เกียวโตเจอฝูง “โทบิเคระ” แน่นเมืองอุจิ แมลงที่ดูน่ากลัวแต่บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับแม่น้ำ
เมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต ต้องรับมือกับฝูง “โทบิเคระ” หรือแมลงชีปะขาวจำนวนมากแทบทุกปี แม้ภาพที่เห็นอาจทำให้นักท่องเที่ยวไม่สบายใจ แต่ข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าแมลงชนิดนี้ไม่กัด ไม่ต่อย และเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศของแม่น้ำโดยตรง
ภาพฝูงแมลงเกาะตามราวสะพาน ผนังอาคาร ต้นไม้ และพื้นที่ริมแม่น้ำในเมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต อาจทำให้นักท่องเที่ยวที่เห็นครั้งแรกตกใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมืองนี้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวสำคัญ มีทั้งวัดเบียวโดอิน พื้นที่ริมแม่น้ำอุจิ และย่านที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรมญี่ปุ่น
แต่แมลงที่กำลังเป็นภาพจำของเมืองในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ ไม่ใช่แมลงมีพิษหรือแมลงที่ทำร้ายคน มันคือ “โทบิเคระ” หรือแมลงชีปะขาว กลุ่มแมลงน้ำที่ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในแม่น้ำ ก่อนจะขึ้นมาเป็นตัวเต็มวัยและบินรวมตัวจำนวนมากในบางช่วงของปี
ข้อมูลจากรายงานของเมืองอุจิระบุว่า โทบิเคระเป็นแมลงน้ำที่ตัวอ่อนอาศัยอยู่ในน้ำ ส่วนตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายผีเสื้อกลางคืนบางชนิด ปีกมีขนสั้นปกคลุม และไม่ได้กัดหรือต่อยแบบผึ้ง ยุง หรือแมลงที่ก่อผลต่อผิวหนังโดยตรง
สิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกรำคาญหรือไม่สบายใจ จึงไม่ใช่อันตรายจากตัวแมลง แต่เป็น “จำนวน” และพฤติกรรมการบินรวมตัว โดยเฉพาะบริเวณใกล้แม่น้ำ ไฟส่องสว่าง ผนังอาคาร และพื้นที่ที่มีคนเดินผ่าน
เมืองอุจิถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีภาพลักษณ์สงบ สวยงาม และมีวัฒนธรรมเก่าแก่ การมีแมลงจำนวนมากบินอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวจึงกลายเป็นปัญหาที่มองเห็นได้ชัด ทั้งต่อคนท้องถิ่น ร้านค้า และนักท่องเที่ยว รายงานของเมืองอุจิระบุว่า พื้นที่แถบสะพานอุจิและสวนสาธารณะริมแม่น้ำเป็นหนึ่งในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ เพราะอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเบียวโดอินและศาลเจ้าอุจิกามิ
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ไม่ได้ควรถูกมองแค่ในมุม “แมลงบุกเมือง” เพราะโทบิเคระเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศแม่น้ำ ตัวอ่อนของมันอาศัยอยู่ตามพื้นแม่น้ำและเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำ กระแสน้ำ และสภาพของก้อนหินใต้ท้องน้ำ
เอกสารบรรยายของศูนย์วิจัยด้านน้ำและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกียวโต ระบุว่า พื้นที่รอบแม่น้ำอุจิจะพบโทบิเคระจำนวนมากทุกฤดูใบไม้ผลิ โดยตัวเต็มวัยบินอยู่รอบบ้านเรือนและผู้คน ส่วนตัวอ่อนจริง ๆ อาศัยอยู่ตามก้นแม่น้ำ และบางชนิดสร้างรังจากเม็ดทรายบนก้อนหินใต้น้ำ
จุดที่น่าสนใจคือ แม่น้ำอุจิไม่ได้มีโทบิเคระมากขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ข้อมูลจากเมืองอุจิชี้ว่า สภาพแม่น้ำเปลี่ยนไปหลังการก่อสร้างโครงสร้างด้านน้ำ เช่น โรงไฟฟ้าอุจิและเขื่อนอะมากาเสะ ทำให้สิ่งแวดล้อมของแม่น้ำเปลี่ยนแปลง และตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา ตัวเต็มวัยของโทบิเคระเริ่มบินเข้าสู่ย่านท่องเที่ยว ร้านค้า และพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น
พูดให้เข้าใจง่ายคือ แมลงที่คนเห็นบนบกเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ ของชีวิตมัน ส่วนฐานสำคัญของปัญหาอยู่ใต้น้ำ ตั้งแต่สภาพท้องน้ำ ก้อนหิน กระแสน้ำ ไปจนถึงแหล่งอาหารที่ตัวอ่อนใช้เติบโต
สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่มีแผนไปเกียวโตหรือเมืองอุจิ เรื่องนี้อาจเป็นข้อมูลเล็ก ๆ ที่ช่วยเตรียมใจได้ดีขึ้น หากเจอฝูงแมลงในพื้นที่ริมแม่น้ำช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน ไม่ควรตื่นตระหนกหรือเหมารวมว่าเป็นแมลงอันตราย แต่ควรหลีกเลี่ยงการเดินใกล้จุดที่มีแมลงรวมตัวหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณแสงไฟหรือพื้นผิวที่พวกมันชอบเกาะ
ประเด็นนี้ยังสะท้อนอีกด้านของเมืองท่องเที่ยวญี่ปุ่น เมืองที่ดูสะอาด เป็นระเบียบ และมีมรดกทางวัฒนธรรม ก็ยังต้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติในรูปแบบที่ไม่สวยงามเสมอไป บางครั้งสิ่งที่ดูน่ารำคาญสำหรับมนุษย์ อาจเป็นสัญญาณว่าระบบแม่น้ำยังมีชีวิตและยังซับซ้อนกว่าที่เราเห็นจากภาพถ่ายท่องเที่ยว
ท้ายที่สุด โทบิเคระในเมืองอุจิจึงไม่ใช่แค่ข่าวแมลงจำนวนมาก แต่เป็นเรื่องของสมดุลระหว่างการท่องเที่ยว ชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น และระบบนิเวศของแม่น้ำ การรับมือจึงไม่ง่ายเหมือนการกำจัดแมลงทั่วไป เพราะต้องระวังไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อมของแม่น้ำที่เป็นต้นทางของชีวิตพวกมันด้วย
- “โทบิเคระ” หรือแมลงชีปะขาว พบจำนวนมากในเมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แม่น้ำ
- แมลงชนิดนี้ไม่กัด ไม่ต่อย และไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยตรง แต่สร้างความรำคาญจากจำนวนที่มาก
- ตัวอ่อนของโทบิเคระอาศัยอยู่ใต้น้ำ ส่วนตัวเต็มวัยขึ้นมาบินและมีอายุช่วงสั้น
- การพบแมลงจำนวนมากเกี่ยวข้องกับสภาพแม่น้ำอุจิ ก้อนหินใต้น้ำ กระแสน้ำ และการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำในอดีต
- นักท่องเที่ยวควรเข้าใจว่าเป็นปรากฏการณ์ตามฤดูกาล ไม่ใช่สัญญาณอันตรายแบบแมลงพิษ
Kansai TV, เมืองอุจิ, มหาวิทยาลัยเกียวโต, ต้นฉบับจากผู้ใช้
อ้างอิง:
https://www.ktv.jp/news/articles/?id=27771
https://www.city.uji.kyoto.jp/uploaded/life/42508_90063_misc.pdf
https://www.dpri.kyoto-u.ac.jp/web_j/kokai/r06/r06_ppt4.pdf
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
เปิด 5 นักสนุกเกอร์เงินรางวัลสูงสุด ทำไมรุ่นเก๋ายังครองทำเนียบโลก
ภัยธรรมชาติที่แพงที่สุดในโลก ทำไมญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ติดอันดับสูง
พนักงานส่งของต่างจังหวัดรายได้เท่าไหร่ ทำไมบางคนแตะหลัก 3 หมื่นได้
ปลาใบไม้แห่งแอมะซอน ทำไมปลาตัวเล็กจึงพรางตัวได้เหมือนใบไม้ลอยน้ำ
เลือกเลข 1–20 แล้วดูมุมลับของตัวเอง ผ่านไพ่ทาโรต์สาย “นางเอก–นางร้าย”
กราบขอโทษออกสื่อ ทำไมบางครั้งอาจไม่ใช่แค่สำนึก แต่เกี่ยวกับกฎหมายด้วย
เลขปฏิทินจีน ครอบครัวข่าว 3 วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
ภัยธรรมชาติที่แพงที่สุดในโลก ทำไมญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ติดอันดับสูง
เลขปฏิทินจีน ครอบครัวข่าว 3 วันที่ 1 กรกฎาคม 2569
กราบขอโทษออกสื่อ ทำไมบางครั้งอาจไม่ใช่แค่สำนึก แต่เกี่ยวกับกฎหมายด้วย
ชาวเย้าในกวางซี ทำไมเครื่องแต่งกายของพวกเขาถึงถูกจดจำมากกว่าคำว่า “ชนเผ่าแปลก”
ปลาใบไม้แห่งแอมะซอน ทำไมปลาตัวเล็กจึงพรางตัวได้เหมือนใบไม้ลอยน้ำ
ด่วนๆ! คัดมาให้แล้ว 10 สำนักดังหวยลาวเย็นนี้ (17 มิ.ย. 69) เลขไหนชนกันยับในโซเชียล รีบดูก่อนถึงเวลาออกรางวัล!
6 เรื่องจริงที่ฟังเหมือนเรื่องเล่า แต่มีหลักฐานจากแพทย์และประวัติศาสตร์
คดีแรงงานอินโดฯ ในญี่ปุ่น ซ่อนศพลูกแรกเกิด เปิดคำถามเรื่องสิทธิแรงงานตั้งครรภ์
แผ่นดินไหวญี่ปุ่น M5.5 เขย่าคันโต ทำไมกุนมะ–ไซตามะสั่นแรงกว่าจุดศูนย์กลาง
จับญี่ปุ่นต้องสงสัยคุมแก๊งคอลฯ ฐานกัมพูชา ทำไมคดีนี้โยงถึงไทย


