เศรษฐีเวียดนาม คลั่งไคล้ทองคำ ใส่ทองหนัก13กิโลไปทุกที่ จนต้องจ้างบอดี้การ์ด
เมื่อพูดถึง ทอง เครื่องประดับที่หลายคนต้องมี เพราะนอกจากจะบ่งบอกถึงฐานะของผู้สวมใส่แล้ว ยังเก็บไว้เก็งกำไรได้อีกด้วย แต่ทว่า การใส่ทองมากๆ ก็เป็นอันตรายแก่ตัวเองได้มากเหมือนกัน เพราะสมัยนี้มิจฉาชีพนั้นมีเยอะ และมาในรูปแบบต่างๆ จนบางคนชอบซื้อทองแต่ไม่กล้าใส่ไปไหนมาคนเดียว แต่ทว่ากลับไม่ใช่เศรษฐีชาวเวียดนามรายนี้ เพราะเขาใส่ทองทั้งตัว นับรวมกันได้ 13 กิโลกรัมเลยทีเดียว
ชายคนที่ว่านี้คือ Tran Ngoc Phuc นักธุรกิจชาวเวียดนามวัย 36 ปี ที่หลงใหลทองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าไปไหนมาไหนจะต้องใส่ทองไปด้วยทุกที่ที่เขาไป เขาอธิบายให้ฟังว่าคอลเลคชั่นที่มักพกติดตัวไปด้วยก็มีสร้อยคอหนัก 5 กิโลกรัม กำไลข้อมือทั้งสองข้างอีก 5 กิโลกรัม แหวนทองอีก 4 วงและอื่นๆ รวมแล้วทั้งหมดได้ 13 กิโลกรัม รวมมูลค่าทั้งตัวของเขา มันจะมีค่าอยู่ที่ราวๆ 550,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 18 ล้านบาท)
ทองมูลค่ามากขนาดนี้ ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เขาจะต้องมีบอดี้การ์ดไปด้วยอย่างน้อย 5 คนเพื่อรักษาเครื่องประดับเหล่านี้ไม่ให้ถูกขโมยไป และถึงแม้มันจะทำให้ลำบากบ้างบางครั้งแต่ก็ยอม เพราะเขายืนยันว่ามันคุ้มที่จะแบกทองเหล่านี้ไปด้วย เนื่องจากมันช่วยเสริมให้เขามีความโชคดีและมีความเจริญในหน้าที่การงาน
นาย Tran เล่าว่า เขาเริ่มสะสมทองตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว หลังจากที่ปรึกษาทางด้านฮวงจุ้ยได้ให้คำแนะนำว่า มันจะช่วยเสริมดวงของเขาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาจึงเริ่มต้นใส่ทองโดยสั่งทำสร้อยคอเส้นโตพร้อมกับทำภาพทองแกะสลักรูป ม้ามีปีก จากนั้นเมื่อเวลาผ่านมาเขาก็คิดว่าถ้าหากมีทองมากยิ่งขึ้น มันน่าจะเสริมดวงขึ้นตาม ดังนั้นไม่นาน เขาก็เริ่มสั่งทำกำไลข้อมือและแหวน และถึงแม้ว่าทองทั้งตัวเขาจะหนักถึง 13 กิโลกรัมแล้ว แต่เขาก็มีแผนที่จะสั่งทำหมวกกับเสื้อทองอีกในอนาคต
อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่จะแบกน้ำหนักถึง 13 กิโลกรัมไปไหนมาไหน ยิ่งในช่วงแรกๆ เขาพบว่ามันหนักมากๆ จนเขาต้องใส่ๆ ถอดๆ อยู่นานกว่าจะรู้สึกชิน โดยส่วนที่สร้างปัญหาที่สุดก็คือสร้อยคอนั่นเองเพราะมันหนักจนทำให้เขารู้สึกปวดคอ จนมีอยู่ครั้งหนึ่งเขาไปหาหมอ หมอยังบอกว่าเขาบ้าหรือเปล่านี่ที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดจากการห้อยทองเส้นโตไว้ที่คอ
สำหรับธุรกิจของนาย Tran เขาเล่าว่าจริงๆแล้ว เขาไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก แต่ว่าในช่วงอายุราวๆ 20 ปีก็มีโชคในการค้าน้ำมัน ในตอนนั้นเขาเริ่มการค้าจากการขายน้ำมันทีละถังเพราะมีเงินไม่มากพอ แต่พอมองเห็นลู่ทางก็เริ่มยืมเงินจากครอบครัวและเพื่อนๆ มาลงทุนซื้อน้ำมันในราคาถูกและปล่อยขายในช่วงที่มีราคาแพง จนกลายเป็นเศรษฐีดั่งในวันนี้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้ดีว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเอาซะเลยที่จะใส่ทองหนัก 13 กิโลกรัมออกจากบ้านแต่ละครั้ง และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาต้องมีบอดี้การ์ดอย่างน้อย 5 คนติดตัวไว้ตลอดนั่นเอง
โปรโมชั่น Accor Hotels ส่วนลด KKday คูปอง OfficeMate รหัสส่วนลด Shopat24
หญิงญี่ปุ่นตะลึง หลังเปิดกระป๋องปลา ที่เก็บไว้นานกว่า 50 ปี
เปิด 1 บริษัทน้ำดื่ม ที่ใหญ่ที่สุด มีกำไรและปริมาณการผลิด มากที่สุดในไทย
รูปวาดโดยฝีมือศิลปินชาวไทย ที่มีราคาขายแพงที่สุดตลอดกาล
บาหลีประกาศปิดเกาะ 24 ชม. ระงับสัญญามือถือ งดเที่ยวบินทั่วสนามบิน ชาวเกาะและนทท.ห้ามออกจากบ้าน
เลขเด็ด "นกตาทิพย์" งวดวันที่ 1 เมษายน 69
เอกสารครบก็ไม่รอด สนามบินสุวรรณภูมิ ปฏิเสธชาวกัมพูชาเข้าประเทศ
เงินเดือนแรงงานไทย ในประเทศอิสราเอล
จังหวัดที่ถูกยุบในไทยมีที่ไหนบ้าง ย้อนดู 10 ชื่อเดิมที่วันนี้กลายเป็นอำเภอ
หมวกขุนนางจีน ทำไมต้องมีปีกยาว และแท่งที่ถือเข้าเฝ้าฮ่องเต้คืออะไร?
เปรียบเทียบเงินเดือนและสวัสดิการ ของสายการบินในไทยกับต่างชาติ..
เที่ยวพนมเปญครั้งที่ 2 สาวต่างชาติผิดหวัง เจอปัญหาเดิมอีกครั้ง จนต้องขอความช่วยเหลือ
เลขเด็ด งวดวันที่ 1 เมษายน 69..คำนวณตามตารางเลขกำลังวัน รับประกันแม่นยำ!
มหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
นาโตเตรียมติดตั้งระบบขีปนาวุธแพทริออตเพิ่มเติมที่ฐานทัพทางตอนใต้ของตุรกี
เปิด 1 บริษัทน้ำดื่ม ที่ใหญ่ที่สุด มีกำไรและปริมาณการผลิด มากที่สุดในไทย










