กลับมาไทยครั้งนี้ ไม่เหมือนเดิมแล้ว จาก คู่รักศิลปินชาวรัสเซีย
นายอาร์ทัม ละปิน และ นางสาวอนาสเตเซีย ชิกลิงเซวา สองศิลปินชาวรัสเซียวัย 30 ต้นๆ สวมชุดดำไว้ทุกข์ นั่งบนพื้นหญ้า หันหน้าไปยังพระบรมมหาราชวัง ในเวลาใกล้เที่ยงคืน โดย พวกเค้าบอกกับทีมข่าวว่า จะนั่งตรงนี้จนรุ่งเช้า ความผูกพันของทั้งคู่ที่มีต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มจาก 6 ปีที่แล้ว เดินทางมาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2553 และ เดินทางมาถึงก่อนหน้าวันพ่อแห่งชาติเพียงวันเดียว ทั้งคู่ จึงมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขและยังจำได้ถึงภาพของประชาชนที่มารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
“คืนวันนั้นที่นี่ ท้องสนามหลวงมี คอนเสิร์ตเพลงไทย และ มีคนมารวมตัวกันเพื่อจุดเทียนถวายพระพรฯ ตอนค่ำ เป็นภาพที่สวยงามมาก แต่วันนี้ภาพแบบนั้นได้กลายเป็นอดีตแล้ว สำหรับผมเองและคนไทย” นายอาร์ทัม ละปิน กล่าว
การมาเมืองไทยอีกครั้งในช่วงเวลานี้จึงแตกต่างจากครั้งนั้นโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือทั้งคู่มีความรู้สึกร่วมเช่นเดียวกับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นความสุขในช่วง 6 ปีก่อน และความเศร้าที่ปกคลุมประเทศอยู่ในยามนี้ ซึ่งอาจจะฟังดูแปลกสำหรับชาวต่างชาติที่มีสถานะเป็นเพียงนักท่องเที่ยวในเมืองไทย โดยคุณอาร์ทัมกล่าวอีกว่า เขารู้สึกคุ้นเคยและผูกพันกับคนเอเชียและวัฒนธรรมเอเชียมาตลอด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาโตมาในย่านที่มีคนเชื้อสายเอเชียอยู่ค่อนข้างมาก
ที่สำคัญ ตัวเขาเองก็รับรู้เรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชผ่านสื่อต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องและในหลายแง่มุม รวมถึงเรื่องราวสมัยทรงพระเยาว์ที่ประทับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่เรื่องที่เขาประทับใจมากที่สุดคือพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระองค์ เพราะเขาเองก็เป็นนักดนตรีเช่นกัน ถึงแม้ว่าแนวดนตรีที่เขาถนัดจะเป็นแนวอิเล็กทรอนิก ไม่ใช่ดนตรีแจ๊ซก็ตาม
“พอรู้ว่าท่านทรงแซ็กโซโฟนก็ไปหาดูคลิปในยูทูป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคลิปที่บันทึกไว้เมื่อหลายสิบปีแล้ว แต่ก็พอที่จะทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางดนตรีจริงๆ” คำที่นักดนตรีจากรัสเซียใช้อธิบายพระอัจฉริยภาพทางด้านนี้ของท่านเป็นภาษาอังกฤษก็คือ “amazing” และ “wonderful”
เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์ทัม และ อนาสเตเซีย อยู่ที่สวนลุมพินี ก็มีชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินมาบอกข่าวเศร้ากับพวกเขา ทันทีที่รู้เรื่องนี้ ทั้งคู่ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของเมืองไทยและตัดสินใจเดินทางมายังบริเวณพระบรมมหาราชวังตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในคืนวันที่ 15 ตุลาคมและนั่งอยู่จนถึงเช้าของวันถัดมา
สิ่งที่หลายคนคงสงสัยก็คือ สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในสถานะนักท่องเที่ยวอย่างพวกเขาแล้ว เขา ‘เห็นอะไร’ และ ‘รู้สึกอย่างไร’ กับภาพที่เห็นตรงหน้า
“ในสถานการณ์แบบนี้ เราเห็นความเป็นครอบครัวของคนไทยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะมาสักการะพระบรมศพเพียงอย่างเดียวหรือมาอาสาอำนวยความสะดวกให้คนอื่นๆ ดูราวกับเป็นพี่น้องกัน ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน”
“เรายังรู้สึกด้วยว่า มิตรภาพและการช่วยเหลือกันอย่างจริงใจอย่างเช่นนี้คือสิ่งที่จะช่วยหล่อเลี้ยงโลกต่อไปในอนาคต” อาร์ทัมตอบพร้อมกับรอยยิ้มอีกครั้ง
ทีมข่าวมั่นใจว่า ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองคนจะเดินทางมายังบริเวณพระบรมมหาราชวังเพื่อน้อมระลึกถึงกษัตริย์ที่แม้แต่ชาวต่างชาติยังเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ โดยไม่มีกำแพงของภาษาหรือว่าวัฒนธรรมที่ต่างกัน
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69
น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลางของประเทศไทย
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
9 จังหวัดของไทยที่ไม่มีภูเขา
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
เลขเด็ดเสือตกถังพลังเงินดี สาย 1 งวด 16 มี.ค. 2569
ดารา/นักร้องเกาหลีใต้คนไหนที่มีอสังหาริมทรัพย์แพงที่สุด
ช้างที่มีมูลค่า แพงที่สุดในโลก
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ย้อนรอยวิกฤตการณ์ "น้ำมันแพง" ปี 2522 กลายเป็นชนวนเหตุทำรัฐบาลล้ม
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี




