28 ส.ค. รู้กัน “ฮั้ว สว.” 229 ราย ใครรอด–ใครส่งศาล เปิดจุดชี้ขาดคดีสะเทือนการเมือง
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความเกี่ยวกับความคืบหน้าคดี “ฮั้วเลือก สว.” และเห็นว่าขณะนี้เรื่องกำลังเดินทางมาถึงจุดสำคัญอีกครั้ง เพราะ วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีกำหนดพิจารณาลงมติในสำนวนคดี หลังจากปิดสำนวนแล้ว
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวการเมืองธรรมดา แต่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน และกำลังถูกจับตามองอย่างมากว่า กกต.จะมีมติอย่างไรกับผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย
เพื่อให้คนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ติดตามข่าวการเมืองทุกวัน เข้าใจเรื่องนี้ได้ง่าย ผู้เขียนขอเรียบเรียงตั้งแต่ต้นจนถึงจุดที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม
จุดเริ่มต้นของเรื่อง เกิดอะไรขึ้นกับการเลือก สว. 2567?
การเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันเป็นกระบวนการที่แตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. เพราะเป็นระบบที่ผู้สมัคร สว. เป็นผู้เลือกกันเอง แบ่งออกเป็น 20 กลุ่มอาชีพ มีทั้งการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ
การเลือก สว. ระดับประเทศเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี
หลังจากนั้นเกิดข้อร้องเรียนและข้อสงสัยเกี่ยวกับความผิดปกติในการเลือก โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือข้อกล่าวหาเรื่องการ “ฮั้ว” หรือการจัดตั้งกลุ่มเพื่อสนับสนุนผู้สมัครบางรายให้ได้รับเลือกผ่านการลงคะแนนที่มีการวางแผนไว้
อย่างไรก็ตาม ตรงนี้ต้องย้ำให้ชัดว่า คำว่า “ฮั้ว” เป็นข้อกล่าวหาในคดี ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดกระทำผิดแล้ว เพราะผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
แล้วทำไมคดีนี้ถึงใหญ่?
เพราะการสอบสวนของ กกต. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลเพียงไม่กี่คน
ข้อมูลที่มีการรายงานล่าสุดระบุว่า คณะไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นเสนอให้ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหารวม 229 ราย แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 ราย และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริหารพรรคและเครือข่ายทางการเมืองอีก 91 ราย
นี่คือเหตุผลที่คดีดังกล่าวถูกจับตามองอย่างหนัก
แต่ตัวเลข 229 รายไม่ได้หมายความว่า กกต.จะต้องลงมติเอาผิดทั้ง 229 คนในวันที่ 28 สิงหาคม เพราะกระบวนการพิจารณาต้องดูพฤติการณ์และพยานหลักฐานของแต่ละบุคคลด้วย
ล่าสุดมีการระบุว่า กกต.จะพิจารณาข้อกล่าวหาเป็นรายบุคคล และมีข้อกล่าวหาที่ต้องพิจารณารวม 7 ประเด็น โดยกรรมการแต่ละคนจะจัดทำความเห็นของตนเองก่อนเข้าสู่การลงมติ
จุดสำคัญที่สุดของวันที่ 28 สิงหาคม คืออะไร?
ไม่ใช่การตัดสินว่าคนทั้งหมด 229 คน “ผิด” หรือ “ไม่ผิด” ในคราวเดียว
แต่หัวใจสำคัญคือ กกต.จะมีความเห็นอย่างไรต่อสำนวนและพยานหลักฐานที่อยู่ในมือ และจะมีผู้ถูกกล่าวหารายใดที่เห็นว่ามีเหตุอันควรดำเนินการต่อในกระบวนการตามกฎหมาย
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ
วันที่ 28 สิงหาคม คือวันที่ต้องจับตาว่า “ประตูของกระบวนการต่อไป” จะเปิดกว้างแค่ไหน
เพราะหากมีการส่งเรื่องต่อ ผู้ถูกกล่าวหาก็ยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ไม่ใช่ถูกตัดสินว่าผิดทันที
ดังนั้น การพูดว่า “28 สิงหาคม ศาลจะตัดสินคดีฮั้ว สว.” จึงไม่ถูกต้องเสียทีเดียว
สิ่งที่สังคมกำลังรอคือ มติของ กกต.ต่อสำนวนคดี และทิศทางที่คดีจะเดินต่อไป
ทำไมต้องจับตา “ศาลฎีกา”?
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะสำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภาและข้อกล่าวหาทุจริตในการได้มาซึ่งตำแหน่ง กฎหมายกำหนดกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับศาลฎีกาไว้
รัฐธรรมนูญ มาตรา 226 กำหนดกลไกเกี่ยวกับกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกวุฒิสภาได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการเลือกโดยมิชอบ ซึ่งกระบวนการหลังจาก กกต.มีความเห็นจึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ถามว่า “ใครผิด”
เพราะคำถามใหญ่กว่าคือ
ใครจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการของศาล และพยานหลักฐานที่ กกต.มีอยู่จะสามารถเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้มากน้อยเพียงใด
นี่ต่างหากคือหัวใจของเรื่อง
แล้วหลักฐานที่พูดถึงกันมีอะไรบ้าง?
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการพูดถึงหลักฐานหลายประเภท ทั้งข้อมูลการติดต่อสื่อสาร เส้นทางการเงิน เอกสาร รายชื่อ และพฤติการณ์เกี่ยวกับการลงคะแนน รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการจัดตั้งกลุ่มหรือการประสานงานเพื่อสนับสนุนผู้สมัคร
แต่สิ่งสำคัญคือ หลักฐานแต่ละชิ้นไม่ได้แปลว่าผู้ที่มีชื่ออยู่ในหลักฐานนั้นกระทำผิดโดยอัตโนมัติ
การเอาผิดบุคคลใดบุคคลหนึ่งจำเป็นต้องพิจารณาว่า หลักฐานสามารถเชื่อมโยงไปถึงการกระทำที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิดได้หรือไม่
เรื่องนี้ กกต.เองก็เคยอธิบายหลักการเกี่ยวกับการเอาผิดผู้สมัคร สว.ว่า ต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ของผู้สมัคร การรู้เห็น และหลักฐานที่แสดงถึงการกระทำโดยไม่สุจริตประกอบกัน
ดังนั้น คนที่ติดตามข่าวไม่ควรรีบสรุปจากเพียง “รายชื่อ” หรือ “โพย” ว่าใครผิดใครถูก
คดีนี้ต้องวัดกันที่พยานหลักฐานและข้อกฎหมาย
อีกจุดที่น่าสนใจ คือ กกต.เคยมีความเห็นแตกต่างกัน
เรื่องนี้ยิ่งทำให้วันที่ 28 สิงหาคมถูกจับตามอง
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งชุดที่ 36 เคยมีมติ 5 ต่อ 2 เสนอให้ยุติเรื่องเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย โดยเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลความผิด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง คณะไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นเสนอให้ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 ราย
จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ท้ายที่สุด กกต.ชุดใหญ่จะให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานและความเห็นของคณะทำงานแต่ละชุดอย่างไร
นี่คืออีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาในการประชุมวันที่ 28 สิงหาคม
ถ้า กกต.ส่งเรื่องต่อ จะหมายความว่า สว.ทั้ง 138 คนพ้นตำแหน่งหรือไม่?
ไม่ใช่
นี่เป็นเรื่องที่ผู้เขียนเห็นว่าประชาชนควรเข้าใจให้ชัดที่สุด
การที่ กกต.มีมติส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการต่อไป ไม่ได้เท่ากับศาลมีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดกระทำผิด
และยิ่งไม่ใช่การประกาศว่า สว.ทั้ง 138 คนจะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที
แต่ละคนต้องถูกพิจารณาตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของตนเอง และหากเรื่องเข้าสู่ศาล ก็เป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม
เพราะฉะนั้น ประชาชนควรแยกคำว่า
“ถูกกล่าวหา”
“ถูกส่งดำเนินคดี”
“ศาลมีคำพิพากษา”
ออกจากกันให้ชัดเจน
สามคำนี้ไม่ใช่ความหมายเดียวกัน
ทำไมคดีนี้จึงสำคัญกว่าตัวเลข 229 คน?
ผู้เขียนเห็นว่า คดีนี้ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะตัวเลขผู้ถูกกล่าวหา
แต่เกี่ยวข้องกับคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า
ระบบการได้มาซึ่ง สว.ชุดปัจจุบันสุจริตและเป็นธรรมเพียงใด
หากมีการกระทำผิดจริง การตรวจสอบต้องสามารถไปถึงผู้ที่กระทำผิดได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร คนประสานงาน หรือบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง
แต่ในทางกลับกัน หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดบุคคลใด ก็ควรต้องยึดหลักกฎหมายและไม่ลงโทษคนจากเพียงกระแสสังคม
นี่คือหลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรม
ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งที่น่าติดตามที่สุดในวันที่ 28 สิงหาคม ไม่ใช่ว่า กกต.จะ “เล่นงานใคร” หรือ “ช่วยใคร”
แต่คือ กกต.จะสามารถอธิบายต่อสังคมได้อย่างชัดเจนหรือไม่ว่า
เหตุใดจึงมีมติแบบนั้น และพยานหลักฐานข้อใดนำไปสู่ข้อสรุปดังกล่าว
เพราะคดีนี้มีความซับซ้อนสูง และมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก การตัดสินใจที่ไม่มีคำอธิบายเพียงพออาจทำให้สังคมตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการตรวจสอบได้
ขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็เห็นว่าไม่ควรตัดสินผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดจากกระแสข่าวหรือความรู้สึกทางการเมือง
ถ้าหลักฐานแน่น ก็ควรเดินหน้าตามกฎหมาย
ถ้าหลักฐานไม่ถึง ก็ต้องกล้ายอมรับว่าไม่ถึง
เพราะสิ่งที่ประเทศไทยควรได้จากคดีนี้ ไม่ใช่เพียง “คนผิดถูกลงโทษ” แต่ต้องได้คำตอบด้วยว่า ระบบการเลือก สว.ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกันแน่
วันที่ 28 สิงหาคมจึงไม่ใช่วันตัดสินอนาคตของคน 229 คนเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของ กกต. กระบวนการยุติธรรม และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมืองไทย
และสำหรับคนทั่วไป หากจะติดตามข่าวเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว ผู้เขียนขอแนะนำให้จับตาคำถามนี้ให้ดี
“กกต.จะวินิจฉัยอย่างไรต่อพยานหลักฐาน และเหตุผลของมติจะชัดเจนเพียงพอให้ประชาชนตรวจสอบได้หรือไม่?”
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาในทางใด สิ่งที่ประชาชนควรได้รับคือ ความจริงที่พิสูจน์ได้ และกระบวนการที่ตรวจสอบได้
ไม่ใช่เพียงคำกล่าวหาจากฝ่ายหนึ่ง และคำปฏิเสธจากอีกฝ่ายหนึ่ง
แหล่งที่มาของข้อมูล :
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) — ข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 รวมถึงการชี้แจงประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือก สว.
- ไทยรัฐ — รายงานความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ระบุว่า กกต.ปิดสำนวนและเตรียมลงมติวันที่ 28 สิงหาคม 2569 พร้อมรายละเอียดข้อกล่าวหาและจำนวนผู้ถูกกล่าวหา
- ประชาชาติธุรกิจ — รายงานกำหนดการประชุม กกต.วันที่ 28 สิงหาคม 2569 และประเด็นการพิจารณาผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล
- ไทยโพสต์ — รายงานความคืบหน้าสำนวนและความเห็นของคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. รวมถึงตัวเลขผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย
- ราชกิจจานุเบกษา — เอกสารเกี่ยวกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและสถานะสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงกรณีสมาชิกภาพสิ้นสุดจากเหตุทางกฎหมาย
- สำนักข่าวไทยพีบีเอส — รายงานการดำเนินการของ กกต.ต่อข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือก สว. และการส่งคดีเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
โอยเมียกอนจัดการชีวิตประจำวันอย่างไรในอากาศสุดขั้ว
รถยนต์แบรนด์สัญชาติไทย รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
น่ารัก! เรือนจำบราซิลจึงใช้ "ห่าน" เฝ้าแนวรั้ว
สนาม Zero ใช้เส้นศูนย์สูตรเป็นเส้นกลางสนามจริงหรือไม่
ภาพสลด หญิงอินเดียวัย 46 ปี พลัดตกหม้อซุปเดือด ขณะเตรียมอาหารแจกในงานพระพิฆเนศ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เลขปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่น 9-5 ก่อนแตกชุด 2 ตัวและ 3 ตัว
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
น่ารัก! เรือนจำบราซิลจึงใช้ "ห่าน" เฝ้าแนวรั้ว

