หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทรัมป์ประกาศแผนภาษียาสามัญ นำเข้า 0% สองปี ก่อนขยับสูงสุด 200%

เขียนโดย good4289

 

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนภาษีสำหรับยาสามัญนำเข้า โดยกำหนดให้สินค้ากลุ่มนี้ยังคงมีอัตราภาษี 0% เป็นเวลาสองปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026

หลังสิ้นสุดช่วงผ่อนผัน สหรัฐฯ จะปรับอัตราภาษีนำเข้ายาสามัญเป็น 100% เป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนเพิ่มเป็น 200% หลังจากนั้น นั่นหมายความว่า หากแผนดำเนินไปตามกรอบเวลาที่ประกาศ อัตรา 100% จะเริ่มในเดือนสิงหาคม 2028 และเพิ่มเป็น 200% ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2029 เป็นต้นไป

ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายผลักดันให้บริษัทเภสัชกรรมย้ายการผลิตยาสามัญกลับมายังสหรัฐอเมริกา โดยช่วงปลอดภาษีสองปีจะเปิดโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ ลงทุน สร้างโรงงาน และจัดหาเครื่องจักรภายในประเทศ

หากบริษัทไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ภาษีที่เพิ่มขึ้นจะทำหน้าที่เสมือนแรงกดดันทางการค้า เพื่อทำให้การผลิตนอกสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการตั้งฐานผลิตภายในประเทศ

ทำไมยาสามัญจึงมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ

ยาสามัญ หรือยาที่ผลิตขึ้นหลังสิทธิบัตรของยาต้นแบบหมดอายุ เป็นส่วนสำคัญของระบบสาธารณสุขสหรัฐฯ เพราะโดยทั่วไปมีราคาต่ำกว่ายาต้นแบบและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษา

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ระบุว่า ใบสั่งยาประมาณ 9 ใน 10 รายการที่จ่ายในสหรัฐฯ เป็นยาสามัญ การเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุน การผลิต หรือการนำเข้ายากลุ่มนี้จึงอาจกระทบทั้งผู้ป่วย โรงพยาบาล บริษัทประกัน และงบประมาณด้านสุขภาพของรัฐบาล

นโยบายดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าราคายาสำหรับผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 100% หรือ 200% โดยอัตโนมัติ เพราะราคาขายปลีกยังขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้า บริษัทประกัน และเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม หากต้นทุนนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก บริษัทอาจต้องเลือกระหว่างรับภาระต้นทุนเอง ปรับเส้นทางการผลิต ย้ายโรงงาน หรือส่งผ่านต้นทุนบางส่วนไปยังผู้ซื้อ จึงเกิดความกังวลว่ามาตรการอาจกระทบราคาหรือความต่อเนื่องของอุปทานยาในระยะยาว

แตกต่างจากมาตรการภาษียาที่ประกาศก่อนหน้านี้อย่างไร

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ใช้มาตรา 232 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ กำหนดมาตรการกับยาที่มีสิทธิบัตรและวัตถุดิบทางเภสัชกรรมบางประเภท โดยให้อัตราภาษีแตกต่างกันตามประเทศ ข้อตกลงด้านราคา และแผนย้ายฐานการผลิตเข้าสู่สหรัฐฯ

ประกาศเมื่อเดือนเมษายน 2026 ระบุอัตราภาษี 100% สำหรับยาที่มีสิทธิบัตรบางรายการ ขณะที่บริษัทซึ่งมีแผนย้ายฐานการผลิตที่ได้รับอนุมัติอาจเสียภาษีในอัตราต่ำกว่า และบริษัทที่ทำข้อตกลงด้านราคาและการลงทุนกับรัฐบาลอาจได้รับการยกเว้นตามเงื่อนไข

ในเวลานั้น ยาสามัญ ยาชีววัตถุคล้ายคลึง และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องยังไม่ถูกเรียกเก็บภาษีภายใต้มาตรา 232

คำประกาศล่าสุดจึงถือเป็นการกำหนดทิศทางระยะยาวสำหรับยาสามัญโดยเฉพาะ ส่วนมาตรการที่ใช้กับยาที่มีสิทธิบัตร ยาที่มีตราสินค้า และยานวัตกรรมยังคงเป็นไปตามนโยบายเดิมที่รัฐบาลวางไว้

ย้ายโรงงานผลิตยากลับสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทันที

แม้บริษัทเภสัชกรรมรายใหญ่จำนวนหนึ่งจะประกาศเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ แต่การสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ต้องใช้ทั้งเงินทุน เวลา บุคลากรเฉพาะทาง ระบบควบคุมคุณภาพ และการตรวจรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล

รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า บริษัทอย่าง Eli Lilly, Pfizer, AstraZeneca และ Roche ได้ประกาศแผนลงทุนรวมหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและงานวิจัยในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนของบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ส่วนหนึ่งมุ่งไปที่ยานวัตกรรมและยาที่มีสิทธิบัตร ซึ่งมีโครงสร้างกำไรต่างจากตลาดยาสามัญราคาถูก

สำหรับผู้ผลิตยาสามัญ การสร้างโรงงานในสหรัฐฯ อาจเผชิญต้นทุนแรงงาน ที่ดิน พลังงาน และกฎระเบียบสูงกว่าการผลิตในหลายประเทศ ขณะเดียวกัน แม้การผลิตขั้นสุดท้ายจะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ โรงงานก็อาจยังต้องนำเข้าสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมหรือวัตถุดิบตั้งต้นจากต่างประเทศ

ด้วยเหตุนี้ ภาษีนำเข้าอาจช่วยเร่งการลงทุนบางส่วน แต่ยังไม่อาจรับประกันได้ว่าห่วงโซ่อุปทานยาทั้งระบบจะย้ายกลับสหรัฐฯ ได้ภายในสองปี

ประเทศผู้ผลิตยาอาจได้รับผลกระทบ

สหรัฐฯ พึ่งพาการผลิตยาและวัตถุดิบจากต่างประเทศในหลายขั้นตอน โดยเฉพาะประเทศที่มีฐานอุตสาหกรรมยาสามัญและสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมขนาดใหญ่ เช่น อินเดียและจีน

หากภาษีใหม่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ บริษัทในประเทศเหล่านี้อาจต้องพิจารณาการลงทุนในสหรัฐฯ จัดตั้งกิจการร่วมค้า ปรับประเทศต้นทางของสินค้า หรือเจรจาเงื่อนไขกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อรักษาการเข้าถึงตลาด

ผลกระทบจริงจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดทางกฎหมาย รายการสินค้าที่ครอบคลุม ข้อยกเว้นรายบริษัท และวิธีคำนวณแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งยังควรติดตามจากประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม

คนไทยควรจับตาอะไร

มาตรการนี้ไม่ได้เป็นภาษีที่เรียกเก็บกับยาที่จำหน่ายในประเทศไทยโดยตรง แต่ตลาดยามีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกันทั่วโลก หากผู้ผลิตรายใหญ่ย้ายกำลังการผลิตไปสหรัฐฯ หรือเร่งส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ก่อนภาษีมีผล อาจเกิดการปรับแผนการผลิตและการส่งออกในประเทศอื่นตามมา

อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าราคายาในไทยจะเพิ่มขึ้นหรือเกิดภาวะขาดแคลน เพราะผลกระทบขึ้นอยู่กับชนิดยา แหล่งผลิต สัญญาจัดซื้อ ปริมาณสำรอง และนโยบายของแต่ละประเทศ

สิ่งสำคัญที่ควรจับตาต่อไปคือ รายละเอียดการบังคับใช้ ข้อยกเว้นสำหรับยาจำเป็นและวัตถุดิบ ตลอดจนท่าทีของผู้ผลิตยาสามัญรายใหญ่ในช่วงผ่อนผันสองปี

มาตรการภาษียาสามัญของทรัมป์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการค้า แต่เป็นความพยายามปรับโครงสร้างความมั่นคงด้านยาของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงว่า ต้นทุนที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนฐานการผลิตอย่างรวดเร็วอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาและอุปทานยา หากการเปลี่ยนผ่านไม่เป็นไปตามแผน

 

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
good4289's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย good4289
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569ทำไมบางสถานที่ถึงทำให้เรารู้สึกขนลุก? อธิบายด้วยความรู้สึกและวิทยาศาสตร์รอบตัวกลยุทธ์เด็ด “หักจู๋อุดรู” กันตัวอื่นมาเสียบ เกมสืบพันธุ์สุดโหดของแมงมุมตัวผู้มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569ย้อนคดีเรือแมรี่ เซเลสต์ ลูกเรือ 10 ชีวิตหายไปไหนเรือเฟอร์รี่ MV Barima ล่มในกายอานา เสียชีวิต 41 ราย ยังสูญหายหลายสิบคน10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวหอเอนปิซาแห่งอังกฤษทรุดหนัก โบสถ์เก่า 160 ปีเตรียมรื้อยอดแหลม10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำเลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด? ส่องเลขเด่นหวยลาว 22 กรกฎาคม 2569 ทำไมหลายสำนักถึงจับตาไข่ไก่เปลือกสีน้ำตาล vs เปลือกสีขาว ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ย้อนคดีเรือแมรี่ เซเลสต์ ลูกเรือ 10 ชีวิตหายไปไหนต้นหม่อน ต้นไม้ธรรมดาที่แทบทุกส่วนมีคุณค่ามหาศาลกลยุทธ์เด็ด “หักจู๋อุดรู” กันตัวอื่นมาเสียบ เกมสืบพันธุ์สุดโหดของแมงมุมตัวผู้[แจกสูตร] "แกงจืดวุ้นเส้น" เมนูง่าย ๆ ตอนเป็นหวัด ซดร้อน ๆ โล่งจมูก!หอเอนปิซาแห่งอังกฤษทรุดหนัก โบสถ์เก่า 160 ปีเตรียมรื้อยอดแหลม"หมู่บ้านเส้นตรง"ในประเทศโปแลนด์ ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
หอเอนปิซาแห่งอังกฤษทรุดหนัก โบสถ์เก่า 160 ปีเตรียมรื้อยอดแหลมจางหลิงเหอส่งโปสเตอร์พร้อมลายเซ็น เปิดร้านป๊อปอัพ “Chasing Jade” แห่งแรกของโลกเรือเฟอร์รี่ MV Barima ล่มในกายอานา เสียชีวิต 41 ราย ยังสูญหายหลายสิบคน“จากคนแรกที่กล้าหยิบปัญหาขึ้นสภา...สู่วันปลดล็อกนกกรงหัวจุก” ชาวนกใต้ยก “สส.สุรินทร์ ปาลาเร่” ผู้บุกเบิกจุดกระแสผลักดัน จน ครม.ไฟเขียว คืนความหวังผู้เลี้ยงนับหมื่นครัวเรือน
ตั้งกระทู้ใหม่