หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แม่ร่ำไห้!! หลังกาแฟร้อนจัดหกใส่ทารกอายุ 18 เดือน!

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

แม่ร่ำไห้!! หลังกาแฟร้อนจัดหกใส่ทารกอายุ 18 เดือน!

อุบัติเหตุบางอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เพียงไม่กี่วินาที ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตลอดชีวิต เรื่องราวของคุณแม่คนหนึ่งที่ออกมาเล่าด้วยน้ำตา ทำให้คนจำนวนมากสะเทือนใจ เพราะคนที่ต้องเจ็บปวดที่สุดคือเด็กชายวัยเพียง 18 เดือน ลูกน้อยที่ยังพูดไม่ได้ ยังดูแลตัวเองไม่ได้ แต่กลับต้องเผชิญความทรมาน จากแผลไฟไหม้รุนแรงทั่วร่างกายเพราะความประมาทเพียงชั่วครู่...

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 หลังจากคุณแม่และลูกชายกินอาหารเช้าเสร็จ เธอเดินเข้าไปในห้องเพื่อหยิบเสื้อกันแดด โดยปล่อยให้ลูกอยู่กับญาติผู้สูงอายุในห้องนั่งเล่นแค่ไม่กี่นาที ทุกอย่างดูเป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นในเวลาสั้นๆ


ในช่วงที่คุณแม่ไม่อยู่ ญาติผู้สูงอายุได้กดเปิดเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ จากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำ โดยไม่รู้เลยว่ากาแฟที่เพิ่งชงเสร็จนั้นร้อนจัดเกือบ 100 องศาเซลเซียส และ ถูกวางไว้ในจุดที่เด็กเอื้อมถึงได้ เด็กชายวัยกำลังซนเดินเข้าไปใกล้ แล้วอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นทันที กาแฟร้อนทั้งแก้วกระเด็นใส่ใบหน้า หน้าอก และ แผ่นหลังของเด็กอย่างรุนแรง

คุณแม่เล่าว่า "ฉันจะไม่มีวันลืมเสียงร้องกรีดร้องของลูกในวันนั้นเลย" เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนหัวใจคนเป็นแม่แทบแตกสลาย เธอรีบวิ่งออกมาจากห้อง แล้วเห็นลูกชายตัวแข็งทื่อ กำแก้วกาแฟร้อนไว้แน่น ร่างกายเต็มไปด้วยน้ำร้อนลวก เด็กเจ็บจนแทบขยับตัวไม่ได้ ด้วยความตกใจ เธอรีบอุ้มลูกไปล้างด้วยน้ำเย็นในห้องน้ำ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับยิ่งทำให้เธอช็อก เพราะผิวหนังของลูกเริ่มลอกออกเป็นแผ่นใหญ่ เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเลือดและเนื้อที่ไหม้ เด็กชายร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา ส่วนแม่เองก็แทบตั้งสติไม่ได้...
 
หลังจากนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาล แพทย์พบว่า "อาการของเด็กหนักเกินกว่าที่โรงพยาบาลท้องถิ่นจะดูแลได้" เพราะแผลไฟไหม้รุนแรงมาก จึงต้องรีบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอีกแห่ง ที่มีทีมรักษาเฉพาะทาง ระหว่างอยู่บนรถพยาบาล คุณแม่มองดูลูกชายที่มีตุ่มพองขึ้นทั่วตัว ผิวหนังบวมแดงและฉีกลอกออกต่อหน้าต่อตา เธอร้องไห้ตลอดทาง สิ่งเดียวที่ทำได้คือจับหัวลูกไว้เบาๆ แล้วพูดซ้ำๆว่า "แม่อยู่นี่นะ... อย่ากลัว..."


ผลตรวจสุดท้ายทำให้ทุกคนใจหาย เด็กชายได้รับบาดเจ็บจากแผลไหม้ระดับ 2 ถึงระดับ 3 ครอบคลุมมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ซึ่งสำหรับเด็กวัยเพียง 18 เดือน แค่แผลไหม้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ก็อาจอันตรายถึงชีวิตแล้ว แต่เด็กคนนี้กลับโดนหนักกว่านั้นหลายเท่า โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า หน้าอก และ หลัง ซึ่งเป็นจุดสำคัญของร่างกาย... เด็กชายต้องถูกส่งเข้าห้องไอซียูทันที ครอบครัวต้องเซ็นเอกสารรับรองอาการวิกฤต ทุกคนอยู่ในความกลัวว่าจะเสียลูกไปตลอดกาล

คุณแม่เล่าว่า "ช่วงเวลานั้นเหมือนนรกที่ไม่มีวันจบ เพราะทุกวันลูกต้องผ่านการรักษาที่เจ็บปวด ทั้งการล้างแผล การเปลี่ยนผ้าพันแผล การทำความสะอาดบาดแผล และ การวางยาสลบ" เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นได้แต่ร้องไห้ ตัวสั่น และ กัดฟันด้วยความเจ็บ

ตลอด 9 วันในห้องไอซียู คุณแม่รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกฉีกซ้ำแล้วซ้ำอีก ทุกครั้งที่เห็นลูกต้องเจ็บ เธอก็โทษตัวเองว่า "ถ้าวันนั้นฉันระวังมากกว่านี้ เหตุการณ์แบบนี้อาจไม่เกิดขึ้น" แต่ความจริงคือ อุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว เพราะหลายคนมักคิดว่า "ไม่เป็นไรหรอก" หรือ "ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดอะไรเลย"


สิ่งที่คุณแม่อยากบอกกับทุกคน ไม่ใช่การโทษญาติหรือโทษใคร แต่เธอต้องการใช้ความเจ็บปวดของลูกเป็นบทเรียน ให้สังคมตระหนักมากขึ้นว่า "ของร้อนในบ้านอันตรายกับเด็กมากแค่ไหน" โดยเฉพาะเครื่องดื่มร้อน น้ำซุป กาต้มน้ำ หรือเครื่องชงกาแฟ เพราะเด็กเล็กอยากรู้อยากเห็น และ สามารถดึงหรือคว้าของได้เร็วกว่าที่ผู้ใหญ่คิดเสมอ

นอกจากนี้เธอยังเตือนว่า "หลายคนชอบคิดว่า เลี้ยงลูกแบบนี้มาตลอด ก็ไม่เห็นเป็นอะไร" แต่ความจริงคือ บางครั้งโชคดีแค่ยังไม่เกิดเหตุเท่านั้น เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น คนที่ต้องรับความเจ็บปวดที่สุดก็คือเด็ก เด็กที่ไม่มีทางป้องกันตัวเองได้เลย..."


⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 22 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทยลบแอปธนาคารจากมือถือเครื่องหลัก ทำไมบางคนกลับเก็บเงินได้ดีขึ้นหลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด10 เลขเด็ดเลขดัง "แม่ทำเนียนลอตเตอรี่" งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69..คอหวยอย่าพลาด!!หนี้ครัวเรือนรอบนี้ ทำไมคนทำงานมีบ้านมีรถก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นคงส่องเลขเด็ดหวยลาว 17/6/69 เลขชนหลายสำนักมาแรง คอหวยจับตา5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทยทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมากปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่นไม่ตอบอีเมลทันที อาจช่วยให้งานเสร็จมากขึ้นกว่าที่คิดเผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไมโล VS โอวัลติน ทำไมเครื่องดื่มสองแก้วนี้ถึงกลายเป็นความทรงจำวัยเด็กของคนไทยอยากเขียนบน Postjung ให้มีรายได้ ต้องเริ่มจากอะไรให้ถูกทางเจาะคัมภีร์สถิติต้อนรับครึ่งปีหลัง: วิเคราะห์แนวโน้มตัวเลขงวด 1 กรกฎาคม 2569 จากฐานทุนงวดล่าสุด7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีที่ไหนบ้าง และทำไมหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69ศรีลังกาพังเพราะตระกูลเดียวจริงไหม มองให้ครบทั้งคน นโยบาย และวิกฤตโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ศรีลังกาพังเพราะตระกูลเดียวจริงไหม มองให้ครบทั้งคน นโยบาย และวิกฤตโลกข่าวหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ดันน้ำมันร่วง ทำไมคนถือหุ้นพลังงานอาจไม่ยิ้มตามตลาด6 เรื่องจริงที่ฟังเหมือนเรื่องเล่า แต่มีหลักฐานจากแพทย์และประวัติศาสตร์คดีแรงงานอินโดฯ ในญี่ปุ่น ซ่อนศพลูกแรกเกิด เปิดคำถามเรื่องสิทธิแรงงานตั้งครรภ์
ตั้งกระทู้ใหม่