ชาเขียวมัทฉะดีต่อสุขภาพจริงเหรอ?
ชาเขียวมัทฉะดีต่อสุขภาพจริงเหรอ?
"มัทฉะ" เป็นชาเขียวรูปแบบหนึ่ง ที่ทำจากใบชาที่ถูกปลูกในที่ร่มก่อนเก็บเกี่ยว จากนั้นนำใบชามาบดจนกลายเป็นผงละเอียด ทำให้เวลาชงดื่ม เราไม่ได้ดื่มเพียงน้ำชาที่สกัดออกมาจากใบชาเหมือนชาเขียวทั่วไป แต่เป็นการบริโภคใบชาทั้งใบในรูปแบบผงด้วย ด้วยเหตุนี้มัทฉะจึงมีสารอาหารและสารประกอบจากพืชหลายชนิด ในปริมาณค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกลุ่มโพลีฟีนอลและคาเทชิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับความสนใจจากนักวิจัยมานาน
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอธิบายว่า "โพลีฟีนอลที่พบในมัทฉะ รวมถึงใยอาหารปริมาณเล็กน้อย สามารถทำหน้าที่เป็นอาหาร ให้กับแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ได้" และ "ลำไส้ของมนุษย์มีจุลินทรีย์จำนวนมหาศาลอาศัยอยู่ ยิ่งมีความหลากหลายของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์มากเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลดีต่อการย่อยอาหาร ภูมิคุ้มกัน และ สุขภาพโดยรวมมากขึ้นเท่านั้น!!" โดยงานวิจัยขนาดเล็กบางส่วนพบว่า "การดื่มมัทฉะเป็นประจำทุกวัน อาจช่วยเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ได้" ถึงแม้ว่าจะยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในคนจำนวนมากกว่านี้ เพื่อยืนยันผลอย่างชัดเจนก็ตาม...
นอกจากเรื่องลำไส้แล้ว "มัทฉะ" ยังถูกพูดถึงอย่างมากในด้านสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากมีคาเทชินอยู่ในปริมาณสูง คาเทชินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และ มีหลักฐานบางส่วนที่ชี้ว่า "อาจช่วยลดระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลได้" โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจอยู่แล้ว... อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า "ประโยชน์เหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่พบในมัทฉะเพียงอย่างเดียว ชาเขียวทั่วไปก็มีสารกลุ่มเดียวกันและอาจให้ผลใกล้เคียงกัน" อีกทั้งงานวิจัยเกี่ยวกับชาเขียวโดยรวมยังมีจำนวนมากกว่า งานวิจัยเกี่ยวกับมัทฉะโดยตรงเสียอีก!!
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มัทฉะได้รับความนิยม คือ ผลต่อสมาธิและความตื่นตัว การปลูกชาในที่ร่มทำให้ใบชามีสารแอลธีอะนีนเพิ่มขึ้น ซึ่งสารชนิดนี้มีความน่าสนใจเพราะดูเหมือนจะทำงานร่วมกับคาเฟอีนได้ดี คาเฟอีนช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ในขณะที่แอลธีอะนีนอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบมากขึ้น หลายคนจึงรู้สึกว่าหลังดื่มมัทฉะแล้วสามารถมีสมาธิได้นานขึ้น โดยไม่รู้สึกกระวนกระวายเหมือนเวลาที่ดื่มกาแฟเข้มๆ อย่างไรก็ตาม การตอบสนองต่อคาเฟอีนแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนอาจรู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ แต่บางคนอาจมีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ หรือ วิตกกังวลได้เช่นกัน!!
หลายคนเข้าใจผิดว่ามัทฉะ มีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟ แต่ความจริงขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ชง โดยทั่วไปมัทฉะประมาณหนึ่งช้อนชาหรือราว 1-2 กรัม อาจมีคาเฟอีนประมาณ 35-70 มิลลิกรัม แต่หากใช้ผงมัทฉะมากขึ้น เช่น 4 กรัม ปริมาณคาเฟอีนอาจสูงกว่ากาแฟ 1 ถ้วยได้!! ดังนั้นผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนควรระวังและไม่ควรดื่มมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงเย็นหรือก่อนนอน
แม้มัทฉะจะมีประโยชน์บางประการ แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการเรียกมัทฉะ ว่าเป็น "ซุปเปอร์ฟู้ด" หรือ "อาหารมหัศจรรย์" ที่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคได้ทุกอย่าง คำว่า "ซุปเปอร์ฟู้ด" เป็นคำทางการตลาดมากกว่าคำทางวิทยาศาสตร์ หลายครั้งมีการโฆษณาเกินจริงจนทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ยกตัวอย่างเช่น "มัทฉะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ" หรือ "ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินนั้น" ซึ่งส่วนใหญ่ยังอ้างอิงจากการศึกษาในสัตว์ทดลอง ในขณะที่หลักฐานในมนุษย์ยังมีไม่มากพอที่จะสรุปได้อย่างมั่นใจ!!
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรเข้าใจ คือ การดื่มมัทฉะมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเสมอไป ซึ่งการบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้ได้รับคาเฟอีนมากเกินไป และ ในกรณีของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดชาเขียวเข้มข้นมากๆ ก็มีรายงานที่พบได้ไม่บ่อยนักเกี่ยวกับความเสียหายต่อตับ ผู้เชี่ยวชาญบางคนจึงแนะนำว่า "หากต้องการดื่มมัทฉะเป็นประจำ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และ อาจพิจารณาแบบออร์แกนิก เพื่อลดความเสี่ยงจากสารกำจัดศัตรูพืชหรือสิ่งปนเปื้อนต่างๆ"
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
ทำไมเล็บถึงยาวเร็วไม่เท่ากัน
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียน
รายได้พนักงานเก็บขยะ
ตำนานความรัก "เขาสามมุก"
การสอบนินจาในญี่ปุ่น เริ่มแล้ว!!
นอนกลางวันแค่ 10 นาที ก็ได้ประโยชน์อย่างน้อย 5 ประการ
ความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
ทำเองก็ได้นะ :: ไก่ผัดกระเทียม ทำกินเองก็อร่อย ทำขายก็ถูกใจลูกค้า
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
ทำไมเล็บถึงยาวเร็วไม่เท่ากัน
ตำนานความรัก "เขาสามมุก"
การสอบนินจาในญี่ปุ่น เริ่มแล้ว!!
นอนกลางวันแค่ 10 นาที ก็ได้ประโยชน์อย่างน้อย 5 ประการ
มนต์เสน่ห์แห่งราโคจิกับความมหัศจรรย์ของทูน่าบ่ม
10 เรื่องต้องรู้เพื่ออยู่ร่วมกับ AI ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นเพื่อนร่วมงานคนใหม่





