3 เรื่องหลอกลวงชื่อดังของโลก ที่ครั้งหนึ่งผู้คนจำนวนมากเคยเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

ตลอดประวัติศาสตร์ของโลก มีเรื่องหลอกลวงเกิดขึ้นมากมาย บางเรื่องทำขึ้นเพื่อหาเงิน บางเรื่องทำเพื่อสร้างชื่อเสียง หรือบางครั้งก็เริ่มต้นขึ้นเพียงเพื่อความสนุกสนาน
แต่เมื่อภาพหรือเรื่องราวเหล่านั้นถูกเผยแพร่และเล่าต่อกันมากขึ้น ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งที่ภายหลังพบว่าเป็นการจัดฉาก ดัดแปลง หรือสร้างขึ้นมาเอง
เรื่องหลอกลวงทั้ง 3 เรื่องต่อไปนี้ถือเป็นกรณีโด่งดังระดับโลก เพราะครั้งหนึ่งเคยทำให้ผู้คนจำนวนมากเชื่ออย่างสนิทใจ และบางเรื่องยังคงถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน
อันดับ 1 “นางฟ้าแห่งคอตติงลีย์” ภาพถ่ายที่ทำให้คนเชื่อว่านางฟ้ามีจริง
เรื่องแรกคือ “นางฟ้าแห่งคอตติงลีย์” หรือ Cottingley Fairies ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1917
เด็กผู้หญิงสองคนชื่อ เอลซี ไรท์ (Elsie Wright) และ ฟรานเซส กริฟฟิธส์ (Frances Griffiths) ถ่ายภาพตัวเองกำลังอยู่กับนางฟ้าตัวเล็ก ๆ บริเวณลำธารหลังบ้าน
เมื่อพ่อของเอลซีเห็นภาพ เขาสงสัยทันทีว่า “ภาพเหล่านี้น่าจะเป็นของปลอม” แต่แม่ของเธอกลับเชื่อว่าอาจเป็นภาพจริง
หลังจากนั้น ภาพถ่ายชุดดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปและกลายเป็นข่าวดัง จนกระทั่ง เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ (Sir Arthur Conan Doyle) นักเขียนผู้สร้างตัวละครนักสืบชื่อดังอย่าง เชอร์ล็อก โฮลมส์ ยังเชื่อว่าภาพเหล่านี้อาจเป็นหลักฐานว่านางฟ้ามีอยู่จริง
ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของโคนัน ดอยล์ ทำให้ผู้คนจำนวนมากยิ่งสนใจและเชื่อในภาพดังกล่าว แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ตั้งข้อสงสัยออกมาเตือนว่า ภาพเหล่านี้อาจเกิดจากการจัดฉากก็ตาม
เรื่องราวดำเนินต่อเนื่องมานานหลายสิบปี จนในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เอลซีและฟรานเซสยอมรับว่า ภาพ 4 ภาพแรกเป็นภาพที่จัดฉากขึ้น
พวกเธอนำรูปนางฟ้าที่ตัดจากหนังสือมาจัดวางและยึดไว้ด้วยเข็มหมุด ก่อนถ่ายภาพให้ดูเหมือนมีนางฟ้าปรากฏอยู่จริง
อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ยังคงยืนยันว่า “ภาพสุดท้าย” ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น แม้จะไม่มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนก็ตาม
เรื่องนี้จึงกลายเป็นตัวอย่างสำคัญว่า แม้ภาพถ่ายจะดูน่าเชื่อถือ แต่ภาพเพียงภาพเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง
อันดับ 2 “Alien Autopsy” วิดีโอชันสูตรศพมนุษย์ต่างดาว
เรื่องต่อมาคือ “Alien Autopsy” หรือ “วิดีโอชันสูตรศพมนุษย์ต่างดาว” ซึ่งสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกในปี ค.ศ. 1995
เรย์ ซานติลลี (Ray Santilli) กล่าวอ้างว่า เขาได้รับฟิล์มลับจากอดีตช่างภาพของกองทัพสหรัฐฯ โดยฟิล์มดังกล่าวบันทึกการชันสูตรร่างมนุษย์ต่างดาว หลังเหตุการณ์วัตถุลึกลับตกที่เมืองรอสเวลล์ เมื่อปี ค.ศ. 1947
ซานติลลีนำวิดีโอไปเผยแพร่ให้สื่อมวลชน นักวิจัยเรื่องยูเอฟโอ และผู้สนใจได้รับชม
ภาพขาวดำภายในวิดีโอแสดงให้เห็นบุคคลคล้ายเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบร่างของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีศีรษะและดวงตาขนาดใหญ่
หลายคนเชื่อว่า “นี่อาจเป็นหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง” ขณะที่ผู้ชมอีกจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสงสัยว่า ขั้นตอนการชันสูตร ฉาก และลักษณะของร่างในวิดีโอดูแปลกและไม่น่าเชื่อถือ
ต่อมาในปี ค.ศ. 2006 ก่อนภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องดังกล่าวจะเข้าฉาย ซานติลลียอมรับว่า วิดีโอที่เผยแพร่ส่วนใหญ่เป็นการสร้างขึ้นใหม่
เขายังคงอ้างว่าเคยเห็นฟิล์มต้นฉบับ แต่เนื่องจากฟิล์มเสียหาย จึงต้องสร้างเหตุการณ์ขึ้นมาใหม่
ส่วนร่างมนุษย์ต่างดาวที่ปรากฏในวิดีโอไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตจริง แต่เป็นหุ่นที่สร้างจากวัสดุต่าง ๆ โดยมีการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุที่ช่วยทำให้ดูคล้ายร่างสิ่งมีชีวิต เช่น สมองแกะ เยลลี่ เครื่องในไก่ และกระดูกสัตว์
แม้คำกล่าวอ้างเรื่องฟิล์มต้นฉบับจะยังไม่มีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจน แต่วิดีโอ Alien Autopsy ก็กลายเป็นหนึ่งในเรื่องหลอกลวงเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่โด่งดังที่สุด และยังถูกนำกลับมาพูดถึงอยู่เสมอ
อันดับ 3 “ฟีจี เมอร์เมด” นางเงือกที่เกิดจากการนำชิ้นส่วนสัตว์มาประกอบกัน
เรื่องสุดท้ายคือ “ฟีจี เมอร์เมด” (Feejee Mermaid) หรือ “นางเงือกฟิจิ” ซึ่งโด่งดังในปี ค.ศ. 1842
สิ่งของชิ้นนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หลังถูกนำมาจัดแสดงโดย พี.ที. บาร์นัม (P.T. Barnum) เจ้าของพิพิธภัณฑ์และนักจัดการแสดงชื่อดังของสหรัฐอเมริกา
สิ่งที่นำมาแสดงมีลักษณะเป็นร่างแห้งของสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลา รูปร่างแตกต่างจากภาพนางเงือกแสนสวยในนิทานอย่างสิ้นเชิง
ผู้คนในยุคนั้นต่างหลั่งไหลมาชม เพราะเชื่อหรือสงสัยว่า “นี่อาจเป็นนางเงือกที่ถูกจับได้จริง”
บาร์นัมใช้การประชาสัมพันธ์และสร้างเรื่องราวอย่างชาญฉลาด จนทำให้ผู้คนจำนวนมากเกิดความอยากรู้และยอมเสียเงินเพื่อเข้าชม
แต่เมื่อมีการตรวจสอบรายละเอียดของวัตถุดังกล่าว พบว่าแท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยนำชิ้นส่วนของสัตว์มาประกอบเข้าด้วยกัน เช่น ส่วนบนของลิงกับส่วนหางของปลา แล้วตกแต่งให้ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่
แม้มันจะไม่ใช่นางเงือกจริง แต่สามารถดึงดูดผู้คนได้เป็นจำนวนมาก และกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การโฆษณา ภาพประกอบ และการสร้างเรื่องราว สามารถทำให้สิ่งที่ไม่น่าเชื่อดูน่าเชื่อขึ้นมาได้
ทำไมเรื่องลวงโลกเหล่านี้จึงทำให้คนจำนวนมากเชื่อ?
แม้ทั้ง 3 เรื่องจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมบางอย่างที่คล้ายกัน ได้แก่
-
มีภาพถ่าย วิดีโอ หรือวัตถุที่ดูเหมือนเป็นหลักฐาน
-
เกี่ยวข้องกับสิ่งลึกลับที่ผู้คนอยากรู้ เช่น นางฟ้า มนุษย์ต่างดาว และนางเงือก
-
มีบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือสื่อช่วยทำให้เรื่องแพร่หลาย
-
เรื่องราวถูกเล่าซ้ำจนผู้คนเริ่มรู้สึกว่าอาจเป็นเรื่องจริง
-
ผู้ชมในช่วงแรกยังเข้าถึงข้อมูลหรือวิธีตรวจสอบได้จำกัด
เรื่องหลอกลวงทั้ง 3 เรื่องจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องแปลกจากอดีต แต่ยังให้บทเรียนที่ใช้ได้ในปัจจุบัน เพราะภาพหรือวิดีโอที่ดูสมจริงอาจไม่ได้สะท้อนเหตุการณ์จริงทั้งหมด
ก่อนเชื่อหรือแชร์เรื่องที่ดูน่าตื่นเต้น ควรตรวจสอบที่มา มองหาหลักฐานจากหลายด้าน และแยกให้ออกระหว่าง “สิ่งที่เห็น” กับ “สิ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว”
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
7 ความเสี่ยงทางการเงินที่คนโสดระยะยาวควรเตรียมรับมือ
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
6 สิ่งที่คนโบราณมีและใช้งานมาก่อน หลายอย่างยังเป็นต้นแบบถึงปัจจุบัน
เด็กชาย 3 คนล้อมทำร้ายลูกแมวเสียชีวิต ตำรวจเรียกผู้ปกครองอบรม
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
เปิดประวัติ “หมวดนัท” ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ กับเส้นทางจิตอาสากว่า 18 ปี
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
ศึกฮอร์มุซปะทุรอบใหม่!! สหรัฐฯ ประกาศคุมเส้นทาง อิหร่านโต้กลับทันที
10 อันดับคนขี้โกงคบไม่ได้
นึกว่ามีแต่บนต้นไม้ พาไปดู "น้ำผึ้งดิน" ของแปลกที่หาทานยากระดับ 10 กะรัต
7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุด
6 สิ่งที่คนโบราณมีและใช้งานมาก่อน หลายอย่างยังเป็นต้นแบบถึงปัจจุบัน
เปิดประวัติ “หมวดนัท” ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ กับเส้นทางจิตอาสากว่า 18 ปี
10 อันดับคนขี้โกงคบไม่ได้
ทำไมไม่ควรนั่งห้องน้ำนาน? เสี่ยงริดสีดวง ขาชา และขับถ่ายยากขึ้น
ญี่ปุ่นจับเครือข่ายลักลอบจัดหาไตข้ามชาติ เชื่อมโยงการผ่าตัดในกัมพูชา



