ศรีลังกาพังเพราะตระกูลเดียวจริงไหม มองให้ครบทั้งคน นโยบาย และวิกฤตโลก
ศรีลังกาไม่ได้พังเพราะเหตุเดียว แต่ตระกูลราชปักษามีบทบาทสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ การรวบอำนาจ และนโยบายที่ทำให้ประเทศอ่อนแอก่อนเจอวิกฤตซ้ำจากโลกภายนอก
คำถามว่า “ศรีลังกาพังเพราะตระกูลเดียวจริงไหม” มีคำตอบที่ต้องระวังมากกว่าการฟันธงสั้น ๆ ว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะวิกฤตเศรษฐกิจศรีลังกาในปี 2565 ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เดียว แต่เกิดจากโครงสร้างประเทศที่เปราะบางมาก่อน แล้วถูกซ้ำด้วยการตัดสินใจทางนโยบายที่ผิดพลาด และวิกฤตโลกที่ถาโถมเข้ามาในเวลาใกล้กัน
แต่ถ้าถามว่า ตระกูลราชปักษา มีส่วนสำคัญแค่ไหน คำตอบคือ “มาก” และไม่ใช่แค่ความเห็นทางการเมืองเท่านั้น เพราะศาลฎีกาศรีลังกาเคยมีคำวินิจฉัยในปี 2566 ว่าอดีตประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ
ตระกูลราชปักษาเป็นหนึ่งในตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของศรีลังกา โดยมีทั้ง มหินทะ ราชปักษา, โคฐาภยะ ราชปักษา, บาซิล ราชปักษา และสมาชิกคนอื่น ๆ เข้ามามีบทบาทในตำแหน่งสำคัญของรัฐหลายช่วงเวลา สิ่งที่ทำให้วิกฤตครั้งนี้ถูกโยงกลับไปที่ตระกูลนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะพวกเขาอยู่ในอำนาจ แต่เพราะนโยบายสำคัญหลายอย่างเกิดขึ้นในช่วงที่พวกเขาคุมทิศทางประเทศ
หนึ่งในจุดเปลี่ยนใหญ่คือการลดภาษีครั้งใหญ่หลังโคฐาภยะ ราชปักษา ชนะเลือกตั้งในปี 2562 รัฐบาลลด VAT จาก 15% เหลือ 8% และปรับลดหรือยกเลิกภาษีหลายประเภท ผลที่ตามมาคือรายได้รัฐหายไปมาก ฐานะการคลังอ่อนแอลง และความเชื่อมั่นของนักลงทุนกับเจ้าหนี้ต่างประเทศลดลงอย่างหนัก รายงานของ IMF ชี้ว่าการคงนโยบายลดภาษีทำให้ฐานะการคลังและหนี้สาธารณะของศรีลังกาเปราะบางยิ่งขึ้น
อีกนโยบายที่ถูกพูดถึงมากคือการสั่งห้ามใช้และนำเข้าปุ๋ยเคมีในปี 2564 โดยรัฐบาลอธิบายว่าจะผลักดันเกษตรอินทรีย์ แต่ในทางปฏิบัติ ประเทศยังไม่พร้อมต่อการเปลี่ยนระบบการผลิตแบบฉับพลัน ผลผลิตทางการเกษตรลดลง กระทบทั้งอาหารในประเทศและสินค้าส่งออกอย่างชา ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของศรีลังกา
นโยบายนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเกษตร แต่กระทบไปถึงเงินตราต่างประเทศ เพราะเมื่อผลผลิตลด ประเทศต้องนำเข้าอาหารมากขึ้น ขณะเดียวกันรายได้จากสินค้าส่งออกก็อ่อนแรงลง ปัญหาดอลลาร์ขาดแคลนจึงยิ่งลึกกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่ง ศรีลังกามีปัญหาหนี้และโครงการลงทุนขนาดใหญ่มานาน โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกวิจารณ์ว่าทุ่มเงินสูง แต่สร้างรายได้ไม่คุ้มกับภาระหนี้ เช่น ท่าเรือฮัมบันโตตา สนามบิน และโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับฐานอำนาจทางการเมืองของตระกูลราชปักษา เรื่องนี้ทำให้คำถามเรื่อง ธรรมาภิบาล, การใช้งบประมาณ และการตรวจสอบอำนาจ กลายเป็นแกนสำคัญของวิกฤต
อย่างไรก็ตาม การบอกว่าศรีลังกาพังเพราะ “ตระกูลเดียวล้วน ๆ” ก็อาจทำให้มองภาพไม่ครบ เพราะประเทศเจอแรงกระแทกจากภายนอกพร้อมกันหลายลูก
ปี 2562 ศรีลังกาเจอเหตุระเบิดวันอีสเตอร์ กระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งหาเงินดอลลาร์สำคัญ จากนั้นโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปเกือบทั้งหมด รายได้จากต่างประเทศลดลง เงินสำรองระหว่างประเทศร่อยหรอ และเมื่อเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565 ราคาพลังงานและอาหารทั่วโลกพุ่งขึ้น ศรีลังกาที่ขาดเงินดอลลาร์อยู่แล้วจึงนำเข้าน้ำมัน ก๊าซ อาหาร และยารักษาโรคได้ยากขึ้น
ผลลัพธ์คือประชาชนต้องเจอกับไฟดับยาว คิวน้ำมัน คิวก๊าซ เงินเฟ้อ และของจำเป็นขาดแคลน จนนำไปสู่การประท้วงใหญ่ในปี 2565 ก่อนที่โคฐาภยะ ราชปักษา จะออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากประชาชน
ในเชิงเศรษฐกิจ ศรีลังกาประกาศระงับการชำระหนี้ต่างประเทศในเดือนเมษายน 2565 และผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรต่างประเทศในเดือนพฤษภาคม 2565 ตามข้อมูลของ IMF ซึ่งถือเป็นจุดที่ทำให้วิกฤตเข้าสู่ระดับรุนแรงอย่างเป็นทางการ
บทเรียนของศรีลังกาจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “คนในตระกูลหนึ่งทำประเทศพัง” แต่เป็นเรื่องของประเทศที่ปล่อยให้การเมืองแบบเครือญาติ นโยบายหาเสียงที่ไม่คำนวณผลระยะยาว หนี้สูง รายได้รัฐอ่อนแอ และระบบตรวจสอบที่ไม่เข้มแข็ง สะสมจนกลายเป็นระเบิดเวลา
สำหรับคนอ่านไทย เรื่องนี้น่าสนใจเพราะเป็นตัวอย่างใกล้ตัวของประเทศที่ไม่ได้ล้มเพราะสงครามใหญ่ในประเทศ แต่ล้มจากการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดจังหวะ ผิดทาง และปล่อยให้ปัญหาการคลังบานปลาย เมื่อเจอวิกฤตโลกเข้ามาซ้ำ ประเทศที่ดูเหมือนยังเดินต่อได้ ก็อาจสะดุดอย่างรุนแรงในเวลาไม่นาน
ดังนั้น คำตอบที่รอบคอบที่สุดคือ ตระกูลราชปักษาไม่ได้เป็น “สาเหตุเดียว” ของวิกฤตศรีลังกา แต่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการทำให้ประเทศเปราะบาง และเมื่อลูกซ้ำจากโควิด สงคราม ราคาพลังงาน และการท่องเที่ยวตกต่ำเข้ามาพร้อมกัน โครงสร้างที่อ่อนแออยู่แล้วจึงพังลงอย่างเจ็บปวด
KEY TAKEAWAYS:
- วิกฤตศรีลังกาไม่ได้เกิดจากเหตุเดียว แต่เกิดจากนโยบายผิดพลาด หนี้สูง รายได้รัฐลด และแรงกระแทกจากโลกภายนอก
- ตระกูลราชปักษามีบทบาทสำคัญ เพราะอยู่ในอำนาจช่วงที่มีการลดภาษีครั้งใหญ่ ห้ามปุ๋ยเคมี และบริหารโครงการขนาดใหญ่ที่ถูกวิจารณ์หนัก
- ศาลฎีกาศรีลังกาเคยวินิจฉัยว่าอดีตผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
- โควิด-19 เหตุระเบิดวันอีสเตอร์ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้วิกฤตลุกลามเร็วขึ้น
- บทเรียนสำคัญคือประเทศที่การคลังอ่อนแอและระบบตรวจสอบไม่เข้มแข็ง จะรับมือวิกฤตโลกได้ยากมาก
แหล่งที่มา:
Reuters, IMF, AP, ข้อมูลต้นฉบับจากผู้ใช้
อ้างอิง:
https://www.reuters.com/world/asia-pacific/sri-lankas-top-court-says-ex-president-among-those-who-contributed-economic-2023-11-14/
https://www.elibrary.imf.org/view/journals/002/2023/116/article-A001-en.xml
https://apnews.com/article/81d9a10b0023ed03024f4a057f3e902b
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
5 อันดับคณะหมอลำที่โดดเด่นด้านทีมตลกและได้รับความนิยมในปี 2026
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
ราคาน้ำมันกลับมาผันผวน หลังสหรัฐฯ ฟื้นคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
ศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
เลขเด่นหวยลาว 10 กรกฎาคม 2569เลขที่มีการพูดถึง
5 วิธีช่วยให้สมองตื่นตัว ลดอาการมึนหลังตื่นนอน
7 ภาพยนตร์รักสุดเศร้า เรื่องราวความรักที่ยังถูกจดจำทั่วโลก
10 อันดับประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดในโลก ปี 2026
6 ภาษากายที่อาจบอกว่าอีกฝ่ายไม่อยากพบหรือคุยกับคุณ
เลขเด่นหวยลาว 10 กรกฎาคม 2569เลขที่มีการพูดถึง
10 อันดับประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดในโลก ปี 2026
ราคาน้ำมันกลับมาผันผวน หลังสหรัฐฯ ฟื้นคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน
อาชีพรายได้ดีที่คนมักมองข้าม งานไม่หวือหวาแต่ตลาดยังต้องการ
บ้านชั้นเดียวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น เกือบ 1 ใน 4 ของบ้านใหม่









