หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ส่อแววจบ !!! แบบล้มโต๊ะ พลิกกระดานคว่ำทิ้ง

เขียนโดย

หลังจากที่ศาลปกครองชั้นต้น "สั่งทุเลา" การบังคับตามหลักเกณฑ์การร่วมทุนของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไว้ชั่วคราว สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ที่มีปัญหาจากกรณีที่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี ร้องศาลฯ เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่รฟม. มีการปรับหลักเกณฑ์ทีโออาร์ในการประมูลโครงการฯ ในซองที่ 3 ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน 100%

เหมือนจะจบ แต่ก็ไม่จบ สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนที่มีปัญหา คือ ฝั่งตะวันตก ที่จะต้องวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา จากสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - สถานีบางขุนนนท์ ระยะทาง 13.4 กม. จำนวน 11 สถานี 

เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านการก่อสร้าง และระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทยมายื่นซองประมูล 2 ราย คือ

1. บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ลงทะเบียนยื่นเอกสารเมื่อเวลา 11.19 น. ซึ่งเอกสารประกวดราคาที่นำมายื่นมีมากถึงกว่า 250 กล่อง ต้องใช้รถตู้ 2 คัน และรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 6 คัน ขนเอกสารมายื่น และยื่นเอกสารประมูลรายเดียว ไม่ได้รวมกลุ่มกับรายใด

2 บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (มหาชน) หรือ BTSC บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ได้รวมกลุ่มในนามกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) เดินทางมาถึงเมื่อเวลา 13.30 น. โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ 4 คัน บรรทุกกล่องเอกสารกว่า 400 กล่องมายื่น

แค่วันที่มายื่นซองประมูล ทั้ง 2 ราย ต่างก็เกทับกันด้วยจำนวนเอกสาร และจำนวนรถที่ใช้ขนเอกสารกันแล้ว

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานคร ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร แบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี) ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย)

โดยผู้ชนะการประมูลจะได้สิทธิ์ติดตั้ง จัดหาระบบรถไฟฟ้า และรับสัมปทานเดินรถตลอดสายจากมีนบุรี-บางขุนนนท์ 35.9 กม. ระยะเวลา 30 ปี วงเงิน 128,128 ล้านบาท รัฐจ่ายค่าเวนคืน 14,611 ล้านบาท อยู่ระหว่างออก พ.ร.ฎ.เวนคืน และสนับสนุนเงินลงทุนเอกชนไม่เกินค่างานโยธา 96,012 ล้านบาท

ทำให้ 2 ยักษ์ด้านระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพ ต้องมาปะทะกันอีกรอบ เพื่อช่วงชิงสัมปทานมูลค่าหลายแสนล้านบาทกันอีกครั้ง

แต่กลับกลายเป็นการเปิดศึกระหว่างเจ้าของสัมปทาน คือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ ผู้ยื่นประมูล คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี  แทน

จากกรณีที่มีการปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการพิจารณาคะแนนในซองที่ 3  ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน จนทำให้ทาง BTSC ไม่พอใจ และร้องต่อศาลปกครองให้ชี้ขาดลงมา

สำหรับศาลปกครองกลางได้มีการนัดไต่สวน คดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 ระหว่าง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอส (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยบีทีเอสในฐานะผู้ฟ้องคดี ยังคงยืนยันคำฟ้อง 2 ส่วน คือ

1. ขอให้ยกเลิกเอกสารเพิ่มเติม ตามการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ประกาศออกมานอกเหนือจากเอกสารยื่นข้อเสนอ (RFP) ซึ่งมีผลทำให้ปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอเอกสาร จากเดิมพิจารณาข้อเสนอด้านราคา 100 คะแนน เป็นพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค 30 คะแนน และด้านราคา 70 คะแนน

2. ขอคุ้มครองฉุกเฉินชั่วคราว จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งตัดสินคดี โดยประเด็นคำฟ้องดังกล่าว เนื่องจากบีทีเอสเห็นว่าการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ภายหลังประกาศขาย RFP ไปแล้วนั้น ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียบเปรียบ ไม่เป็นธรรม อีกทั้ง รฟม.ยังดำเนินการขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามที่อนุมัติเห็นชอบให้เปิดประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีส้ม และได้มีมติเห็นชอบถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือกในรูปแบบเดิมแล้ว

ทำให้ในวันนี้ ตามหมายกำหนดการเดิม จะต้องทราบชื่อผู้ชนะการประมูล และเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะชน กลับถูกสกัดไว้ที่ศาลปกครอง

ถ้ากูไม่ได้ ใครก็อย่าได้เลย ล้มโต๊ะ คว่ำกระดาน เปิดประมูลใหม่

โครงการล่าช้า ทำให้ประชาชนเดือดร้อนก็ไม่เป็นไร ???

เนื้อหาโดย: Anti NGO
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Anti NGO's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 632 ครั้ง
เขียนโดย Anti NGO
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน, นิโคลัสเคส
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทย10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วยประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคต5 ประเทศที่คนกินเผ็ดมากที่สุดในโลก (คนไทยอันดับ3)สว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรมจังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียวจังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่"กาแฟดำ"ไม่ได้มีดีแค่ทำให้ตื่นเสียงปืนกลางงานสื่อทำเนียบขาว การลอบยิง "ทรัมป์" เขย่าความมั่นคงสหรัฐฯบริษัทเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ที่ยังคงเปิดกิจการอยู่ในปัจจุบันอย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัวประเทศที่คน “ใช้ชีวิตอยู่กับงูเห่าได้แบบปกติ”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เสียงปืนกลางงานสื่อทำเนียบขาว การลอบยิง "ทรัมป์" เขย่าความมั่นคงสหรัฐฯการสู้รบครั้งสุดท้าย ที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวรีเทนเนอร์ เครื่องคงสภาพฟันของคนจัดฟัน 7 ผลไม้ป่า ที่หายากที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เสียงปืนกลางงานสื่อทำเนียบขาว การลอบยิง "ทรัมป์" เขย่าความมั่นคงสหรัฐฯเพื่อนบอก "ผอมแล้วจะเหมือนหยางมี่" สาวจีนฮึดลด 21 กก. เปลี่ยนร่างทองใน 4 เดือนเตือนภัย! มิจฉาชีพวิดีโอคอลคุมตู้ ATM กลโกงใหม่ดูดเงินเกลี้ยงบัญชี พลเมืองดีช่วยทันตัวรอดหวุดหวิด"เท้ง" เน้นย้ำทิศทางพรรค "ไม่เน้นการช่วยเหลือให้เป็นหนี้บุญคุณ เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นคน"
ตั้งกระทู้ใหม่