หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ภูเขาน้ำแข็งอายุ 40 ปี เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินสดใส


เขียนโดย Fix Bot



     ภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่ง ซึ่งแยกตัวออกมาจากแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกา เมื่อปี 1986 กำลังเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัด ในขณะที่มันกำลังมุ่งหน้าไปสู่การสลายตัวอย่างสิ้นเชิง ในเวลาอันใกล้...

     ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลก ซึ่งติดตามภูเขาน้ำแข็ง A-23A มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ แสดงให้เห็นว่า "ในช่วงเวลาสั้นๆภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่กำลังแตกร้าวนี้ ได้เปลี่ยนจากสีขาวของหิมะไปเป็นสีฟ้าอมเขียวสดใส เนื่องจากน้ำจากการละลายไปรวมตัวอยู่ในโพรงบนพื้นผิว"


     ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า "ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภูเขาน้ำแข็งที่มีอายุยืนยาวที่สุดเท่าที่เคยมีการติดตามมา กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการดำรงอยู่" โดยน้ำที่เกิดจากการละลาย มีแนวโน้มจะเร่งกระบวนการแตกสลายให้เร็วขึ้น

    "คริส ชูแมน" นักวิทยาศาสตร์ด้านโลก ซึ่งเกษียณแล้วจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์บัลติมอร์เคาน์ตี กล่าวว่า "ผมไม่คิดว่า A-23A จะสามารถอยู่รอด ผ่านฤดูร้อนของซีกโลกใต้ได้!!"

     ภูเขาน้ำแข็งสามารถปรากฏเป็นสีต่างๆได้จากหลายสาเหตุ หลายลูกมีสีขาวสว่างเนื่องจากฟองอากาศที่ถูกกักอยู่ในน้ำแข็งตั้งแต่ก่อตัว ซึ่งช่วยกระจายและสะท้อนแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เมื่อเวลาผ่านไป น้ำแข็งจะถูกอัดแน่นมากขึ้น ทำให้ฟองอากาศถูกบีบออกไป ส่งผลให้น้ำแข็งมีความโปร่งใสมากขึ้น วัสดุหรือแร่ธาตุที่ติดอยู่ในน้ำแข็ง อาจทำให้เกิดสีเขียวได้ ขณะที่น้ำแข็งบริสุทธิ์มักจะมีโทนสีฟ้า


     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกับ A-23A ไม่ใช่ลักษณะของ "ภูเขาน้ำแข็งสีน้ำเงินแบบดั้งเดิม" แต่เป็นผลจากการละลายอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มันล่องลอยอยู่ในน่านน้ำที่อุ่นขึ้นของฤดูร้อน บริเวณรอยต่อระหว่างมหาสมุทรใต้กับมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ระหว่างหมู่เกาะฟอล์กแลนด์และเกาะเซาท์จอร์เจีย

      หลังจากที่ A-23A แยกตัวออกจากชั้นน้ำแข็งฟิลช์เนอร์ ในปี 1986 มันได้เกยติดกับพื้นทะเลในทะเลเวดเดลล์ และ คงสภาพแทบไม่เปลี่ยนแปลงอยู่นานราว 30 ปี จนกระทั่งในปี 2023 มันจึงหลุดออกมา แต่กลับถูกกักอยู่ในกระแสน้ำวนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "เสาเทย์เลอร์" เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะหลุดพ้นและเดินทางต่อไปในเส้นทางที่ไม่ธรรมดา

     ในเดือนมีนาคม 2025 ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ได้ติดกับพื้นทะเลอีกครั้ง และ สามารถหลุดออกมาได้ในเดือนมิถุนายน 2025 จากนั้นเป็นต้นมา มันก็เริ่มเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว โดยนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์การสิ้นสุดของ A-23A มาหลายเดือนแล้ว โดยเฝ้าสังเกตการแตกตัวของชิ้นน้ำแข็งที่เกิดขึ้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือนมกราคม 2025 พื้นที่ของมันยังคงมีขนาดประมาณ 3,640 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทำให้มันเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น แต่ภายในเดือนกันยายน ขนาดได้ลดลงเหลือเพียง 1,700 ตารางกิโลเมตร หลังจากที่ชิ้นส่วนจำนวนมากแตกออกไป โดยวันที่ 9 มกราคม 2026 ขนาดของมันลดลงเหลือเพียง 1,182 ตารางกิโลเมตร


     ก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่นี้ คงจะไม่สามารถอยู่ได้นานนัก โดยองค์การนาซาระบุว่า "A-23A อยู่ในภาวะใกล้แตกสลายโดยสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากแอ่งน้ำจากการละลายกดทับอยู่บนรอยแตกที่อ่อนแอ ทำให้รอยแยกเปิดกว้างและแตกเร็วขึ้น"

     ภาพถ่ายจากดาวเทียมยังแสดงให้เห็นว่า "พื้นผิวของมันมีขอบสีขาว ซึ่งเป็นผลของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "คูน้ำ-กำแพงน้ำแข็ง" ซึ่งเกิดจากการโค้งงอของขอบน้ำแข็ง ขณะที่ละลายบริเวณระดับน้ำทะเล กำแพงน้ำแข็งนี้ทำให้น้ำจากการละลายถูกกักไว้ ไม่สามารถไหลออกไปได้ และ จึงซึมผ่านเข้าไปในตัวภูเขาน้ำแข็งแทน"

     ยิ่งไปกว่านั้น อาจมีช่องทะลุเกิดขึ้นแล้วใกล้บริเวณที่ในภาพถูกระบุว่าเป็น "ไอซ์เมลานจ์" น้ำหนักของน้ำละลายที่ขอบสามารถสร้างแรงดันมากพอ ที่จะเจาะทะลุได้ เมื่อน้ำจืดจากการละลายไหลออกสู่มหาสมุทรที่มีความเค็มสูง และ ผสมกับเศษน้ำแข็งรอบๆ ก้จะเกิดเป็นลักษณะคล้ายเกล็ดน้ำแข็งปนโคลนเย็นจัด ในขณะนี้ A-23A กำลังมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่เรียกว่า "สุสานภูเขาน้ำแข็ง" ใกล้เกาะเซาท์จอร์เจีย ซึ่งเป็นที่ที่มันจะละลายและกลับคืนสู่มหาสมุทรในที่สุด

     "คริส ชูแมน" กล่าวเสริมว่า "ผมรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่ง ที่เรามีทรัพยากรดาวเทียมซึ่งช่วยให้สามารถติดตามและบันทึกวิวัฒนาการของมันได้อย่างละเอียด" และ "A-23A กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกับภูเขาน้ำแข็งแอนตาร์กติกาลูกอื่นๆ แต่เส้นทางของมันยาวนานและเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่น่าทึ่ง มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่ามันกำลังจะจากเราไปในไม่ช้า..."


อ้างอิง : https://www.sciencealert.com/40-year-old-iceberg-turns-vivid-blue-as-it-approaches-total-disintegration

เนื้อหาโดย: หนึ่งร้อยคะแนน ให้กริฟฟินดอร์
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Fix Bot's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 120 ครั้ง
เขียนโดย Fix Bot
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวต่างประเทศ
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่นคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดมีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นอำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทยเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!เกาะที่ไม่มีรถยนต์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิมบุกจับโรงงานน้ำมะพร้าวผสมน้ำบาดาลผู้ชายที่สูงที่สุดในโลก"มันแกว" พรีไบโอติกชั้นยอดที่ลำไส้ของคุณโหยหารวมอาหารแห้งที่เก็บได้นาน เหมาะสำหรับตุนช่วงวิกฤต อยู่ได้หลายวัน ไม่ต้องออกจากบ้านบ่อย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เขมรเอาจริง! ผลักดันเมนู “หอยตากแดด” ขึ้นแท่นอาหารประจำชาติ ดันโรงแรม-ออฟฟิศชั้นนำต้องมีในเมนูบริษัทท่องเที่ยว “รถราง” ในเขมร เตรียมปิดกิจการ หลังปิดด่าน-น้ำมันแพง กระทบท่องเที่ยวหนัก ลูกค้าหลักจากไทยหายด่วน! กษัตริย์นโรดม สีหมุนี ทรงพระประชวร เข้ารับการรักษาที่ปักกิ่ง คณะแพทย์ดูแลใกล้ชิดสงกรานต์ ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่