4 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อป้องกันโชคร้ายในวันปีใหม่
วันที่ 1 มกราคม หรือ วันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินสากล ไม่ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นปีใหม่เท่านั้น แต่สำหรับชาวเอเชียจำนวนมาก วันดังกล่าวยังมีความหมายทางจิตใจเป็นพิเศษอีกด้วย วันแรกของปีถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการ "เปิดดวง" ซึ่งการกระทำ คำพูด และ พฤติกรรมในวันนี้ เปรียบเสมือนภาพสะท้อนของความปรารถนา ที่อยากให้เกิดขึ้นตลอด 12 เดือนข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ นอกจากสิ่งที่ควรทำเพื่อเสริมสิริมงคลแล้ว ยังมีข้อห้ามต่างๆที่สืบทอดกันมาในวันขึ้นปีใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงเคราะห์ร้าย และ ส่งเสริมให้ปีใหม่ดำเนินไปอย่างราบรื่น...
1. หลีกเลี่ยงการทำของแตกหัก
หนึ่งในข้อห้ามสำคัญของวันแรกของปี คือ การทำของใช้แตกหัก โดยเฉพาะชาม จาน แก้ว หรือ กระจก ตามความเชื่อพื้นบ้าน การแตกหักสื่อถึงความสูญเสีย ความแตกร้าว และ การพลัดพราก หากเกิดขึ้นในวันขึ้นปีใหม่ หลายคนเกรงว่าจะเป็นลางบอกเหตุของปัญหา ความขัดแย้ง หรือ การสูญเสียทรัพย์สินตลอดทั้งปี ดังนั้น... ในวันแรกของปี สมาชิกในครอบครัวมักจะเตือนกันเสมอ ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษขณะทำอาหาร จัดบ้าน หรือ เคลื่อนย้ายสิ่งของ หากเกิดเหตุไม่คาดคิด ผู้ใหญ่ในสมัยก่อนมักกล่าวถ้อยคำที่เป็นมงคล "เพื่อแก้เคล็ด" และ ไม่ให้จิตใจหม่นหมองติดตัวไปตลอดปี...
2. หลีกเลี่ยงการปรุงและรับประทานอาหารที่เชื่อว่าเป็นลางไม่ดี
ในวันขึ้นปีใหม่ มักมีการเลี้ยงฉลองและพบปะญาติพี่น้องอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อดั้งเดิม อาหารในวันแรกของปีควรหลีกเลี่ยงบางชนิดที่ถูกมองว่าไม่เป็นมงคล เช่น เนื้อสุนัข ปลาหมึก เนื้อเป็ด ไข่เป็ดปอก หรือ ปลาชนิดบางประเภท แม้จะเป็นเพียงความเชื่อที่เล่าต่อกันมา แต่หลายครอบครัวยังคงเลือกปรุงอาหารที่มีความหมายดี เช่น ไก่ ปลา หรือผัก เพื่ออธิษฐานให้ปีใหม่ราบรื่น อุดมสมบูรณ์ และประสบความสำเร็จ
3. หลีกเลี่ยงการปิดบ้านตลอดทั้งวัน
ตามความเชื่อพื้นบ้าน วันแรกของปีเป็นช่วงเวลาที่พลังมงคลไหลเวียนอย่างเข้มข้น การปิดประตูบ้านตลอดทั้งวันอาจถูกมองว่าเป็นการกีดกันโชคลาภ และ พลังดีไม่ให้เข้ามา อีกทั้งบรรยากาศอับชื้นยังสื่อถึงความติดขัดและไม่คล่องตัวในปีใหม่ ด้วยเหตุนี้ หลายครอบครัวจึงนิยมเปิดประตูหรือหน้าต่างในช่วงเช้าเพื่อรับแสงแดด ลม และ อากาศใหม่ สื่อถึงการเปิดใจต้อนรับโชคดีและการเริ่มต้นที่สดใส ทั้งนี้ควรเปิดอย่างเหมาะสม คำนึงถึงสภาพอากาศ และ ความปลอดภัยเป็นหลัก
4. หลีกเลี่ยงการให้ไฟและน้ำ
ข้อห้ามที่พบได้บ่อยในวันขึ้นปีใหม่ คือ การไม่ให้ไฟและน้ำ ตามความเชื่อโบราณ ไฟเป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่น โชคดี และพลังบวก ส่วนน้ำหมายถึงความอุดมสมบูรณ์และทรัพย์สิน หากมีผู้มาขอไฟหรือน้ำในวันแรกของปี หลายครอบครัวจะปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยผู้เฒ่าผู้แก่เชื่อว่า การให้ไฟหรือน้ำในวันขึ้นปีใหม่ เปรียบเสมือนการมอบโชคลาภและความเป็นสิริมงคลของบ้านตนเองออกไป ในทางกลับกัน การเก็บรักษาไฟและน้ำไว้ในบ้าน ถือเป็นการเก็บดวงและพรดีไว้ตลอดปี
ถึงแม้ว่าข้อห้ามเหล่านี้จะมีรากฐาน มาจากความเชื่อพื้นบ้านและจิตวิญญาณเป็นหลัก แต่หากมองในแง่บวก ก็ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง รักษาจิตใจให้แจ่มใส และ ตั้งต้นปีใหม่ด้วยความหวังดี สิ่งสำคัญที่สุดคือ วันขึ้นปีใหม่ควรเป็นวันที่ผ่อนคลาย อบอุ่น และเต็มไปด้วยการเริ่มต้นอย่างสงบ เพื่อให้ปีใหม่เริ่มต้นด้วยพลังบวกและความสบายใจ
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุด
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
10 เรื่องที่เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับร่างกาย
"ด่วน! ฮุน เซน รับตำแหน่งรักษาการประมุขแห่งรัฐแทนกษัตริย์กัมพูชาชั่วคราว" หลังกษัตริย์กัมพูชามีปัญหาพระพลานามัย
เพิ่งจะรู้ ! แบตเตอรี่เก่า เอาไปทำอะไรได้บ้าง
7 กลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐฯ กลัวและให้ความสำคัญต้องเฝ้าระวังมากที่สุด
“สส.สุรินทร์” ขอโอกาสกลับสภาฯ อีกครั้ง เดินหน้าปลดล็อคนกกรงหัวจุกให้ถึงปลายทาง
“พลเอกรังษี” พรรคเศรษฐกิจ ปิดเวทีเดือดหาดใหญ่ เตือนวิกฤตเศรษฐกิจรอบ 100 ปี ส่ง “พัฒนวุธ” ชิงเขต 2 โค้งสุดท้าย
กกต.กทม.ส่งสัญญาณแรง! เตือนประชาชนวันเลือกตั้ง หลีกเลี่ยงเสื้อมีหมายเลข เสี่ยงถูกตีความชี้นำ เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง


