สภาคองเกรสสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมาย “H.R. 5490” ขึ้นบัญชีดำกัมพูชา – มุ่งเล่นงานเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงรัฐบาลฮุนเซน
เขียนโดย Gario
สภาคองเกรสสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมาย “H.R. 5490” ขึ้นบัญชีดำกัมพูชา – มุ่งเล่นงานเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงรัฐบาลฮุนเซน
วอชิงตัน ดี.ซี. — กระแสกดดันต่อรัฐบาลกัมพูชายังคงร้อนแรง เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน 3 ราย ได้แก่ เจฟเฟอร์สัน ชเรฟ (รัฐอินดีแอนา), จอห์น มูเลนาร์ (รัฐมิชิแกน) และ ไมเคิล รูลิ (รัฐโอไฮโอ) ได้ร่วมกันเสนอร่างกฎหมายหมายเลข H.R. 5490 หรือชื่อเต็มว่า “Promoting International Fraudsters Accountability Act” (ร่างกฎหมายส่งเสริมการตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้ฉ้อโกงข้ามชาติ) ต่อคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการ ขึ้นบัญชีดำประเทศกัมพูชา และ คว่ำบาตรบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักธุรกิจที่มีความใกล้ชิดกับอดีตนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และเครือข่ายทางการเมือง–เศรษฐกิจของเขา ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในขบวนการค้ามนุษย์ การฉ้อโกงออนไลน์ และการฟอกเงินในระดับนานาชาติ.
เป้าหมายหลักของร่างกฎหมาย: “ถอนรากเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ”
รายงานจากสำนักข่าว Cambodia Daily ภาคภาษาอังกฤษระบุว่า ร่างกฎหมาย H.R. 5490 มีจุดประสงค์เพื่อจัดตั้ง คณะทำงานเฉพาะกิจ (Task Force) ที่จะประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ในการตรวจสอบและขุดรากถอนโคนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในกัมพูชา ซึ่งกำลังขยายอิทธิพลไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอกสารแนบในร่างกฎหมายชี้ว่า เครือข่ายเหล่านี้ใช้ฐานปฏิบัติการใน ปอยเปต, สีหนุวิลล์ และ พนมเปญ เพื่อดำเนินกิจกรรมหลอกลวงทางออนไลน์ (Online Scam Centers) ที่มุ่งเป้าไปยังพลเมืองสหรัฐฯ และประเทศตะวันตกอื่น ๆ โดยสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 เพียงปีเดียว
รายชื่อบุคคล 43 รายที่ถูกเสนอให้คว่ำบาตร
ในเอกสารร่างกฎหมายมีรายชื่อบุคคลจำนวน 43 ราย ซึ่งเป็นนักการเมืองและนักธุรกิจใกล้ชิดตระกูลฮุนเซน โดยผู้ที่ถูกระบุมีทั้ง
เนตร สะเวือน ญาติของฮุนเซน
ฮุน โต สมาชิกครอบครัวฮุนเซน ผู้บริหารในภาคพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ
ก๊ก อาน นักธุรกิจใหญ่คนสนิท
Rithy Raksmei, อิง ดารา, ฮอน โสราชนา, และ โช บุนเอ็ง (รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์ – NCCT)
รวมถึง เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ นักล็อบบี้ยิสต์และนักการเงินชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งมีรายงานว่าเคยทำงานใกล้ชิดกับทั้ง ฮุนเซน และ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย.
บริษัทที่ถูกเสนอให้ขึ้นบัญชีดำ
นอกจากรายชื่อบุคคลแล้ว ญัตติ H.R. 5490 ยังเสนอให้คว่ำบาตรบริษัทที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายเหล่านี้ เช่น
White Sands Palace Casino
Hongmen World Cultural and Historical Association
Huione Group ซึ่งบริหารโดย ฮุน โต
รวมถึงบริษัทกัมพูชาหลายแห่งที่ร่วมมือกับกลุ่มทุนจีนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ.
รายงานหนุนหลังจากคณะกรรมาธิการสหรัฐฯ – ชี้กัมพูชาเป็น “ฐานฉ้อโกงระดับภูมิภาค”
ก่อนหน้าการเสนอร่างกฎหมายไม่นาน คณะกรรมาธิการตรวจสอบเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ–จีน (U.S.–China Economic and Security Review Commission) ได้เผยแพร่รายงานเมื่อ 18 กันยายน 2025 ว่ากัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่มี ศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ (Scam Centers) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของเครือข่ายทุนจีนเทา (Chinese Gray Capital Networks)
รายงานดังกล่าวระบุว่าศูนย์เหล่านี้เชื่อมโยงกับไทย ลาว และเวียดนาม และมีการบังคับใช้แรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่ถูกล่อลวงเข้าไปในระบบ.
องค์กรสิทธิมนุษยชนชี้ “กัมพูชาเป็นค่ายแรงงานสแกมเมอร์”
รายงานของ องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ระบุว่า มีผู้ถูกกักขังและบังคับทำงานในศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ในกัมพูชา มากกว่า 120,000 คน ทั้งชาวกัมพูชา จีน และชาติอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนภาพปัญหาการค้ามนุษย์เชิงอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ขณะที่ เฮง สิทธี อดีตนักธุรกิจซึ่งอยู่ในเรือนจำกัมพูชา เคยให้การว่า เครือข่ายของ ฮุน โต มีบทบาทในการบริหารศูนย์หลอกลวง โดยมีชาวจีนชื่อ Yan Narong เป็นผู้จัดการทั่วไป ดูแลกิจกรรมที่มุ่งเป้าหลอกลวงพลเมืองในสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย.
วิเคราะห์ผลกระทบและทิศทางต่อไป
นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศมองว่า ร่างกฎหมาย H.R. 5490 เป็นสัญญาณสำคัญของการ ขยายขอบเขตคว่ำบาตรสหรัฐฯ จากระดับรายบุคคลไปสู่ระดับประเทศ ซึ่งหากผ่านการพิจารณา จะส่งผลต่อเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางการทูตของกัมพูชาอย่างมาก โดยเฉพาะต่อโครงการลงทุนร่วมกับจีนและกลุ่มทุนใกล้ชิดรัฐบาล.
นอกจากนี้ การปรากฏชื่อของบุคคลอย่าง เบน สมิธ ที่มีข่าวเชื่อมโยงกับอดีตผู้นำการเมืองไทย ยังทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับความสนใจจากสื่อในภูมิภาค โดยเฉพาะในแง่ของการขยายผลตรวจสอบเครือข่ายการเงินและการล็อบบี้ทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
ร่างกฎหมาย H.R. 5490 ที่เสนอโดยสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันครั้งนี้ เป็นอีกก้าวหนึ่งของสหรัฐฯ ในการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลกัมพูชา หลังจากมีรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน การค้ามนุษย์ และการหลอกลวงทางออนไลน์ที่เกี่ยวโยงกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและกลุ่มทุนใกล้ชิดอดีตนายกรัฐมนตรีฮุนเซน
หากร่างกฎหมายนี้ผ่านขั้นตอนพิจารณาในสภาคองเกรสและได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ กัมพูชาอาจเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี — ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคหลังฮุนเซน
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทย
ทำไมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจึงนิยมเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทำไมต้องแบน? ย้อนรอยวิกฤตไวรัสนิปาห์ 1999 จุดจบของเลือดหมูในสิงคโปร์
เลือกใช้ตะหลิวให้ถูกใจกระทะ
ดับ 6 ราย หลังเกิดเหตุกราดยิงในยูเครน
รสชาติแห่งการผลัดถิ่น: "โยเดียซุป" ในพม่า



