ทาดาชิ ยานาอิ คนที่รวยสุดในญี่ปุ่น
ทาดาชิ ยานาอิ คนที่รวยสุดในญี่ปุ่น / โดย ลงทุนแมน
ถ้าถามว่าคนรวยที่สุดในญี่ปุ่นเป็นเจ้าของธุรกิจอะไร คนทั่วไปคงนึกถึงแต่ธุรกิจไฮเทค เช่น รถยนต์ Toyota Honda หรือ หุ่นยนต์ หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ แต่จริงๆแล้วคนรวยที่สุดในญี่ปุ่นเป็นเจ้าของบริษัท Fast Retailing หรือเจ้าของแบรนด์ Uniqlo ที่คนไทยรู้จักกันดีว่าเป็นร้านเสื้อผ้าในห้างที่ขายเสื้อผ้าดีไซน์เรียบๆที่ทุกคนใส่ได้ อาจจะไม่ได้ราคาถูกเหมือนในตลาดนัด แต่เป็นเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดี และราคาไม่ได้แพงมากเหมือนแบรนด์หรูอื่นในห้าง
ปัจจุบัน Fast Retailing มีมูลค่าบริษัทประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นเชนร้านเสื้อผ้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจาก บริษัท Inditex จากสเปนที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Zara และ บริษัท Henness&mauritz จากสวีเดนที่เป็นเจ้าของแบรนด์ H&M ถ้าเทียบกับบริษัทในไทยก็ใหญ่ใกล้เคียงบริษัท ปตท. ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คุณทาดาชิ ยานาอิ ถือหุ้นบริษัทนี้อยู่ 21.7% ซึ่งก็มากเพียงพอที่จะทำให้เขาเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในญี่ปุ่น
Fast Retailing มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โตเกียวประเทศญี่ปุ่น เริ่มผลิตเสื้อในแบรนด์ของตัวเองโดยเอาตัวอย่างมาจากบริษัท Gap ของอเมริกา แต่ปรากฎว่าตอนนี้ยอดขายแซงหน้าบริษัท Gap ที่อยู่อันดับ 4 ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับคำว่า Uniqlo มาจากชื่อดั้งเดิมคือ Unique Clothing จึงย่อเป็น Uni-Clo ต่อมาพนักงานสาขาในฮ่องกงสะกดชื่อบริษัทผิดเป็น Uni-Qlo แต่เจ้าของเห็นกลับถูกใจ จึงเปลี่ยนชื่อของตัวเองในสาขาญี่ปุ่นทั้งหมดเป็น Uniqlo
ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานทั้งหมด 69,921 คนทั่วโลก มีสาขาในญี่ปุ่นทั้งหมด 837 สาขา และสาขานอกประเทศญี่ปุ่นอีก 17 ประเทศ 1,009 สาขา ซึ่งประเทศไทยมี 32 สาขา บริษัทมียอดขายทั่วโลกต่อปีประมาณ 5 แสนล้านบาท ที่น่าสนใจคือ บริษัทมีต้นทุนค่าสินค้า 52% ของรายได้ และค่าใช้จ่ายในการขาย อีก 39% หลังจากหักภาษีแล้วบริษัทเหลือกำไรเพียง 2.7% ของรายได้ ถ้า Uniqlo จะขายเอากำไรบางขนาดนี้ แบรนด์อื่นที่อยู่ในห้างก็คงจะมาขายแข่งให้ราคาถูกกว่าลำบาก
ที่น่าสนใจคือบริษัทมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานอยู่ที่ 242,003 ล้านเยนต่อปี ถ้าคิดจากพนักงาน 69,921 คนแล้ว เงินเดือนต่อคนจะตกอยู่ที่ 83,000 บาทต่อคนเลยทีเดียว สอดคล้องกับที่ข้อมูลที่ผมได้ทราบมาว่า Uniqlo ประเทศไทยรับพนักงานขายในร้านวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ซึ่งก็จะสัมผัสได้ว่าพนักงานในร้านเขาดูแตกต่างจากร้านอื่นจริงๆ
บริษัทมีทางเลือกที่จะจ้างพนักงานค่าแรงถูกกว่านี้ แต่บริษัทกลับเห็นว่าคุณภาพการบริการเป็นเรื่องสำคัญกว่ากำไรที่บริษัทจะได้มากขึ้น ซึ่งถ้าดูจากตัวเลขก็คงคุ้มค่าเพราะเฉลี่ยแล้วพนักงานหนึ่งคนทำยอดขายให้บริษัทประมาณ 600,000 บาทต่อเดือน พอได้พนักงานที่มีความสามารถ ยอดขายของบริษัทก็มากตาม
ถึงแม้ว่ากำไรของบริษัทต่อยอดขายจะบางมากจนอาจจะน้อยกว่าเสื้อผ้าที่ขายตามตลาดนัดด้วยซ้ำ แต่ด้วยคุณภาพความน่าเชื่อถือเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยทำให้ขายในปริมาณที่มาก และขยายสาขาไปเรื่อยๆได้ ซึ่งดูแล้วบริษัทนี้ก็น่าจะขยายสาขาได้อีกในหลายประเทศทั่วโลก เพราะพึ่งขยายสาขาไปเพียงแค่ 18 ประเทศเท่านั้น
ถ้าดูตัวอย่าง Starbucks และ Uniqlo บางทีธุรกิจก็ไม่ต้องการวิทยาศาสตร์ไฮเทคอะไรมากมายที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ การทำธุรกิจธรรมดาเช่น ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ถ้าคุณภาพสินค้าและ บริการ ถูกใจผู้บริโภค
https://www.facebook.com/longtoonman/photos/pcb.127212201144730/127211304478153/?type=3&theater
เจาะตัวเลข "อ.พลอยไหม" งวด 16/3/69
เงินเดือนผู้จัดการ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น
10 เลขขายดี “จำเนียร อ่อนนุช” งวด 16 มีนาคม 2569 ถูกถามหามากสุด
ค่าตอบแทน"พนักงานกวาดถนน"ในประเทศไทย
ค่าตอบแทนพนักงานประจำร้านขายทองคำ
จังหวัดในประเทศไทยที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเลแต่มีเกาะ
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
คอหวยจับตาเลขเรือ “มยุรี นารี” หลังเหตุระทึกช่องแคบฮอร์มุซ
ปลาน้ำจืดที่พบได้เฉพาะในไทย และไม่พบในที่อื่นใดอีกบนโลก
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
นิลรัตน์ แมวกายสิทธิ์ในตำนาน กับปริศนาเครื่องราง “ทนสิทธิ์” ที่โลกเกือบลืม
วิเคราะห์เลขเด่นจากสำนักดัง
ปลาน้ำจืดที่พบได้เฉพาะในไทย และไม่พบในที่อื่นใดอีกบนโลก
"โฮป" ลากู้ภัยทุบสถิติ Guinness World Records 2026 ด้วยใบหูสุดอัศจรรย์
"โฮป" ลากู้ภัยทุบสถิติ Guinness World Records 2026 ด้วยใบหูสุดอัศจรรย์
เขมรนอนยัน "สไบ" มีต้นกำเนิดมาจากเขมร
พิกัดลับสุพรรณฯ! “สุ่มยักษ์คู่สะพานไม้ร้อยปี” จุดเช็คอินสุดคลาสสิกริมคลองสองพี่น้อง ที่สายชัตเตอร์ต้องกดเลิฟ
ตม. สั่งลุย! ดีดนิ้วเพิกถอนวีซ่าเฉียด 1,000 ราย ใน 2 เดือน สแกนเข้ม 18 สัญชาติกลุ่มเสี่ยง ป้องกันไทยเป็นแหล่งกบดาน!