5 เครื่องดื่มแปลกๆ ที่ทำจากส่วนผสมสุดพิสดาร
เวลาพูดถึงเครื่องดื่ม หลายคนก็มักจะนึกถึงชา กาแฟ น้ำผลไม้ น้ำหวาน หรือ น้ำอัดลม แต่ในหลายประเทศทั่วโลกก็มีคนคิดค้นเครื่องดื่มที่แปลกมาก โดยใช้ส่วนผสมที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดว่าจะเอามาดื่มได้ บางชนิดเกิดจากประเพณีเก่าแก่ บางชนิดทำขึ้นเพื่อความแปลกใหม่ หรือเพื่อแข่งขันสร้างสรรค์เมนูที่ไม่เหมือนใคร จนทำให้หลายคน ทั้งตกใจและสงสัยว่า "มีคนดื่มจริงเหรอ?"
ตัวอย่างแรก คือ "เบียร์จากไอซ์แลนด์" ที่มีชื่อ "Hvalur 2" ซึ่งมีส่วนผสมของลูกอัณฑะวาฬฟิน ที่นำไปรมควันด้วยมูลแกะ ก่อนจะใส่ลงในถังหมักเบียร์ ซึ่งวิธีการนี้เป็นเทคนิคการรมควันแบบดั้งเดิมของไอซ์แลนด์ โดยเบียร์ชนิดนี้ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก เพราะมีรสชาติและกลิ่นที่ไม่เหมือนเบียร์ทั่วไป แต่ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากวาฬฟินเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องจริยธรรมและการอนุรักษ์ ถึงแม้จะเคยถูกสั่งห้ามขายชั่วคราว แต่ภายหลังก็กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง และ ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเบียร์ที่แปลกที่สุดในโลก!!
อีกเครื่องดื่มหนึ่งที่มีชื่อเสียง ในด้านความแปลก คือ "ไวน์นกนางนวล" ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า "ชาวอินูอิตในแถบอาร์กติกเคยทำขึ้น เมื่อหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ยาก" โดยวิธีทำคือ ใส่นกนางนวลที่ตายแล้วลงในภาชนะ เติมน้ำ แล้วปล่อยให้หมักอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานาน ปัจจุบันแทบไม่มีใครพบเห็นเครื่องดื่มชนิดนี้แล้ว จึงมีลักษณะคล้ายตำนานมากกว่าจะเป็นเครื่องดื่มที่พบได้ทั่วไป อย่างไรก็ตาม คนที่เคยทดลองดื่มต่างบอกว่า "รสชาติและกลิ่นนั้นรุนแรงมาก จนแทบดื่มไม่ไได้!!"
แม้หลายรายการในลิสต์นี้จะฟังดูน่ากลัว แต่ก็มีเครื่องดื่มที่ดูสมเหตุสมผลกว่า นั่นคือ "สมูทตี้แป้งจิ้งหรีด" ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหลายประเทศ เพราะแป้งจิ้งหรีดมีโปรตีนสูง ใช้ทรัพยากรในการผลิตน้อย และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จิ้งหรีดจะถูกคั่วแล้วบดเป็นผงละเอียด ก่อนนำไปปั่นรวมกับผลไม้ นมจากพืช หรือกล้วย ซึ่งรสชาติที่ได้มักออกแนวถั่วและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด ทำให้เป็นตัวอย่างของการใช้แมลงเป็นแหล่งอาหารแห่งอนาคต
อีกหนึ่งเมนูที่สร้างความฮือฮา คือ "Stag Semen Stout" จากประเทศนิวซีแลนด์ เบียร์ชนิดนี้มีการเติมน้ำอสุจิของกวาง ที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์แล้ว ลงในเบียร์สเตาต์รสเข้ม ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อการแข่งขันอาหารแปลกประจำปี ผู้ที่เคยชิมบอกว่า "รสชาติค่อนข้างนุ่ม มีความเค็มเล็กน้อย และ มีกลิ่นคล้ายถั่ว" ถึงแม้จะไม่ใช่เครื่องดื่มที่คนทั่วไปอยากสั่งมาดื่มในชีวิตประจำวัน แต่ก็กลายเป็นเมนูที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว และ คนที่ชอบลองของแปลก...
เครื่องดื่มสุดท้าย คือ "เหล้าลูกหนู" ซึ่งเป็นยาพื้นบ้านที่มีการกล่าวถึงในบางพื้นที่ของจีนและเกาหลี วิธีทำคือนำลูกหนูแรกเกิดที่ยังไม่ลืมตา ไปแช่ในเหล้าข้าวนานประมาณ 1 ปี ผู้ที่เชื่อในตำรับนี้มองว่า "สามารถช่วยบำรุงร่างกาย บรรเทาโรคหอบหืด และ ช่วยเรื่องสุขภาพบางอย่างได้" ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันประสิทธิภาพเหล่านี้อย่างชัดเจน ในขณะที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมดังกล่าว มักรู้สึกตกใจและไม่กล้าลอง โดยผู้ที่เคยชิมบางรายอธิบายว่า "มีกลิ่นแรงและรสชาติคล้ายน้ำมันเบนซิน"
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เปิด 3 ประเทศยอดฮิตที่เด็ก สปป.ลาว นิยมไปเรียนต่อต่างประเทศ
10 สัตว์ที่เดินถอยหลังไม่ได้ หรือทำได้ยากมาก
ส่องแนวทางเลขเด็ดพญานาคคู่บารมีและเลขเด่นคำชะโนดต้อนรับดาวย้าย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
7 ไอเทมที่คนรวยจริง "ไม่คิดจะซื้อ" แต่อวดรวยชอบมี
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
จะลดจริงใช่ไหม? รมว.พลังงานเรียกประชุมด่วนเย็นนี้ ลุยลดราคาน้ำมันทันที หลังต้นทุนน้ำมันดิบโลกลดลง
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
สิ่งมีชีวิตที่เคยเกือบทำให้โลก เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ผึ้งกับชันโรง ต่างกันอย่างไร? แมลงตัวจิ๋วที่หลายคนมักเข้าใจผิด
6 ผลไม้และผักที่ถูกลืม...
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
10 สัตว์ที่เดินถอยหลังไม่ได้ หรือทำได้ยากมาก
ส่องแนวทางเลขเด็ดพญานาคคู่บารมีและเลขเด่นคำชะโนดต้อนรับดาวย้าย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
ผึ้งกับชันโรง ต่างกันอย่างไร? แมลงตัวจิ๋วที่หลายคนมักเข้าใจผิด
6 ผลไม้และผักที่ถูกลืม...




