เพจ Gossipสาสุข กระซิบดัง ถ้าไม่เหลืออะไร “ฉุกเฉิน”ก็ควรยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้แล้ว
10 มิ.ย. เพจ Gossipสาสุข กระซิบดัง ตอนนี้ควรยกเลิกพ.ร.ก ฉุนเฉินได้แล้ว ยกประเทศที่ผู้ติดเชื้ออยู่หลักสิบ – หลักร้อย ทั่วโลกนั้น แทบจะไม่มีประเทศไหนประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยโพสต์ระบุว่า ถ้าไม่เหลืออะไร “ฉุกเฉิน” ก็ถึงเวลายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้แล้ว
นับเป็นเวลานานเกือบ 3 สัปดาห์ที่ไทยปลอดผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ในประเทศ มีเพียงแต่เคส “นำเข้า” จากต่างประเทศ ซึ่งแน่นอน ไม่มีโอกาสแพร่เชื้อต่อ เหลือผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาลเพียง 82 ราย
ศูนย์โควิดฯ ลดการแถลงข่าวลง หยุดแถลงข่าววันเสาร์ – อาทิตย์ รมว.สาธารณสุข เริ่มกลับมาเดินหน้าเรื่องกัญชาต่อ กระทรวงสาธารณสุขเริ่มกลับมา “ทะเลาะ” กันเหมือนเดิม และพรรครัฐบาลเตรียมขยับปรับคณะรัฐมนตรี
หากตัวเลข หากสถานการณ์เป็นไปตามนี้ ก็เชื่อว่าประเทศไทย เข้าสู่สภาวะ “สงบ” อยู่ในระยะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กระทบหนักตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นภาคท่องเที่ยว ภาคบริการ และกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อดึงกราฟตัวเลข ไม่ให้ดิ่งไปมากกว่านี้
แต่อยู่ดีๆ กลับมีสัญญาณจากวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการต่อการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จากเดิมซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย. ออกไปอีกระยะ
ด้วยเหตุที่ว่า พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 นั้น ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐฝ่าย “ทหาร” และ “พลเรือน” ในการบูรณาการ ทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะสถานที่ควบคุมกักกันโรค ที่รับผู้ที่มาจากต่างประเทศ หรือ State Quarantine ในค่ายทหารนั้น
หากใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่ง รมว.สาธารณสุขเป็นประธานนั้น และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเต็มในพื้นที่ของตัวเองนั้น ต้องสั่งงานกัน “หลายทอด” ต่างจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มี “อำนาจพิเศษ” สั่งการจากรัฐส่วนกลางลงไปได้เต็มที่
ขณะเดียวกัน รองฯวิษณุ ก็ยังให้เหตุผลว่ายังมีความ “หวาดระแวง” เรื่องการระบาดรอบ 2 หลังจากโรงเรียนเปิดวันที่ 1 ก.ค. แล้ว อาจเกิดการระบาดแบบ Second Wave แล้วจะไม่มีอำนาจพิเศษอะไรควบคุม
สะท้อนชัดว่า “ผี” เรื่องการระบาด Second Wave ยังคงปกคลุม “ผู้มีอำนาจ” ในรัฐบาล ทั้งที่อันที่จริง โรคโควิด – 19 ทั่วโลกขณะนี้ ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Second Wave ที่กราฟพุ่งโด่งขึ้น หลังจากรอบแรกสงบไปแล้วอยู่จริง

ในญี่ปุ่น การระบาดที่เกิดขึ้นรอบหลังนั้น เป็นผลพวงจากการ “ตรวจน้อย” ในรอบแรก ในสิงคโปร์ ก็เป็นเรื่องการละเลยแคมป์คนงานชาวต่างชาติ และในเกาหลี ที่พยายามตีปีกกันว่าเกิดการระบาดหนักจากผับย่านอีแทวอน หรือจากโกดังขนส่งสินค้านั้น ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมาก การติดตามเส้นทางการระบาด และการควบคุมกักกันโรค จากประสบการณ์การระบาดรอบแรก ยังคงได้ผลเป็นอย่างดี
ที่สำคัญก็คือ ประเทศที่ผู้ติดเชื้ออยู่หลักสิบ – หลักร้อย ทั่วโลกนั้น แทบจะไม่มีประเทศไหนประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้อำนาจพิเศษอีกต่อไป เพราะในทางเศรษฐกิจนั้น การยังคงมี “อำนาจพิเศษ” ครอบประเทศไว้นั้น ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการค้า การลงทุน การส่งออก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การท่องเที่ยว ที่ต้องฟื้นฟูขนานใหญ่หลังจากนี้
เพราะฉะนั้น เหตุผลเรื่อง “สถานการณ์ฉุกเฉิน” จึงแทบไม่มีน้ำหนักอะไรให้คุมสถานการณ์ต่อ ในเมื่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แทบไม่มีเรื่องอะไรฉุกเฉินเลย
สิ่งเดียวที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้อำนาจมาก ก็คือการประกาศ “เคอร์ฟิว” ซึ่งยังคงอยู่ที่ 5 ทุ่ม – ตี 3 ซึ่งหลายคนตั้งคำถามตรงกันว่า ในเมื่อไม่มีผู้ติดเชื้ออีกแล้ว จะยังใช้ “ยาแรง” ไปทำไม
.
ที่น่าสนใจก็คือ “เคอร์ฟิว” นั้น สามารถยกเลิกได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอประชุม ระยะ 3 ระยะ 4 เพราะในเมื่อผับ สถานบันเทิงปิด ในเมื่อร้านอาหาร ร้านข้าวต้ม ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะใช้วิธีนี้ควบคุมการเดินทาง การสัญจรของคนทั่วไป
แล้วยิ่งเมื่อยังมีการบังคับให้ทุกคนที่มาจากต่างประเทศ ต้องเข้า State Quarantine (ซึ่งมีข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีคนเรียกรับ “หัวคิว” และเงียบไปแล้ว) ซ้ำยังมีการ “ตรวจเชื้อ” ทั้งระหว่างช่วงที่กักตัว และช่วงที่ปล่อยกลับบ้าน ก็ยิ่ง “ปลอดภัย” เข้าไปใหญ่ เพราะนั้นหมายความว่า จะไม่มีการแพร่เชื้อจากต่างประเทศ เข้ามาในคนไทยอย่างแน่นอน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “ระบบ” นั้นคงที่แล้ว
ว่ากันตามตรง ทั้ง State Quarantine ทั้งการสั่งกันพื้นที่ การงดให้เที่ยวบินจากบางประเทศที่มีการระบาดหนักเข้าไทย การสั่งปิดสถานที่ที่มี “ความเสี่ยง” สูง หรือการให้อำนาจเจ้าพนักงานนั้น พ.ร.บ.โรคติดต่อ นั้น สามารถจัดการได้ทั้งหมด แม้แต่จะใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ไม่อนุญาตให้ชุมนุม รวมกลุ่ม หรือ “จัดม็อบ” นั้น ด้วยเหตุผลเรื่องโคโรนาไวรัส ก็สามารถทำได้
แต่สิ่งที่ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ต่างจากโควิดก็คือ ผู้ใช้อำนาจคือ รมว.สาธารณสุข ซึ่งมาจากพรรคร่วมรัฐบาล และผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่นายกฯ
ขณะเดียวกัน การจัด “องคาพยพ” ที่ผ่านมาหลายชุด โดยเฉพาะในชุดที่มี “ทหาร” เป็นประธาน และมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีเลขาธิการเป็นทหารเช่นเดียวกัน ก็จะต้องสลายตัวไปด้วย เพราะการตั้ง อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
และที่สำคัญ ใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ประชาชนมีสิทธิ์ “เอาผิด” เจ้าหน้าที่ได้ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ไม่ได้ให้อำนาจ “กว้าง” ไปถึงการ “คุมสื่อ”
ด้วยเหตุนี้ ในมุมมองด้านความมั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงยังคง “จำเป็น” อย่างยิ่ง ในช่วงเวลาแบบนี้ เพราะยิ่งมีไว้ ก็ยิ่งรู้สึกอุ่นใจ
ส่วนผี “โควิด” นั้น น่าจะยังคงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เพราะโดยธรรมชาติ การมีศัตรูตัวฉกาจนั้น ไม่ว่ารัฐจะง่อนแง่นได้แค่ไหน รัฐก็มี “ความชอบธรรม” ที่จะใช้ “ยาแรง” ได้เต็มที่


ถ้าไม่เหลืออะไร “ฉุกเฉิน” ก็ถึงเวลายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้แล้ว . . นับเป็นเวลานานเกือบ 3...
โพสต์โดย Gossipสาสุข เมื่อ วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2020
อ้างอิงจาก: Gossipสาสุข
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
จังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”
ร่างกายเป็นชาย แต่หัวใจเป็นหญิงร้อยเปอร์เซ็นต์... ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ 'เพศก้ำกึ่ง'
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
3สัญญาณเตือนสัตว์เลี้ยงแสนรักกำลังจะจากเราไป
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
ตัวละครเอกสัญชาติไทย ที่ถูกสร้างและออกฉายโดยค่ายดิสนีย์
เมืองหลวงใดที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก
เปลี่ยนของเก่าเป็นเงิน! ชี้เป้า 5 ตลาดปล่อย "ของมือสอง" ใน กทม. ค่าที่ถูก คนเดินเยอะ ปล่อยของออกไว
คนไทยสุดเจ๋ง! ดาวเทียมวิจัย "TSC-1" ฝีมือคนไทย 100% เตรียมทะยานสู่อวกาศปี 2027
เปิดพิกัด "ห้องพักราคาถูก" ย่านมงก๊ก! 1.28 ล้านเหรียญ แต่สภาพชวนขนหัวลุก ชาวเน็ตแห่สงสัย "บ้านผีสิง" หรือไม่?
ดาราดัง "นาตาลี เบย์" เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคหายาก
อิตาลีเรียกร้องให้สหภาพยุโรปกลับมาซื้อน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียอีกครั้ง