ฮับเบิลเผยหลักฐานประวัติศาสตร์ จับภาพ “การชนของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ” เป็นครั้งแรก นักดาราศาสตร์ทั่วโลกต้องทบทวนทฤษฎีเดิม
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่ง
ข่าวนี้ระบุว่า องค์กรนาซา (NASA) เปิดเผยว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้บันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ คือการตรวจพบร่องรอยของการชนกันอย่างรุนแรงของเทหวัตถุซึ่งเป็นต้นกำเนิดของดาวเคราะห์ หรือที่เรียกว่า “แพลนีทีซิมัล” (Planetesimals) ในระบบดาวนอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก และไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เดียว หากแต่เกิดขึ้นถึงสองครั้ง ภายในช่วงเวลาไม่ถึง 20 ปี
การค้นพบดังกล่าวนับเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของนักดาราศาสตร์ เนื่องจากโดยทั่วไปเชื่อกันว่า การชนกันของเทหวัตถุขนาดใหญ่ในระบบดาวที่กำลังก่อตัวนั้นควรเกิดขึ้นห่างกันนานนับแสนปี แต่ภาพถ่ายจากกล้องฮับเบิลกลับแสดงให้เห็นว่าการชนขนาดมหึมาได้เกิดขึ้นซ้ำในตำแหน่งใกล้เคียงกันภายในระยะเวลาอันสั้น
ระบบดาวที่เป็นจุดสนใจในครั้งนี้คือ “ระบบดาวโฟมัลฮอต” (Fomalhaut) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 25 ปีแสง เป็นหนึ่งในดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในท้องฟ้ายามค่ำคืน ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวปลาใต้ (Piscis Austrinus) และมีมวลรวมถึงความสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ โดยรอบดาวฤกษ์ดวงนี้ถูกล้อมด้วยแถบเศษฝุ่นหลายชั้น ซึ่งนักดาราศาสตร์เชื่อว่าเป็นบริเวณที่ดาวเคราะห์กำลังก่อตัว
จากการวิเคราะห์ข้อมูล นักดาราศาสตร์ระบุว่า เทหวัตถุที่ชนกันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 60 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าดาวเคราะห์น้อยทั่วไป แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นดาวเคราะห์แคระ แม้จะยังไม่ใช่ดาวเคราะห์โดยสมบูรณ์ แต่แรงปะทะที่เกิดขึ้นรุนแรงถึงขั้นทำให้เกิดกลุ่มฝุ่นขนาดใหญ่จนสามารถสังเกตเห็นได้จากระยะทางหลายสิบปีแสง
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเคยบันทึกภาพจุดแสงสะท้อนใกล้ดาวโฟมัลฮอต และเคยถูกตีความว่าเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกที่ถูกค้นพบด้วยกล้องในย่านแสงที่ตามองเห็น พร้อมตั้งชื่อว่า “Fomalhaut b” อย่างไรก็ตาม การติดตามผลในเวลาต่อมาพบว่า จุดแสงดังกล่าวแท้จริงแล้วคือกลุ่มฝุ่นที่เกิดจากการชนกันของแพลนีทีซิมัล
ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) ฮับเบิลได้ถ่ายภาพระบบดาวแห่งนี้อีกครั้ง และพบกลุ่มฝุ่นขนาดใหญ่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับจุดเดิม สร้างความประหลาดใจแก่ทีมนักดาราศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง และนำไปสู่การตั้งข้อสรุปใหม่ในหลายประเด็น
ข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ ได้แก่
หนึ่ง เทหวัตถุที่ชนกันทั้งสองเหตุการณ์มีขนาดใกล้เคียงกันราว 60 กิโลเมตร และคาดว่าในระบบดาวโฟมัลฮอตอาจมีเทหวัตถุประเภทนี้โคจรอยู่มากถึง 300 ล้านชิ้น
สอง การตรวจจับดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะด้วยการวัดแสงสะท้อน อาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากกลุ่มฝุ่นจากการชนสามารถสะท้อนแสงได้คล้ายดาวเคราะห์
และสาม นักดาราศาสตร์อาจจำเป็นต้องทบทวนและปรับปรุงทฤษฎีเกี่ยวกับความถี่และความรุนแรงของการชนกันในระบบดาวเคราะห์ที่กำลังก่อตัว
ในอนาคต ทีมนักวิจัยมีแผนจะใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ศึกษากลุ่มฝุ่นดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของสสารภายในว่ามีน้ำแข็งหรือธาตุใดเป็นส่วนประกอบหลัก อันจะช่วยให้มนุษยชาติได้เข้าใจภาพรวมของการกำเนิดระบบดาวเคราะห์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ข่าวนี้อาจดูไกลตัว แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดม่านความลับของจักรวาล และย้ำให้เห็นว่า สิ่งที่เราเคยเชื่อว่า “หายาก” อาจเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่มนุษย์เคยคาดคิดไว้
ที่มาของข้อมูล : NASA
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
ส่องเลขเด็ด "อนุทิน" บุกถ้ำเสือกระบี่! พิชิตบันได 1,260 ขั้น ลุยฐานเสียงภาคใต้ครั้งแรก
AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?
รวยยกหมู่บ้านมาแล้ว! แห่ส่องเลขขันน้ำมนต์วัดหนองทอง ลุ้นโชคใหญ่ 17 ม.ค. 69
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
อึ้งทั้งวงการเกษตร! เกษตรกรจีนแจกโบนัสกว่า 95 ล้านบาท หลังโกยผลผลิตทะลุ 63 ล้านกิโลกรัม
ไหนเคยโม้ว่าไทยปิดด่าน 500 ปี เขมรก็ไม่รับผลกระทบ สวนทางตอนนี้ เศรษฐกิจพัง ค่าไฟพุ่งสูง แรงงานไม่มีงานรองรับ
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
เด็ก 17 สมองกระจาย หลังถูกทหารอิหร่าน ทุบหัวด้วยด้ามปืน
"ไทยโชว์ศักยภาพ! ระเบิดผลิตเองใช้กับ F-16 นานกว่า 40 ปี ผสมชุดคิตอิสราเอลถล่มฐานที่มั่นกัมพูชาแม่นยำ ไร้ผลกระทบพลเรือน"
ดร.โสภณยื่นนายกฯ+พรรคต่างๆ: พัฒนาชาติด้วยภาษีอสังหาฯว่างเปล่า
ภูเขาน้ำแข็งอายุ 40 ปี เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินสดใส
กู้ภัยระดมรถกระเช้า ช่วย “แมวส้ม” ติดตอม่อสะพานสูงกว่า 10 เมตร ใช้เวลากว่า 30 นาที ก่อนจบลงด้วยเสียงปรบมือ