เจาะตำนาน เซ็กซ์ทอยโบราณ นวัตกรรมกามศิลป์ 2,000 ปี ที่ล้ำจนยุคนี้ต้องยอมแพ้
หลายคนมักคิดว่าอุปกรณ์เกี่ยวกับเรื่องเพศเป็นของใหม่ที่เพิ่งเกิดตามยุคเทคโนโลยี แต่พอไปดูหลักฐานทางโบราณคดีจริง ๆ จะเห็นว่ามนุษย์พยายามสร้างและพัฒนาเครื่องมือแบบนี้กันมานานมากแล้ว บางชิ้นเก่าเกินกว่าจะจินตนาการด้วยซ้ำ และไม่ได้ถูกทำแบบลวก ๆ แต่มีการออกแบบอย่างตั้งใจชัดเจน
หลักฐานที่เก่าที่สุดชิ้นหนึ่งถูกพบที่ Hohle Fels Cave ในประเทศเยอรมนี เป็นวัตถุหินขัดเงายาวประมาณ 20 เซนติเมตร อายุราว 28,000 ปี ซึ่งเก่ากว่ายุคสร้างพีระมิดอียิปต์หลายหมื่นปี นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยทือบิงเงินเสนอว่าอาจเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมหรือการใช้งานเชิงสรีรวิทยา แม้จะยังมีการถกเถียงกันอยู่ก็ตาม
ขยับมาที่เอเชียในช่วง ราชวงศ์ฮั่น มีการค้นพบวัตถุจากสำริดและหยกในสุสานชนชั้นสูง รวมถึงสุสานของ หลิว เซิง ที่มณฑลเหอเป่ย ซึ่งถูกขุดพบในปี ค.ศ. 1968 จุดที่ทำให้หลายคนสนใจคือโครงสร้างภายในที่ถูกทำให้กลวง นักวิชาการบางส่วนเชื่อว่าอาจออกแบบมาเพื่อใส่ของเหลวหรือปรับอุณหภูมิให้ใกล้เคียงร่างกายมนุษย์
เอาจริง ๆ นะ แค่แนวคิดเรื่อง “ควบคุมอุณหภูมิ” ก็ถือว่าก้าวหน้าแล้วสำหรับยุคนั้น เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมก็ยังใช้หลักเดียวกัน เพียงแค่เปลี่ยนวัสดุและเทคโนโลยีให้ปลอดภัยขึ้นเท่านั้นเอง หลักคิดพื้นฐานแทบไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
ฝั่งญี่ปุ่นใน ยุคเอโดะ ก็มีสิ่งที่เรียกว่า “รินโนะทามะ” ซึ่งเป็นลูกบอลโลหะขนาดเล็กสองลูก ภายในมีลูกตุ้มหรือวัสดุที่เคลื่อนไหวได้ เมื่อร่างกายขยับก็จะเกิดแรงสั่นเบา ๆ โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แนวคิดนี้ยังคงถูกใช้มาจนถึงปัจจุบันในอุปกรณ์บางประเภท
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่มีหลักฐานหรือเป็นแค่เรื่องเล่า แต่ความจริงถูกศึกษาในสาย ประวัติศาสตร์เพศวิถี อย่างจริงจัง มีงานวิจัยและหนังสือจำนวนมาก รวมถึงงานของนักประวัติศาสตร์อย่าง Hallie Lieberman ที่รวบรวมข้อมูลเชิงวิชาการไว้ชัดเจน
อีกจุดที่น่าสนใจคือเครื่องสั่นไฟฟ้าเครื่องแรกถูกจดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1883 โดย Joseph Mortimer Granville ซึ่งในตอนนั้นถูกใช้ในบริบททางการแพทย์ ไม่ใช่สินค้าเพื่อความบันเทิงแบบที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน
ถ้ามองภาพรวมจะเห็นว่าวัสดุและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปตามยุค ตั้งแต่หิน ไม้ หนัง งาช้าง ไปจนถึงโลหะ ยาง พลาสติก และซิลิโคนทางการแพทย์ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่แทบไม่เปลี่ยนเลยคือ “แนวคิดพื้นฐาน” ที่มนุษย์พยายามพัฒนาเครื่องมือให้ตอบสนองต่อร่างกายและความรู้สึกของตัวเอง
ผมว่าประเด็นนี้มันชัดมาก มนุษย์ไม่ได้เพิ่งมาสนใจเรื่องนี้ แต่สนใจมานานตั้งแต่ก่อนมีภาษาเขียน เพียงแค่แต่ละยุคเลือกจะเปิดเผยหรือปิดบังต่างกัน บางช่วงอย่างกรีก-โรมันดูเปิดกว้างกว่า ขณะที่บางยุคอย่างวิคตอเรียนกลับเข้มงวดมาก
อีกมุมหนึ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจคือ การศึกษาประวัติศาสตร์แบบนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความหวือหวา แต่มันทำให้เห็นว่าเรื่องเพศเป็นทั้งเรื่องชีววิทยา วัฒนธรรม และสังคมผสมกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ
พอมองกลับมาที่ปัจจุบันที่เทคโนโลยีไปไกลถึงขั้นเชื่อมต่อผ่านแอปหรืออินเทอร์เน็ตได้แบบเรียลไทม์ มันก็อดคิดไม่ได้ว่า เรากำลังก้าวหน้าไปไกลจริง ๆ หรือแค่กำลังพัฒนาสิ่งเดิมในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น แล้วถ้าคนในยุคโบราณได้เห็นเทคโนโลยีวันนี้ เขาจะทึ่ง…หรือจะรู้สึกว่ามันไม่ต่างจากสิ่งที่เขาเคยคิดไว้แล้วกันแน่
อ้างอิง: https://www.hk01.com/開罐/60331398/性愛-古人愛用甚麼成人玩具-新奇度不輸現代-2000年前用青銅製
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
นักท่องเที่ยวจีนหลุดเข้าห้องพักพนักงานหญิง สนามบินอินชอนเร่งสอบช่องโหว่
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569







