สวมถุงยางยังติดเชื้อได้? เจาะลึกความจริงเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่หลายคนเข้าใจผิด
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
หลายคนเชื่อสนิทใจว่าแค่ใส่ถุงยางอนามัยก็ปลอดภัย 100% จากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ผมว่าความเชื่อนี้แหละที่ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยต้องมานั่งรักษาโรคที่ไม่คิดว่าจะเป็น ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์รายใหม่มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน เฉพาะ 4 โรคหลักคือ หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส และพยาธิในช่องคลอด ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนว่าเรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิดมาก
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ถุงยางอนามัยป้องกันได้เฉพาะโรคที่ติดต่อผ่าน "สารคัดหลั่ง" เท่านั้น เช่น HIV หนองใน หรือซิฟิลิสในบางระยะ แต่โรคอย่าง HPV (ไวรัสที่ก่อมะเร็งปากมดลูก) และเริมที่อวัยวะเพศ ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ถุงยางคลุมไม่ถึง เช่น ขาหนีบ ถุงอัณฑะ หรือบริเวณโคนอวัยวะเพศ เอาจริง ๆ นะ ต่อให้ใส่ถุงยางทุกครั้ง โอกาสติด HPV ก็ยังมีอยู่ เพียงแต่ลดความเสี่ยงได้ประมาณ 60-70% เท่านั้น ไม่ใช่ 100% อย่างที่หลายคนคิด
อีกเรื่องที่คนมองข้ามคือออรัลเซ็กส์ หลายคนคิดว่าปลอดภัยเพราะไม่มีการสอดใส่ แต่จริง ๆ แล้วเป็นช่องทางสำคัญของการแพร่เชื้อหนองในในลำคอ ซิฟิลิส เริม และ HPV ที่ปัจจุบันเชื่อมโยงกับมะเร็งช่องปากและคอหอยในคนหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในสหรัฐฯ มะเร็งคอหอยจาก HPV แซงหน้ามะเร็งปากมดลูกไปแล้วในบางกลุ่มประชากร และไทยก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน คือแบบว่าโรคพวกนี้ไม่ได้เลือกว่าคุณมีเพศสัมพันธ์แบบไหน
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ HIV และไวรัสตับอักเสบบี สามารถอยู่ในร่างกายแบบเงียบ ๆ ได้หลายปีโดยไม่แสดงอาการ กรมควบคุมโรคเคยรายงานว่าคนไทยที่ติดเชื้อ HIV จำนวนไม่น้อยรู้ตัวตอนเชื้อลงลึกไปถึงระยะเอดส์แล้ว ซึ่งรักษายากกว่ามาก ไวรัสตับอักเสบบีเองก็ทำลายตับเงียบ ๆ จนกลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ภายใน 10-20 ปี ผมว่าคนจำนวนมากยังคิดว่า "ฉันไม่เสี่ยง" แต่ความจริงคือใครก็ตามที่เคยมีเพศสัมพันธ์ แม้แต่ครั้งเดียว ก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น
สำหรับวัคซีน HPV เดี๋ยวนี้ไม่ได้จำกัดแค่ผู้หญิงอีกต่อไป ผู้ชายก็ควรฉีดเหมือนกัน เพราะช่วยป้องกันมะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และมะเร็งช่องปากที่เกี่ยวข้องกับ HPV กระทรวงสาธารณสุขไทยแนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 9-26 ปี แต่คนอายุ 27-45 ปีก็ยังฉีดได้และได้ประโยชน์ ถ้ายังไม่เคยติดเชื้อสายพันธุ์นั้น ๆ มาก่อน ราคาในโรงพยาบาลรัฐปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเข็มละ 1,500-3,000 บาท ส่วนเอกชนอยู่ที่ 3,500-8,000 บาท
ทางที่ดีที่สุดที่ผมอยากแนะนำคือ ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีคู่นอนมากกว่าหนึ่งคน หรือเพิ่งเปลี่ยนคู่นอน ปัจจุบันโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนมีแพ็กเกจตรวจ 7 โรคในครั้งเดียว ทั้ง HIV ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบีและซี หนองใน หนองในเทียม และเริม ราคาประมาณ 2,000-4,500 บาท บางคลินิกนิรนามของสภากาชาดไทยตรวจ HIV ฟรี และรู้ผลภายในวันเดียว
ถุงยางอนามัยยังเป็นเครื่องมือป้องกันที่ดีที่สุดในท้องตลาด แต่ไม่ใช่เกราะวิเศษ การรู้จักร่างกายตัวเอง การตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และการพูดคุยเรื่องเพศอย่างเปิดใจกับคู่นอนต่างหากที่จะทำให้คุณปลอดภัยจริง ๆ คำถามก็คือ ครั้งสุดท้ายที่คุณตรวจสุขภาพทางเพศคือเมื่อไหร่?
อ้างอิง: https://www.hk01.com/人氣話題/60304976/性病疑問-戴套仍中招-無症狀無事-毋須檢查-7高危族群應檢查
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด
คลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?
ถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุด
5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
“หนึ่งในสวนสัตว์ ที่ใหญ่ที่สุด” ในประเทศไทย
ตลาดน่าเที่ยวที่สุดในไทย
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
รู้ไหม? จังหวัดไหนในไทยมีภูเขามากที่สุด
เจาะลึกความต่าง: "วัณโรคต่อมน้ำเหลือง" และ "วัณโรคปอด" อันตรายและติดต่อได้แค่ไหน?
เจาะตำนาน เซ็กซ์ทอยโบราณ นวัตกรรมกามศิลป์ 2,000 ปี ที่ล้ำจนยุคนี้ต้องยอมแพ้
มารยาทรถสาธารณะที่หายไป! เจาะลึกดราม่า "นั่งกางขา" เบียดคนข้างๆ พฤติกรรมที่สังคมยี้
อำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย
อุดรธานี – ชาวบ้านแห่!! ร่วมประชุมจัดตั้งพรรคการเมือง “พรรคก้าวใหม่เพื่อประชาชน”
เจาะตำนาน เซ็กซ์ทอยโบราณ นวัตกรรมกามศิลป์ 2,000 ปี ที่ล้ำจนยุคนี้ต้องยอมแพ้
มารยาทรถสาธารณะที่หายไป! เจาะลึกดราม่า "นั่งกางขา" เบียดคนข้างๆ พฤติกรรมที่สังคมยี้
รู้ไหม? ทำไม “กรุงเทพมหานคร” ถึงไม่เคยมีอากาศหนาวจัดเหมือนภาคเหนือ


