เปิดปม “เน็ตข้ามแดน” ไม่ได้เพิ่งตัด! CIB–AIS ยืนยัน ระงับสัญญาณข้ามกัมพูชาตั้งแต่ ธ.ค. 68 ก่อน กสทช. ลงพื้นที่ พร้อมส่งบิล–หลักฐานมัดคดีครบถ้วน
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งแล้วรู้สึกว่า เรื่องนี้ไม่ธรรมดา และควรถูกหยิบมาทำความเข้าใจกันอย่างจริงจัง เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของประเทศ และภาพลักษณ์ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทย
กรณีการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามไปยังประเทศกัมพูชา บริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว ที่กำลังถูกสังคมตั้งคำถามอยู่นั้น ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า ได้ทำงานร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด (AWN) ในเครือเอไอเอส มาอย่างต่อเนื่อง และได้ดำเนินการ ตัดสัญญาณต้องสงสัยไปแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่สำนักงาน กสทช. จะลงพื้นที่ตรวจสอบเสียอีก
พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลแพศย์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เปิดเผยว่า การสืบสวนเริ่มจากการตรวจพบธุรกรรมทางการเงินที่มีความผิดปกติ เชื่อมโยงกับ IP Address ชุดหนึ่ง ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าอยู่ในความดูแลของบริษัท AWN จึงมีการประสานขอข้อมูลอย่างเป็นทางการ
ผลการตรวจสอบพบว่า IP Address ดังกล่าว เป็นการเชื่อมต่อให้บริการแก่บริษัท Viettel (เวียดเทล) และมีจุดเชื่อมโยงอยู่ในพื้นที่ ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์ จำกัด ซึ่งในเวลาต่อมาได้ถูกระงับการใช้งานไปแล้ว
CIB จึงได้นำข้อมูลทั้งหมดส่งต่อให้ กสทช. เพื่อเข้าตรวจสอบตู้ Terminal ในพื้นที่ และเมื่อเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ก็พบว่า จุดเชื่อมต่อดังกล่าวถูกตัดสัญญาณเรียบร้อยแล้ว
ที่สำคัญ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ ย้ำชัดว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ตำรวจทำงานร่วมกับ AWN หรือ AIS แต่เป็นความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในคดีอินเทอร์เน็ตผิดกฎหมายและสัญญาณโทรศัพท์ที่กระทบต่อความมั่นคง และหลายคดีสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้จริง
ด้าน นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS ออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า นโยบายของเอไอเอสนั้นชัดเจนมาโดยตลอด คือ อินเทอร์เน็ตที่ให้บริการต้องใช้ภายในประเทศไทยเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ในต่างประเทศโดยเด็ดขาด และที่ผ่านมา AIS ทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการมอนิเตอร์พื้นที่ชายแดน การควบคุมการจดทะเบียนซิม หรือการตรวจจับการใช้งาน IP ที่ผิดเงื่อนไข
กรณีนี้ เมื่อได้รับข้อมูลความผิดปกติ เอไอเอสได้ส่งรายละเอียดทั้งหมด รวมถึง ใบแจ้งหนี้ (Billing) ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวน ปิดการให้บริการ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นายปรัธนาย้ำว่า เอไอเอส ไม่มีนโยบายสร้างรายได้ที่บ่อนทำลายความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ และพร้อมดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อผู้ที่ลักลอบใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณโทรศัพท์ไปในทางที่ผิด โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับบัญชีม้า ซิมม้า หรืออาชญากรรมข้ามชาติ
อ่านมาถึงตรงนี้ คงต้องบอกว่า ข้อเท็จจริงเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าใครทำอะไร เมื่อไหร่ และใครให้ความร่วมมือหรือไม่ให้ความร่วมมือกันแน่ เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวไอทีธรรมดา แต่เป็นอีกหนึ่งบททดสอบความจริงใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ “เส้นเลือดดิจิทัล” ของประเทศ
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
เจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
คาบัง: วีรบุรุษสี่ขาผู้สละใบหน้าเพื่อลมหายใจของมนุษย์
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
ย้อนรอยคืนวิปโยค! เมื่อพลุอวยพรกลายเป็นเพลิงมัจจุราช ปิดฉากงานตรุษจีน "มังกรสวรรค์" สุพรรณบุรี
หวานฉ่ำกลางห้องฉุกเฉิน! หนุ่มมะกันเปลี่ยนอุบัติเหตุให้เป็นรักนิรันดร์ ขอแต่งงานผ่านภาพเอกซเรย์สุดล้ำ
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
อวสานรายการผี!กับอาจารย์วีระ : เรื่องเล่าในตำนานจากความสยองขวัญเป็นความฮ่า
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
อดีตพระเอกดังโพสต์หาภรรยา ขำๆ แต่มีป้าทักขอสมัครและพร้อมโอนเงิน 3 แสนบาท




