เหตุใดชาวอังกฤษจึงหันกลับมาบริโภคเครื่องในสัตว์อีกครั้ง?
แรงกดดันจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ชาวอังกฤษหันกลับมาบริโภคเครื่องในสัตว์อีกครั้ง ส่งผลให้วัตถุดิบอย่างหัวใจ ตับ และไต กลายเป็นเทรนด์อาหารรูปแบบใหม่...
ข้อมูลจากซูเปอร์มาร์เก็ต "เวท โทรส" ระบุว่า "แนวทางการทำอาหารแบบ "ใช้ทุกส่วนของสัตว์" กำลังช่วยให้วัตถุดิบที่เคยถูกมองข้าม กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งอย่างชัดเจน..." โดยยอดขายหัวใจสัตว์เพิ่มขึ้น 91% ตับเพิ่มขึ้น 33% และ ไตเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ การค้นหาคำว่า "ตับแกะ" เพิ่มขึ้น 54% "หางวัว" เพิ่มขึ้น 76% และ "คอแกะ" เพิ่มขึ้น 28%
สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้ มาจากแรงกดดันด้านค่าครองชีพ ในช่วงที่ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น [ตามเงินเฟ้อ] เครื่องในซึ่งมีราคาถูกกว่า จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย โดยข้อมูลปี 2025 ระบุว่า "ราคาเนื้อสัตว์ในอังกฤษเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 15.9% และ เนื้อวัวเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 32.3%" นอกจากนี้ เครื่องในยังได้รับความนิยม เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
ผู้เชี่ยวชาญ "เอเมอร์ โลว์รี" ของ "เวท โทรส" กล่าวอธิบายว่า "หัวใจ ตับ และ ไตของแกะ เป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญตามธรรมชาติ เช่น วิตามินบี 12 และ ธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายในอาหาร"
กระแสนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง "การทำอาหารแบบคุณยาย" ที่เน้นการใช้วัตถุดิบเรียบง่าย ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และ ปรุงอาหารให้อิ่มท้องในงบประมาณที่จำกัด วิธีการนี้สะท้อนถึงเทคนิคการทำอาหารแบบดั้งเดิมของอังกฤษ ซึ่งถูกนำกลับมาใช้ในร้านอาหารชื่อดังอย่าง "เซนต์จอห์น" ในกรุงลอนดอน และ ยังได้รับการเผยแพร่โดยนักแสดง "สแตนลีย์ ทุชชี" ผ่านวิดีโอทำอาหารบนโซเชียลมีเดีย... ในความเป็นจริง เครื่องในเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวันของชาวอังกฤษ แต่ด้วยการเติบโตของอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ และ ความนิยมในเนื้อที่หั่นสำเร็จรูป ทำให้วัตถุดิบเหล่านี้ค่อยๆหายไปจากโต๊ะอาหาร
ตัวอย่างเช่น ข้อมูลสำรวจอาหารแห่งชาติของอังกฤษพบว่า "การบริโภคตับเฉลี่ยต่อสัปดาห์ลดลง จาก 50 กรัมต่อคนในปี 1974 เหลือเพียง 5 กรัมในปี 2014 เท่านั้น..." อย่างไรก็ตาม การกลับมาของเครื่องในยังต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านทัศนคติของผู้บริโภคบางส่วน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการนำเครื่องในบดผสมในเมนูที่คุ้นเคย เช่น สปาเกตตีซอสโบโลเนส ลูกชิ้น หรือ แซนด์วิช เพื่อช่วยให้ค่อยๆ ปรับตัวกับรสชาติ และ เพื่อปรับปรุงรสชาติ เชฟชื่อดังอย่าง "พอล แกมเบิล" ได้แนะนำว่า "ให้หมักวัตถุดิบอย่างน้อย 2 ชั่วโมงหรือข้ามคืน ด้วยน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และ เครื่องเทศ โดยกรดธรรมชาติจะช่วยทำให้เนื้อนุ่มขึ้นและเพิ่มความเข้มข้นของรสชาติ ทำให้เครื่องในมีรสชาติใกล้เคียงกับอาหารระดับร้านอาหารได้ที่บ้าน..."
อ้างอิง : https://vnexpress.net/ly-do-nguoi-anh-quay-lai-an-noi-tang-dong-vat-5057300.html
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
สัตว์ชนิดไหนมี “ความจำดีที่สุดในโลก”
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
เปลวเทียนสีเหลืองสดใส แท้จริงเกิดจากเขม่าคาร์บอนที่กำลังเรืองแสง
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
สนามบินที่มีรันเวย์สั้นที่สุดในโลก! แค่ 400 เมตร
ทำไมลูกเราน่ารักกว่าใคร คำตอบที่ซ่อนอยู่ในสมองของพ่อแม่ทุกคน
ทำไมโซนของแพงในห้างถึงชอบปูกระเบื้องแผ่นเล็ก เรื่องนี้จริงหรือแค่เล่าต่อกัน
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
“เวียดนาม” ครองแชมป์สตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก ส่วนไทยกลายเป็นอันดับ 9
หมอไทยในอเมริกา" ยื่นมือสานต่อสัญญา "ฮลุน โซโล" รับจบทุนเรียนหมอ 6 แสนบาทให้เด็กอัฟกัน
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
น้ำมูก เยื่อเมือกธรรมชาติ ที่ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม
"อเมริกา" เตรียมปิดสถานกงสุลใน "แคนาดา ญี่ปุ่น และ อินโดนีเซีย"
ญี่ปุ่นเผย "โดรนรบเป็นกุญแจสำคัญในการปรับตัวให้เข้ากับสงครามรูปแบบใหม่"
ญี่ปุ่นมองว่า "การเสริมสร้างกำลังทางทหาร เป็นหนทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ"
ยอดผู้เสียชีวิตเหตุแผ่นดินไหว ในเวเนซุเอลา ตอนนี้อยู่ที่ 6,125 ราย
