หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หญิงเกาหลีติดคุก 7 ปี ร่วมมือกับลูกเขน ตัดจู๋ผัวก่อนทิ้งชักโครก

เนื้อหาโดย หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์

 


     วันนี้ [ตามเวลาท้องถิ่น] หญิงวัย 58 ปีในประเทศเกาหลีใต้ ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 7 ปี จากกรณีก่อเหตุทำร้ายร่างกายสามี ด้วยการตัดอวัยวะเพศและกดชักโครกทิ้ง ซึ่งในขณะเดียวกัน ลูกเขยของเธอถูกตัดสินว่ามีความผิด จากการมีส่วนร่วมในการก่อเหตุ โดยเป็นผู้ใช้เชือกและเทปอุตสาหกรรมมัดร่างเหยื่อ ซึ่งศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 4 ปี และ ลูกสาวของเหยื่อ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนักสืบเอกชน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของพ่อ ก็ถูกปรับเป็นเงิน 3 ล้านวอน ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องบางส่วนในคดี โดยบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเหยื่อ ทางศาลได้ปกปิดตัวตนไว้เป็นความลับ...


เหตุรุนแรงเกิดจากความหึงหวงจากการนอกใจ
     เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2024 ในเขตฮวาโด-มยอน เกาะคังฮวา เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นย่านที่เงียบสงบ จำเลยหญิง ซึ่งถูกระบุเพียงว่า A เกิดความหวาดระแวงว่าสามีมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น แทนที่จะเลือกแนวทางการหย่าร้าง เธอกลับวางแผนร่วมกับลูกสาวและลูกเขย

     ตามบันทึกของศาล "ลูกสาววัย 37 ปี ซึ่งถูกระบุว่า C ได้ว่าจ้างสำนักงานนักสืบเอกชน ที่ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ GPS ติดตามการเคลื่อนไหวของพ่ออย่างผิดกฎหมาย หลังจากได้รับภาพถ่ายยืนยันว่าพบสามีอยู่กับหญิงอื่น ความโกรธแค้นของ A ก็ทวีความรุนแรงจนควบคุมไม่ได้


ลูกเขยใช้เชือกและเทปมัดร่างผู้เสียหาย
     เวลาประมาณตี 1 ของวันเกิดเหตุ สามีวัย 50 ปี ซึ่งถูกระบุว่า D กำลังดื่มสุราอยู่ตามลำพัง ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก่อนจะเผลอหลับไป ลูกเขยวัย 40 ปี ซึ่งถูกระบุว่า B ได้เข้าไปในร้านขณะที่ D หมดสติ และ ใช้เชือกกับเทปอุตสาหกรรมมัดร่างไว้ เพื่อไม่ให้สามารถขัดขืนได้


ใช้อาวุธแทงหลายครั้งก่อนตัดอวัยวะเพศ
     หลังจาก D ถูกมัดเรียบร้อยแล้ว A ได้เข้ามาและลงมือทำร้ายอย่างรุนแรง โดยเธอใช้อาวุธมีคมแทง D ประมาณ 50 ครั้ง ซึ่งการทำร้ายสิ้นสุดลงเมื่อ A ใช้อาวุธตัดอวัยวะเพศของ D และ เพื่อไม่ให้สามารถนำไปผ่าตัดต่อได้ A ได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวทิ้งลงในชักโครกในร้านกาแฟ ก่อนกดน้ำตามลงไป

     ต่อมา D ถูกพบโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แม้ D จะรอดชีวิตหลังเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน แต่ต้องเผชิญกับบาดแผลทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

ศาลตัดสินไม่เข้าข่ายพยายามฆ่า
     อัยการได้ยื่นฟ้องในข้อหาพยายามฆ่า และ ขอให้ศาลลงโทษจำคุก 15 ปีสำหรับ A และ 7 ปีสำหรับลูกB โดยอ้างถึงความโหดร้ายของการกระทำ และ จำนวนบาดแผลจากการถูกแทง อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงอินชอนมีคำพิพากษาว่า "จำเลยไม่มีเจตนาฆ่า" จึงตัดสินลงโทษในข้อหาทำร้ายร่างกายอย่างร้ายแรงเป็นพิเศษแทน


     ผู้พิพากษา กล่าวว่า "แม้อาวุธที่ใช้จะเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่บาดแผลส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณร่างกายส่วนล่างและก้น โดยจำเลยจงใจหลีกเลี่ยงอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจหรือคอ..." และ "ตั้งแต่การให้ปากคำครั้งแรก จำเลยหญิงยืนยันมาโดยตลอดว่า เป้าหมายของเธอมีเพียง การตัดอวัยวะเพศของเขา เธอไม่มีเจตนาจะฆ่า"

     ผู้พิพากษา ยังกล่าวพิจารณาว่า "เมื่อเครื่องพันธนาการเริ่มคลายตัว จำเลยเลือกที่จะหลบหนีแทนการทำร้ายเพิ่มเติม ซึ่งสะท้อนว่าเป้าหมายของพวกเขา คือ การทำให้พิการถาวร ไม่ใช่การเอาชีวิต!!" อย่างไรก็ตาม ประธานผู้พิพากษา "คิม คี พุง" ยังคงชี้ให้เห็นถึงความโหดร้ายของคดีนี้ รวมถึงการใช้การสอดแนมผิดกฎหมาย และ การไม่ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้เสียหายในทันที

โทษลดหย่อนจากคำร้องของผู้เสียหาย
     แม้ D จะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง แต่เขาได้บรรลุข้อตกลงกับ A และ ยื่นคำร้องต่อศาลขอไม่ให้ลงโทษเธออย่างหนัก


     ตามกฎหมายของเกาหลีใต้ ความประสงค์ของผู้เสียหาย ที่ไม่ต้องการให้มีการลงโทษรุนแรง ถือเป็นปัจจัยบรรเทาโทษที่มีน้ำหนักสูง และ สามารถส่งผลเหนือความร้ายแรงของการกระทำได้

อ้างอิง : https://mustsharenews.com/south-korea-woman-severing-husband-genitals/

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทยจังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลกคาบัง: วีรบุรุษสี่ขาผู้สละใบหน้าเพื่อลมหายใจของมนุษย์มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุดเจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคงท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหนย้อนรอยคืนวิปโยค! เมื่อพลุอวยพรกลายเป็นเพลิงมัจจุราช ปิดฉากงานตรุษจีน "มังกรสวรรค์" สุพรรณบุรี10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก"ฮุนเซน" รำลึกถึงอดีตกับเหล่า "ผู้นำอาเซียน" ลั่น! สมัยรัฐบาล "ประยุทธ์" ไทย-กัมพูชา สงบสุขราบรื่นดี ไม่มีปัญหา"สุนัขหุ่นยนต์" ที่บรรทุกขีปนาวุธปรากฏตัวขึ้นแล้ว!!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 ประเทศที่มีการรีไซเคิลขยะมากที่สุดในโลก“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ย้อนรอยคืนวิปโยค! เมื่อพลุอวยพรกลายเป็นเพลิงมัจจุราช ปิดฉากงานตรุษจีน "มังกรสวรรค์" สุพรรณบุรีย้อนรอยเส้นทางมืด "แอม ไซยาไนด์" จากอดีตภรรยาตำรวจสู่ฆาตกรต่อเนื่อง คดีวางยาสะเทือนขวัญที่โลกต้องจารึกดราม่าฟันลามการเมือง! “พริษฐ์” วอนหยุดขุดภาพเก่า บอกชัดรักษาหายแล้ว ขอเวลาสื่อไปตรวจอำนาจรัฐดีกว่า5 อัลบั้มเพลงภาษาไทย ที่ทำยอดขายมากที่สุดตลอดกาล
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อให้สัมภาษณ์กับ Reutersศาลกัมพูชามีคำพิพากษาจำคุกนักข่าวชาวกัมพูชา 2 คน เป็นเวลา 14 ปี ในข้อหากบฏ จากกรณีลงพื้นที่รายงานข่าวบริเวณชายแดนและมีภาพถ่ายที่ปรากฏทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควาย
ตั้งกระทู้ใหม่