ์สดขบวนเสด็จ ศาลชี้เจตนา–ฝ่าฝืนคำสั่งตำรวจ