หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ "เบอร์มิวดา" ที่แปลกประหลาดกว่า "สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา"

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน



หลายคนพอได้ยินคำว่า "เบอร์มิวดา" ก็มักจะนึกถึง "สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา" เรื่องเครื่องบินหาย เรือหาย หรือ เรื่องลี้ลับต่างๆมากมาย... แต่ในความจริงแล้ว เบอร์มิวดาเป็นหมู่เกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และ มีธรรมชาติที่น่าสนใจยิ่งกว่าตำนานเสียอีก!! ซึ่งหลายเรื่องเกี่ยวกับที่นี่ฟังดูแปลกจนไม่น่าเชื่อ แต่ล้วนเป็นเรื่องจริง

สิ่งแรกที่หลายคนเข้าใจผิด คือ "เบอร์มิวดาไม่ได้อยู่ในทะเลแคริบเบียน" ถึงแม้ว่าหลายคนจะคิดว่าอยู่ใกล้คิวบาหรือจาเมกา แต่ความจริงแล้วเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างจากหมู่เกาะบาฮามาสมากกว่า 1,200 กิโลเมตร และ อยู่ใกล้ชายฝั่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา ของประเทศอเมริกามากกว่า ถึงแม้จะอยู่ค่อนข้างไกลทางเหนือ แต่เบอร์มิวดากลับมีอากาศอบอุ่นตลอดปี เพราะได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของแนวปะการัง ที่อยู่เหนือสุดของมหาสมุทรแอตแลนติกอีกด้วย!!

ก่อนที่ชาวยุโรปจะเดินทางมาถึง "เบอร์มิวดาไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่เลย" ไม่มีชนพื้นเมืองเหมือนเกาะอื่นๆในภูมิภาค โดยเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเรืออังกฤษชื่อ "ซี เวนเจอร์ส" อับปางใกล้เกาะในปี ค.ศ. 1609 ผู้รอดชีวิตติดอยู่บนเกาะและสร้างเรือลำใหม่เพื่อเดินทางต่อ มีเพียงไม่กี่คนที่เลือกอยู่ต่อ ก่อนจะมีผู้ตั้งถิ่นฐานชุดใหม่เดินทางมาสร้างชุมชนอย่างถาวรในปี ค.ศ. 1612 ตลอดหลายร้อยปีต่อมา ผู้คนจากหลายเชื้อชาติเข้ามาอาศัย ทั้งชาวอังกฤษ ชาวโปรตุเกสจากหมู่เกาะอะโซเรส ชาวแอฟริกันที่ถูกนำมาเป็นทาส และ ชาวพื้นเมืองอเมริกันที่ถูกเนรเทศ ทำให้เบอร์มิวดามีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งการเต้นรำกอมบีย์ อาหารพื้นเมือง และ เครื่องดื่มชื่อดังอย่าง "ดาร์ก แอนด์ สตรอมี่"

อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ "เบอร์มิวดาแทบไม่มีแหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติ ไม่มีแม่น้ำหรือทะเลสาบขนาดใหญ่" ชาวเกาะจึงต้องพึ่งน้ำฝนเป็นหลัก บ้านแทบทุกหลังจะมีหลังคาสีขาว ที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อรองรับน้ำฝนและส่งลงไปเก็บในถังเก็บน้ำใต้ดิน หากช่วงไหนฝนตกน้อยหรือถังน้ำเกิดปนเปื้อน เจ้าของบ้านก็ต้องซื้อน้ำเพิ่ม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบการเก็บน้ำแบบนี้ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน


ชื่อเสียงอีกอย่างของเบอร์มิวดา คือ "การเป็นเมืองหลวงแห่งเรืออับปางของโลก" เพราะหมู่เกาะแห่งนี้เกิดจากภูเขาไฟโบราณ ที่ถูกปกคลุมด้วยหินปูน ทำให้มีแนวปะการังขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ใต้น้ำรอบเกาะ ประกอบกับพายุที่เกิดขึ้นบ่อย ส่งผลให้เรือจำนวนมากชนแนวปะการังและจมลงตลอดหลายศตวรรษ นักโบราณคดีค้นพบซากเรือแล้วมากกว่า 300 ลำ บางลำอยู่ในน้ำตื้นจนสามารถดำน้ำตื้นลงไปชมได้ เช่น เรือ "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส" ซึ่งเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่อับปางในปี 1936 รวมถึงเรือ "คอนสเลชั่น" และ "มอนทาน่า" ที่ยังคงมีซากเรือและสิ่งของหลงเหลืออยู่ใต้น้ำ ทำให้เบอร์มิวดาเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำจากทั่วโลก

นอกจากเรืออับปางแล้ว เบอร์มิวดายังมีประเพณีปีใหม่ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก แทนที่จะนับถอยหลังด้วยลูกบอลเหมือนที่นครนิวยอร์ก ชาวเบอร์มิวดากลับใช้ "หัวหอมยักษ์" เป็นสัญลักษณ์... ในอดีตเกาะแห่งนี้เคยปลูกหัวหอมคุณภาพดีจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก การส่งออกหัวหอมเคยสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ แม้ว่าภายหลังเกษตรกรจากอเมริกาจะปลูกหัวหอมเองและขายในชื่อ "หัวหอมเบอร์มิวดา" จนทำให้ตลาดของเบอร์มิวดาซบเซาลง แต่ชาวเกาะก็ยังภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์นี้ ทุกคืนวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี จะมีการปล่อยหัวหอมจำลองขนาดใหญ่ลงจากศาลาว่าการเมืองเซนต์จอร์จ เพื่อนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ หากใครไม่ได้ไปร่วมงาน หลายครอบครัวก็จะหยิบหัวหอมจริงในบ้าน ขึ้นมาถือเล่นเพื่อร่วมสืบสานธรรมเนียมนี้

สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่แปลกที่สุดของเบอร์มิวดา "อาจเป็นหนอนทะเลเรืองแสง" ซึ่งเรียกว่า "หนอนไฟเบอร์มิวดา" กลางวันมันดูเป็นเพียงหนอนตัวเล็กสีแดงธรรมดา แต่ในช่วงฤดูร้อน หลังคืนพระจันทร์เต็มดวงประมาณ 3 คืน และ อีกประมาณ 56 นาทีหลังพระอาทิตย์ตก ตัวเมียจะว่ายขึ้นมาจากพื้นทะเลพร้อมเปล่งแสงสีเขียวสว่างเพื่อเรียกตัวผู้ให้มาผสมพันธุ์ จากนั้นตัวผู้จำนวนมากก็จะว่ายเข้ามารวมกัน ทำให้ผิวน้ำทะเลยามค่ำคืนส่องประกายเป็นวงแสงสีเขียวสวยงาม ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างแม่นยำ จนกลายเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาชม โดยเฉพาะบริเวณ "สวนสาธารณะเฟอร์รีรีช"

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 125 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณTrick or Treat ในวันฮาโลวีนมีที่มาอย่างไรรู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่เปิดพิกัดอุโบสถเงินเชียงใหม่ อายุวัดกว่า 500 ปี เบื้องหลังงานศิลป์ที่ไม่เหมือนใครประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?สอบเข้า ม.4 ปี 2569 โรงเรียนไหนแข่งขันสูง? เจาะตัวเลขเตรียมอุดมฯ พร้อมแผนเตรียมสอบและเช็กลิสต์สมัครนางนพมาศมีตัวตนจริงไหม และทำไมจึงมีการประกวดในวันลอยกระทงเจาะแนวทางเลขเด็ดปฏิทินจีน 2 ฉบับ งวดประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569สัญญาณอันตรายจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้ามรวมสุดยอดเลขเด่น-เลขดัง มหาชน "แม่ทำเนียบ" งวด 16 พ.ย. 2569 เจาะลึก 10 เลขฮิตและรหัสเลขมงคลทั่วไทยศาลเกาหลีใต้ชี้ สัญญาซื้อ Tesla FSD ไม่ได้รับประกันรถไร้คนขับระดับ 5: ผู้ซื้อได้ฟังก์ชันอะไรบ้าง?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Trick or Treat ในวันฮาโลวีนมีที่มาอย่างไรนางนพมาศมีตัวตนจริงไหม และทำไมจึงมีการประกวดในวันลอยกระทงประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?เปิดพิกัดอุโบสถเงินเชียงใหม่ อายุวัดกว่า 500 ปี เบื้องหลังงานศิลป์ที่ไม่เหมือนใครศาลเกาหลีใต้ชี้ สัญญาซื้อ Tesla FSD ไม่ได้รับประกันรถไร้คนขับระดับ 5: ผู้ซื้อได้ฟังก์ชันอะไรบ้าง?จังหวัดเดียวเท่านั้นในภาคอีสาน ที่ไม่ปรากฎว่ามีน้ำตกอยู่เลย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ศาลเกาหลีใต้ชี้ สัญญาซื้อ Tesla FSD ไม่ได้รับประกันรถไร้คนขับระดับ 5: ผู้ซื้อได้ฟังก์ชันอะไรบ้าง?แคมเปญสัมภาษณ์ที่แพร่กระจาย อย่างรวดเร็วได้เจาะระบบอุปกรณ์ กว่า 30,000 เครื่อง และขโมยคริปโต เคอร์เรนซีมูลค่า 10.71 ล้านดอลลาร์กล้องชัด! จับ"กิ๊บ ท่าเตียน" ตีนแมวงัดร้านขายเนื้อ ขโมยไข่ไก่คดีพลิก! ขโมยนาฬิกา Audemars Piguet มูลค่า 46 ล้าน ส่งไปrษณีย์คืนพร้อมจดหมายขอโทษ
ตั้งกระทู้ใหม่