ชายผู้ถูกขโมยอัตลักษณ์ ทำให้มีคดีอาชญกรรมติดตัว ส่งผลให้หางานทำไม่ได้
ชายชาวเยอรมันชื่อ รามี บัตติคห์ ต้องเผชิญกับปัญหาที่ยากจะแก้ไขหลังจากบัตรประจำตัวของเขาถูกขโมยระหว่างเดินทางไปลอนดอน อัตลักษณ์ของเขาถูกใช้โดยอาชญากรในสหราชอาณาจักร ทำให้เขามีประวัติอาชญากรรมที่ไม่ใช่ของเขา แม้ว่าเขาจะพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยตราประทับในหนังสือเดินทางและหลักฐานอื่นๆ แต่ตำรวจนครบาลลอนดอนก็ยังไม่ลบประวัติอาชญากรรมปลอมนี้ออกจากบันทึกของเขา ส่งผลให้เขาไม่สามารถหางานได้มาเป็นเวลากว่าสี่ปี แม้ว่าจะสำเร็จการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพแล้วก็ตาม
รามี บัตติคห์ ได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลบประวัติปลอมนี้ โดยเสนอตัวอย่าง DNA และลายนิ้วมือเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่ปัญหาเหล่านี้ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้เขาต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินและต้องออกมาเรียกร้องความยุติธรรมต่อสาธารณะ
การขโมยอัตลักษณ์สามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตการทำงานของผู้ถูกขโมย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขโมยอัตลักษณ์เพื่อใช้ในกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้เกิดประวัติอาชญากรรมปลอมที่ปรากฏในผลการตรวจสอบประวัติ นี่ทำให้ผู้ถูกขโมยต้องเผชิญกับการปฏิเสธจากนายจ้าง และต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อนในการฟื้นฟูชื่อเสียงของตนเอง รวมถึงการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น IRS หรือ FTC และอาจต้องปรึกษากับทนายความด้วย


















