เพื่อนๆเคยสังเกตกันบ่ เวลาทำไมโลกมีสงครามหลายๆแห่ง หรือมีแนวโน้มจะเกิดสงครามใหญ่ๆ ทำไมทองคำถึงได้มีราคาสูงขึ้นๆ
เคยสังเกตไหมว่าเวลาโลกเริ่มมีข่าวไม่ดี ข่าวความขัดแย้ง ข่าวการเมืองตึงเครียด หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดสงครามขึ้นมาเมื่อไร ราคาทองคำมักจะขยับสูงขึ้นแทบทุกครั้ง จนบางคนพูดกันเล่น ๆ ว่าถ้าทองเริ่มพุ่ง แปลว่าโลกเริ่มไม่ปลอดภัยแล้ว ซึ่งฟังดูเหมือนมุกตลก แต่ความจริงมันสะท้อนพฤติกรรมของคนทั้งโลกได้ค่อนข้างตรงเลย เพราะทองคำไม่ใช่แค่โลหะมีค่า แต่มันคือ “ความรู้สึกมั่นคง” ที่มนุษย์ฝากเอาไว้กับมันมานานหลายพันปี ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีธนาคาร ไม่มีเงินกระดาษ ไม่มีระบบการเงินซับซ้อนเหมือนทุกวันนี้ ทองคำก็เป็นของที่ทุกคนยอมรับว่าแลกเปลี่ยนได้ มีค่า และเก็บมูลค่าไว้ได้ ต่อให้บ้านเมืองล่มสลาย ระบบการปกครองเปลี่ยน หรือสกุลเงินหายไป ทองก็ยังคงมีค่าในตัวมันเอง
พอโลกเริ่มมีแนวโน้มจะเกิดสงคราม สิ่งแรกที่เกิดขึ้นไม่ใช่ระเบิดหรือเสียงปืน แต่คือ “ความไม่มั่นใจ” คนเริ่มไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ค่าเงินจะอ่อนหรือไม่ บริษัทจะอยู่รอดไหม ตลาดหุ้นจะร่วงแค่ไหน ทุกอย่างเต็มไปด้วยคำถาม และในโลกการลงทุน ความไม่แน่นอนนี่แหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันประเมินยาก ควบคุมยาก และทำให้คนรู้สึกไม่ปลอดภัย พอรู้สึกไม่ปลอดภัย คนก็จะเริ่มมองหาที่พักเงินที่คิดว่ามั่นคงที่สุด และคำตอบที่โผล่ขึ้นมาแทบพร้อมกันทั่วโลกก็คือ “ทองคำ”
ทองคำเลยถูกเรียกว่า Safe Haven หรือสินทรัพย์หลบภัย เหมือนเวลาเราเจอฝนหนักกลางทาง เราจะมองหาที่หลบฝนก่อน ไม่ได้คิดจะวิ่งฝ่าฝนต่อไป ทองคำก็ทำหน้าที่แบบนั้นในโลกการเงิน พอพายุข่าวร้ายเริ่มมา คนก็รีบเอาเงินไปหลบไว้ในทอง
อีกเหตุผลสำคัญคือเวลาเกิดสงครามหรือมีแนวโน้มจะเกิดสงคราม รัฐบาลต้องใช้เงินมหาศาลกับเรื่องกองทัพ อาวุธ การป้องกันประเทศ การเยียวยาความเสียหาย เศรษฐกิจมักชะลอตัว รายได้ภาครัฐลดลง แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น วิธีที่รัฐมักใช้คือกู้เงินเพิ่มหรือพิมพ์เงินเพิ่ม พอเงินในระบบมีมากขึ้น ค่าเงินก็มีโอกาสอ่อนลง และเกิดเงินเฟ้อ ซึ่งแปลว่าเงินที่เราถืออยู่จะซื้อของได้น้อยลง
ทองคำในจุดนี้เลยถูกมองว่าเป็นตัวป้องกันเงินเฟ้อ เพราะทองมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เหมือนเงินกระดาษ ต่อให้ต้องการทองมากแค่ไหน ก็ต้องขุด ต้องใช้เวลา ต้องใช้ต้นทุนสูงมาก ไม่ใช่อยากได้แล้วสร้างขึ้นมาได้ทันที พอเงินกระดาษเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทองเพิ่มช้า ราคาทองในหน่วยเงินกระดาษก็เลยสูงขึ้นโดยธรรมชาติ
อีกมุมหนึ่งคือเรื่องค่าเงิน เวลามีสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ค่าเงินของบางประเทศจะผันผวนหนัก โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ใกล้พื้นที่ขัดแย้ง หรือประเทศที่เศรษฐกิจเปราะบาง นักลงทุนจะไม่อยากถือเงินสกุลนั้น เพราะกลัวค่าเงินดิ่ง ทองคำเลยกลายเป็นตัวเลือกที่ไม่ผูกกับประเทศใดประเทศหนึ่ง ทองไม่มีสัญชาติ ไม่ขึ้นกับรัฐบาลใด ไม่ขึ้นกับธนาคารกลางใด มันเป็นเหมือนทรัพย์สินกลางของมนุษยชาติ เวลาโลกเริ่มแตกแยก ทองยิ่งดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
ถ้าเปรียบง่าย ๆ เงินสดคือการฝากความหวังไว้กับรัฐบาล หุ้นคือการฝากความหวังไว้กับบริษัท แต่ทองคำคือการฝากความหวังไว้กับ “คุณค่าของมันเอง” และในช่วงที่มีแนวโน้มสงคราม ความหวังต่อรัฐบาลและบริษัทมักจะลดลงโดยอัตโนมัติ แต่ความเชื่อในทองกลับเพิ่มขึ้น
อีกอย่างที่ทำให้ทองน่าสนใจในช่วงโลกตึงเครียดคือสภาพคล่อง ทองเป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายได้ทั่วโลก อยากขายก็มีคนซื้อ อยากซื้อก็มีคนขาย ต่อให้เกิดวิกฤตหนัก ตลาดหุ้นบางประเทศอาจปิด ตลาดเงินบางแห่งอาจมีปัญหา แต่ทองยังสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย นี่คือสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกว่าอย่างน้อยถ้ามีทองอยู่ในมือ ก็ยังมีทางออกเสมอ
นอกจากเหตุผลเชิงเศรษฐกิจแล้ว ยังมีเรื่องจิตวิทยามวลชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เวลามีข่าวสงคราม นักลงทุนรายใหญ่เริ่มซื้อทอง นักลงทุนรายย่อยเห็นก็เริ่มซื้อตาม สื่อรายงานว่าทองขึ้น คนทั่วไปก็เริ่มสนใจ พอคนแห่ซื้อ ราคาก็ยิ่งขึ้น กลายเป็นวงจรที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกในประวัติศาสตร์
ไม่ใช่แค่คนธรรมดาเท่านั้น ธนาคารกลางของหลายประเทศก็เพิ่มการถือครองทองคำในช่วงที่โลกตึงเครียด เพราะไม่อยากผูกอนาคตของประเทศไว้กับเงินสกุลใดสกุลหนึ่งมากเกินไป ทองเลยกลายเป็นเหมือนหลักประกันความมั่นคงของระบบการเงินระดับประเทศด้วย
ถ้ามองย้อนประวัติศาสตร์จะเห็นชัดมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วงสงครามโลก วิกฤตตะวันออกกลาง สงครามอ่าวเปอร์เซีย หรือความขัดแย้งใหญ่ ๆ ในหลายยุค ราคาทองคำมักจะปรับตัวขึ้น เพราะคนมองว่าทองคือที่พึ่งสุดท้ายของมูลค่าเงิน
ทองไม่สัญญาว่าจะทำให้รวยเร็ว ไม่ได้ให้ดอกเบี้ย ไม่ปันผล ไม่สร้างรายได้ระหว่างถือ แต่ทองสัญญาว่าจะช่วยรักษามูลค่าในวันที่โลกไม่น่าไว้วางใจ และในช่วงที่โลกสงบ เศรษฐกิจดี หุ้นขึ้น ธุรกิจโต คนก็ไม่ค่อยสนใจทอง เพราะอยากได้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่พอโลกเริ่มไม่ปกติ ข้อเสียของทองกลับกลายเป็นข้อดี เพราะมันไม่ต้องพึ่งใคร ไม่ต้องพึ่งกำไรบริษัท ไม่ต้องพึ่งเสถียรภาพรัฐบาล
สรุปแบบเพื่อนคุยกันง่าย ๆ คือ ที่ทองคำมักแพงขึ้นเมื่อโลกมีแนวโน้มเกิดสงคราม เพราะคนกลัวความไม่แน่นอน คนหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยง คนมองหาที่พักเงินปลอดภัย เงินกระดาษเสี่ยงค่าอ่อน รัฐบาลต้องพิมพ์เงินเพิ่ม เงินเฟ้อมีโอกาสสูง ค่าเงินผันผวน ทองไม่ผูกกับประเทศใด ทองมีจำนวนจำกัด และทองสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย
ทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากทฤษฎีซับซ้อนอะไรเลย แต่มาจากสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย เราจะมองหาที่พึ่งที่มั่นคงที่สุด และสำหรับโลกการเงิน ทองคำก็คือที่หลบภัยนั้นเอง เพราะงั้นทุกครั้งที่เราเห็นราคาทองพุ่งแรงในช่วงข่าวสงคราม มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือภาพสะท้อนของความกลัว ความกังวล และความไม่มั่นใจของคนทั้งโลก ที่พร้อมจะเอาเงินไปฝากไว้กับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าจะไม่ทรยศต่อมูลค่าของมัน แม้ในวันที่โลกกำลังจะปั่นป่วนที่สุดก็ตาม
วงเวียนที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สุดยอดไอเดียพระไทย เปลี่ยนถุงแกงเป็นน้ำมันเบนซิน ต้นทุนเพียง 200 บาท กลั่นใช้จริงมาแล้วกว่า 2 ปี ช่วยวัดประหยัดเงินเดือนละหลายพัน
เงินเดือนพนักงานรถไฟฟ้าBTS
เปิดรายได้นักบิน F-16 ในประเทศไทย
ตำแหน่งงานของข้าราชการไทย ที่มีอัตราเงินเดือนสูงมากที่สุด
พลังเร้นลับหรือวิทยาศาสตร์? เมื่อชาวอินเดียใช้มะพร้าวหาตาน้ำ
ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองมากที่สุดในอาเซียน
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวด 16 มี.ค. 2569
เมืองที่ใหญ่และเจริญที่สุด ในภาคอีสานของประเทศไทย
สูตรคำนวณงวด 16/3/69
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่ไม่มีน้ำตกอยู่เลยในธรรมชาติ
10 จังหวัดที่หนาวที่สุดในประเทศไทย
เงินเดือนพนักงานรถไฟฟ้าBTS
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่ไม่มีน้ำตกอยู่เลยในธรรมชาติ
ทรัมป์เปิดรอยแยกใหม่กับยุโรป ขณะที่ผู้นำพยายามหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าสู่สงครามอิหร่าน
3 ปลายอดนิยมที่คนไทยเลี้ยงมากที่สุด เลี้ยงง่าย โตไว
เขาใหญ่เสริมทัพ! แต่งตั้ง ‘พิศณุพงศ์’ นั่งที่ปรึกษาหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มุ่งยกระดับการจัดการพื้นที่ 4 จังหวัด และการบริหารเชิงรุกตามหลักวิชาการ
สลด! กระบะบรรทุกหมากพุ่งอัดใต้พ่วง 20 ล้อ คนขับเสียชีวิตคาซากรถ ที่โพธาราม
