เบื้องหลังนาทีระทึก! สหรัฐฯ-อิหร่าน เฉียดสงครามโลก และเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมทรัมป์ต้อง "สั่งถอย"
## สหรัฐฯ-อิหร่าน: เบื้องหลังการถอยร่นจากขอบเหวสงคราม และกลยุทธ์ “ถอยเพื่อการเมือง” ของทรัมป์
วิกฤตความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเกือบจะปะทุเป็นสงครามเต็มรูปแบบอย่างหวุดหวิด เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศระงับคำสั่งโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านในนาทีสุดท้าย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นกองทัพสหรัฐฯ มีแผนจะเปิดฉากถล่มติดต่อกันเป็นคืนที่สาม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างหนักหลังจากกองทัพอิหร่านออกมาเตือนอย่างกร้าวว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงและสร้างความเสียหายให้อเมริกามากกว่าทุกครั้งหากเปิดฉากโจมตี
หลังจากสั่งถอยทัพ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียทันที โดยอ้างว่าเหตุผลที่ยกเลิกภารกิจเป็นเพราะการเจรจาระหว่างสองประเทศมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ โดยระบุว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันทั้งในหลักการและรายละเอียดหมดแล้ว และคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่วันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวทันควัน โดยชี้ว่าสิ่งที่ทรัมป์พูดเป็นเพียงการคาดเดาไปเอง และย้ำชัดเจนว่า "ยังไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้าย" ใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมในอดีตของทรัมป์ที่มักจะประกาศว่าใกล้บรรลุข้อตกลงหลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ล่มและไม่มีการเซ็นสัญญาจริงเลยสักครั้ง
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ต่อให้ทั้งสองประเทศมีการลงนามในข้อตกลงตามที่ทรัมป์อ้างจริง สิ่งนั้นก็ยังห่างไกลจากคำว่า "สนธิสัญญาความสงบ" หรือทางออกสู่สันติภาพอย่างถาวร เพราะในความเป็นจริง มันจะเป็นเพียงแค่บันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อกำหนดกรอบในการเปิดโต๊ะเจรจาต่อในอนาคตเท่านั้น เนื่องจากประเด็นขัดแย้งหลักๆ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาอย่าง โครงการนิวเคลียร์ของกรุงเตหะราน และขีดความสามารถด้านขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missile) ของอิหร่าน ก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่มีทางแก้ไขได้ในเร็ววัน
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า เหตุผลแท้จริงที่ทำให้ทรัมป์ยอมเปลี่ยนใจถอยหลังกลับจากขอบเหวสงคราม น่าจะมาจากเหตุผลง่ายๆ ทางกลยุทธ์ มากกว่าความคืบหน้าทางการทูตตามที่เขาอ้าง นั่นคือ ทรัมป์ตระหนักดีว่า "การทำสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ตกถึงสหรัฐฯ เลย" นอกจากนี้ อิหร่านไม่ได้มีโครงสร้างรัฐส่วนกลางแบบทั่วไปที่กองทัพสหรัฐฯ จะสามารถอาศัยแสนยานุภาพและอาวุธที่เหนือกว่าเข้าไปบุกถล่มให้ล่มสลายได้ง่ายๆ แต่อิหร่านถูกขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธในท้องถิ่นที่มีรัฐหนุนหลัง ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาค ยิ่งทำให้ยากต่อการเผด็จศึก
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนถึงสัจธรรมในหนังสือ “On War” (ปี 1832) ของ คาร์ล ฟอน เคลาเซวิตซ์ (Carl von Clausewitz) นักยุทธศาสตร์การทหารชื่อก้องโลกชาวปรัสเซีย ที่เคยกล่าวไว้ว่า “สงครามคือการดำเนินนโยบายทางการเมืองด้วยวิธีอื่นๆ” เมื่อทรัมป์คำนวณแล้วว่า สงครามครั้งนี้ไม่สามารถตอบโจทย์หรือสร้างผลประโยชน์ทางการเมืองใดๆ ให้กับอเมริกาได้ การเลือกที่จะสั่งถอยทัพในนาทีสุดท้าย จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในกระดานอำนาจนี้
ที่มา: Framework Peace Deal
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
5 ปลาทะเลคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีต่อสมอง ดวงตา และระบบหัวใจ
ทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว
เที่ยวกุ้ยหลินเมืองไทย
ดิจิทัลดีท็อกซ์ วิธีพักสมองจากมือถือแบบไม่ต้องหักดิบ
7 กฎลี้ลับของการอยู่เวรทำงานดึก ในออฟฟิศยุคเก่า (รู้ไว้ก่อนจะเจอดี)
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
4 ต้นไม้ลึกลับและหายากที่สุดในไทย
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
"นกตาทิพย์" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569
จังหวัดที่มีประชากรเพศชายมากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
เที่ยวกุ้ยหลินเมืองไทย
รวมพลังคนใจบุญ จัดคอนเสิร์ตการกุศล โอกาสวันสถาปนาครบรอบ 94 ปี โรงเรียนวัดสอ วันที่ 10 กรกฎาคมนี้ เตรียมสนุกสนานกับศิลปินชื่อดังมากมาย
MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน: ดีลหยุดยิง 60 วันที่ทรัมป์เคลมชัยชนะยาก แต่อิหร่านฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
แผ่นดินไหว 6.2 ใกล้มินดาเนา ฟิลิปปินส์ เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกหลังเหตุใหญ่