หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

6 เรื่องจริงที่ฟังเหมือนเรื่องเล่า แต่มีหลักฐานจากแพทย์และประวัติศาสตร์

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน


หลายเรื่องที่ดูเหมือนหลุดมาจากเรื่องเล่า อาจมีคำอธิบายอยู่ในร่างกายมนุษย์ สิ่งแวดล้อม หรือหน้าประวัติศาสตร์จริง บทความนี้ชวนอ่านอย่างระมัดระวัง แยกความน่ากลัวออกจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้


บางเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ได้ทำให้น่าจดจำเพราะความน่ากลัวอย่างเดียว แต่เพราะมันบอกเราว่า โลกจริงซับซ้อนกว่าที่คิด ทั้งในร่างกายมนุษย์ ห้องน้ำในบ้าน โรงพยาบาล หรือแม้แต่พิธีกรรมทางศาสนาในอดีต

บทความนี้ไม่ได้ชวนเชื่อเรื่องลี้ลับหรือความรุนแรง แต่ชวนมองอีกด้านว่า เรื่องที่ฟังเหมือน “เรื่องเล่าแปลก ๆ” หลายอย่าง มีฐานข้อมูลทางแพทย์ ประวัติศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์รองรับอยู่จริง เพียงแต่ต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง ไม่ขยายความเกินหลักฐาน

1. ความรู้สึกว่า “กำลังจะเกิดเรื่องร้าย” อาจไม่ใช่แค่ความกังวล

หลายคนอาจเคยรู้สึกใจหวิว เหมือนมีบางอย่างไม่ดีใกล้เกิดขึ้น ทั้งที่ยังไม่มีเหตุผลชัดเจน ในชีวิตทั่วไป ความรู้สึกนี้อาจเกี่ยวกับความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะทางอารมณ์ได้

แต่ในทางการแพทย์ อาการลักษณะนี้ไม่ควรถูกมองข้ามเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการทางกาย เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืด เหงื่อแตก หรืออาการผิดปกติหลังได้รับเลือด ข้อมูลจาก University of Michigan Department of Pathology ระบุว่า “ความรู้สึกเหมือนหายนะกำลังจะมา” อาจถูกรายงานเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลันจากการถ่ายเลือดผิดชนิดได้

ประเด็นสำคัญคือ ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่รู้สึกแบบนี้จะหมายถึงโรคร้าย แต่ถ้าเกิดแบบฉับพลัน รุนแรง หรือมีอาการทางกายร่วมด้วย ควรให้แพทย์ประเมิน ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นแค่คิดมาก

2. บาง “เรื่องหลอน” อาจเริ่มจากอากาศที่เรามองไม่เห็น

กรณีคนเห็นภาพหลอน สับสน หรือรู้สึกหวาดกลัวผิดปกติในบ้าน อาจถูกเล่าต่อเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติได้ง่าย แต่ในบางสถานการณ์ คำอธิบายอาจอยู่ที่ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ หรือ CO

CDC ระบุว่า CO เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และอาจทำให้เกิดอาการป่วยหรือเสียชีวิตได้ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนแรง คลื่นไส้ เจ็บหน้าอก และสับสน หากได้รับมากอาจหมดสติหรือเสียชีวิตได้

นี่เป็นเหตุผลที่บ้านซึ่งใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ระบบเผาไหม้ เตา หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง ควรให้ความสำคัญกับการระบายอากาศและการตรวจสภาพอุปกรณ์ เพราะบางครั้งสิ่งที่ดูเหมือน “ลี้ลับ” อาจเป็นสัญญาณอันตรายด้านความปลอดภัยในบ้าน

3. พิธีกรรมแอซเท็ก สะท้อนโลกความเชื่อที่ต่างจากปัจจุบันมาก

อารยธรรมแอซเท็กในเม็กซิโกโบราณมีพิธีกรรมทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการสังเวยมนุษย์ ซึ่งสำหรับคนยุคปัจจุบันเป็นเรื่องยากจะยอมรับได้ แต่ในบริบทของสังคมนั้น พิธีกรรมเหล่านี้ผูกกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้า ฤดูกาล ฝน และความอุดมสมบูรณ์

Britannica ระบุว่า เทพทลาล็อก หรือ Tlaloc เป็นเทพเจ้าแห่งฝนของแอซเท็ก และมีเดือนพิธีกรรมหลายช่วงที่เกี่ยวข้องกับเทพองค์นี้ โดยมีการกล่าวถึงการสังเวยเด็กในบางเดือนของปฏิทินพิธีกรรม

การเล่าเรื่องนี้จึงควรทำอย่างระมัดระวัง จุดสำคัญไม่ใช่การขายความโหดร้าย แต่คือการเข้าใจว่า ความเชื่อ ศาสนา และโครงสร้างสังคมในอดีตสามารถกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ได้ลึกเพียงใด

4. สงครามชีวภาพในอดีต ทำให้คำว่า “โรคระบาด” น่ากลัวกว่าที่คิด

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการกล่าวถึงการทดลองและการใช้อาวุธชีวภาพโดยกองทัพญี่ปุ่นในจีน หนึ่งในข้อมูลที่ถูกอ้างถึงในเอกสารวิชาการด้าน bioterrorism คือการปล่อยหมัดที่ติดเชื้อกาฬโรคจากอากาศยานเหนือเมืองพลเรือน

ข้อมูลลักษณะนี้ควรถูกเล่าในเชิงประวัติศาสตร์และบทเรียน ไม่ใช่เพื่อสร้างความตื่นตระหนก เพราะมันชี้ให้เห็นว่า ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เมื่อถูกใช้ผิดทาง สามารถกลายเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้คนจำนวนมากได้

5. ทารกแรกเกิดเคยถูกเข้าใจผิดเรื่องความเจ็บปวด

หนึ่งในเรื่องที่สะเทือนวงการแพทย์คือ ในอดีตเคยมีความเชื่อว่าทารกแรกเกิดรับรู้ความเจ็บปวดได้น้อย หรือยังไม่มีระบบประสาทพร้อมพอจะรู้สึกเจ็บเหมือนผู้ใหญ่ ส่งผลให้การทำหัตถการบางอย่างในอดีตไม่ได้ให้ยาแก้ปวดหรือยาระงับความรู้สึกอย่างเหมาะสม

งานของ K.J.S. Anand และ P.R. Hickey ที่ตีพิมพ์ในปี 1987 เป็นหนึ่งในงานสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องความเจ็บปวดในทารกแรกเกิด โดยชี้ว่ามีหลักฐานจำนวนมากเกี่ยวกับการตอบสนองต่อความเจ็บปวดและผลกระทบทางสรีรวิทยาในทารก

เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์การแพทย์ที่น่าไม่สบายใจ แต่เป็นตัวอย่างของการที่วิทยาศาสตร์สามารถแก้ความเข้าใจผิดเดิม และทำให้มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยดีขึ้น

6. กิโยตินกับคำถามเรื่องสติหลังการตัดศีรษะ

กิโยตินเคยถูกมองว่าเป็นวิธีประหารที่รวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับวิธีเก่าบางแบบ แต่คำถามที่ยังถูกพูดถึงคือ หลังศีรษะถูกตัดออก มนุษย์ยังมีสติอยู่หรือไม่

บทความวิชาการใน Cureus ปี 2023 สรุปว่า หลักฐานโดยรวมชี้ว่าการหมดสติน่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาทีหลังการตัดศีรษะ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังควรถูกเล่าโดยไม่ใส่รายละเอียดรุนแรงเกินจำเป็น เพราะแก่นของมันคือคำถามทางประวัติศาสตร์ การแพทย์ และจริยธรรม ไม่ใช่ภาพความรุนแรง

เมื่ออ่านรวมกัน เรื่องเหล่านี้ทำให้เห็นว่า “ความน่ากลัว” บางครั้งไม่ได้อยู่ที่ความลี้ลับ แต่อยู่ที่ความจริงซึ่งมนุษย์เคยเข้าใจผิด เคยใช้ความเชื่อเป็นเหตุผล หรือเคยนำความรู้ไปใช้ในทางที่ทำร้ายกัน

สิ่งที่ผู้อ่านควรได้กลับไปไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่คือความเข้าใจว่า ข้อมูลแปลก ๆ บนอินเทอร์เน็ตควรถูกตรวจสอบเสมอ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือเด็ก

 

 


ในช่วงศตวรรษที่ 20 โลกต้องเผชิญกับสงครามครั้งใหญ่ ที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล และ บางเหตุการณ์ก็โหดร้ายจนยากจะเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง มีข้อกล่าวหาและหลักฐานจำนวนมากที่ชี้ว่า "กองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงคราม ได้ทดลองใช้อาวุธชีวภาพในประเทศจีน" หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึง คือ "การโปรยหมัดที่ติดเชื้อ "กาฬโรค" ลงเหนือพื้นที่ของพลเรือน" ส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคร้ายแรง และ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก... ["กาฬโรค" เป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนมาแล้วนับล้านตลอดประวัติศาสตร์ และ อาการของมันก็รุนแรงอย่างยิ่ง ผู้ป่วยบางรายมีต่อมน้ำเหลืองบวมโต จนเกิดการเน่าเปื่อย สร้างความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างมหาศาล]

แม้แต่ในวงการแพทย์ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยชีวิตผู้คน ก็เคยมีความเข้าใจผิดที่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างมากเช่นกัน จนถึงช่วงทศวรรษ 1980 แพทย์จำนวนไม่น้อยเชื่อว่าทารกแรกเกิด ไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้เหมือนผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้ ทารกที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดบางราย จึงไม่ได้รับยาแก้ปวดหรือยาชาอย่างเพียงพอ แต่ได้รับเพียงยาที่ทำให้ร่างกายไม่ขยับเท่านั้น... ในปัจจุบันเราทราบแล้วว่าความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะทารกสามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้ และ ในบางกรณีอาจรู้สึกไวต่อความเจ็บปวดมากกว่าผู้ใหญ่เสียอีก การเปลี่ยนแปลงแนวคิดนี้เกิดขึ้นจากงานวิจัยใหม่ๆ รวมถึงเสียงเรียกร้องของผู้ปกครองที่เชื่อว่า "ลูกของตนสามารถรู้สึกเจ็บได้เช่นเดียวกับมนุษย์คนอื่น" การค้นพบดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานการรักษา ที่คำนึงถึงความเจ็บปวดของเด็กมากขึ้น และ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำอีก!!

อีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนความโหดร้ายของมนุษย์ คือ การประหารชีวิตด้วย "กิโยติน" ในฝรั่งเศส เครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การประหารชีวิตรวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีเก่าๆ ที่มักทำให้ผู้ถูกประหารทรมานเป็นเวลานาน ในสายตาของผู้คนยุคนั้น กิโยตินถูกมองว่าเป็น "วิธีที่มีมนุษยธรรม" กว่าเดิม แต่ภาพของศีรษะที่ถูกตัดออกจากร่าง ก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ดี... มีการบันทึกว่า "หลังจากศีรษะถูกตัดออก ดวงตาหรือกล้ามเนื้อบนใบหน้า อาจยังคงเคลื่อนไหวได้อีกไม่กี่วินาที" แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะยังถกเถียงกันว่า "บุคคลนั้นยังมีสติรับรู้หรือไม่?" แต่เพียงความเป็นไปได้ที่สมองอาจยังทำงานต่ออีกช่วงเวลาสั้นๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุกแล้ว!! นอกจากนี้ หากเครื่องมือไม่คมพอ หรือ ผู้ประหารขาดประสบการณ์ กระบวนการที่ควรจะรวดเร็ว ก็อาจกลายเป็นความทรมานที่ยาวนานกว่าที่ตั้งใจไว้...

เนื้อหาโดย: ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
แหล่งที่มา:
, CDC, Britannica, NCBI/PubMed, University of Michigan Department of Pathology, Cureus

อ้างอิง:
https://www.cdc.gov/carbon-monoxide/about/index.html
https://www.britannica.com/topic/Tlaloc
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/3317037/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 39 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทยหลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุดพักสมอง 20 นาทีช่วงบ่าย อาจช่วยงานเดินกว่ากาแฟอีกแก้วทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก10 ความเข้าใจผิดเรื่องความรวย ที่หลายคนเพิ่งเข้าใจเมื่อโตขึ้นพักข่าวการเมืองบ้าง ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจสังคม แต่อาจช่วยรักษาพลังใจแกล้งโลว์เทคบ้างไม่ใช่ขี้เกียจ แต่คือวิธีหยุดงานจุกจิกในออฟฟิศคอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่นจ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิวทำไมหลายคนมองว่าพุทธศาสนาคล้ายวิทยาศาสตร์ ทั้งที่ไม่ใช่สิ่งเดียวกันลายน้ำบนธนบัตร มาจากความบังเอิญของช่างกระดาษเมื่อกว่า 700 ปีก่อน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีผู้หญิงเยอะที่สุด เมื่อเทียบกับประชากรทั้งจังหวัดทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมากมันเทศสีม่วงดีต่อสุขภาพจริงไหม รู้ประโยชน์และข้อควรระวังก่อนกินทำไมเก็บเงินไม่อยู่ ทั้งที่ตั้งใจดี? จิตวิทยาการเงินอธิบายไว้ชัดกว่าที่คิดลายน้ำบนธนบัตร มาจากความบังเอิญของช่างกระดาษเมื่อกว่า 700 ปีก่อน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ข่าวหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ดันน้ำมันร่วง ทำไมคนถือหุ้นพลังงานอาจไม่ยิ้มตามตลาดคดีแรงงานอินโดฯ ในญี่ปุ่น ซ่อนศพลูกแรกเกิด เปิดคำถามเรื่องสิทธิแรงงานตั้งครรภ์เกียวโตเจอฝูง “โทบิเคระ” แน่นเมืองอุจิ แมลงที่ดูน่ากลัวแต่บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับแม่น้ำแผ่นดินไหวญี่ปุ่น M5.5 เขย่าคันโต ทำไมกุนมะ–ไซตามะสั่นแรงกว่าจุดศูนย์กลาง
ตั้งกระทู้ใหม่