สังเกตอาการ เนื้องอกสมอง
เนื้องอกสมอง
เนื้องอกสมอง หมายถึง เนื้องอกที่เกิดขึ้นภายในกะโหลกศีรษะ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ เนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อที่อยู่ภายในกะโหลกศีรษะ ( เรียกว่า เนื้องอกสมองชนิดปฐมภูมิ) และมะเร็ง ที่แพร่กระจายมาจากนอกกะโหลกศีรษะ (เรียกว่า เนื้องอกสมองชนิดทุติยภูมิ)
เนื้องอกสมองทุกชนิดมักทำให้เกิด อาการปวดศีรษะแบบเรื้อรัง ส่วนวิธีการรักษาและผลการรักษาย่อมแตกต่างไปตามชนิด ขนาด และตำแหน่งของเนื้องอก
โรคนี้พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
⇒ ชื่อภาษาไทย เนื้องอกสมอง
⇒ชื่อภาษาอังกฤษ Brain tumor
⇒สาเหตุ
เนื้องอกสมองชนิดปฐมภูมิ
มี ต้นกำเนิดมาจากเนื้อเยื่อภายในกะโหลกศีรษะ อาจเป็นที่กระดูก (กะโหลกศีรษะ) เยื่อหุ้มสมอง หลอดเลือด เนื้อเยื่อสมอง ต่อมใต้สมอง หรือเนื้อเยื่อส่วนใดส่วนหนึ่งก็ได้ อาจเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา (ไม่มีการลุกลามแพร่กระจายออกไปที่อื่นๆ) หรือเนื้องอกชนิดร้าย หรือมะเร็งก็ได้ ในปัจจุบันยังไม่ทราบว่ามีสาเหตุจากอะไร เชื่อว่าอาจเกี่ยวกับปัจจัยทางกรรมพันธุ์ (เนื้องอกสมองบางชนิดพบว่าเป็นพร้อมกันหลายคนในครอบครัวเดียว กัน) และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น รังสี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สารเคมี เป็นต้น แต่ตราบเท่าทุกวันนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไร
เนื้องอกสมองชนิดทุติยภูมิ
เป็นมะเร็ง ที่แพร่กระจายมาจากนอกกะโหลกศีรษะ ที่พบบ่อยก็คือ มะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด นอกจากนี้ ยังอาจแพร่มาจากมะเร็งทางเดินอาหาร ไต ต่อมไทรอยด์ เม็ดเลือดขาว ต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น เนื้องอกสมองชนิดนี้มักพบในวัยกลางคนขึ้นไป บางครั้งผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการของเนื้องอกสมองมากกว่าอาการของมะเร็ง ที่เป็นต้นกำเนิด
⇒ อาการ
ผู้ป่วยมักมี อาการปวดศีรษะเรื้อรัง โดยมีลักษณะเฉพาะคือ ปวดมากเวลาตื่นนอนตอนเช้า พอสายๆ ค่อยยังชั่วหรืออาจปวดมากเวลาล้มตัวลงนอน หรือเวลาไอ จาม หรือเบ่งอุจจาระ
อาการปวดศีรษะจะรุนแรงขึ้นทุกวัน จนผู้ป่วยต้อง สะดุ้งตื่นตอนเช้ามืด เพราะอาการปวดศีรษะ และจะปวดนานขึ้นทุกทีจนในที่สุดจะปวดตลอดเวลาซึ่งกินยาแก้ปวดก็ไม่ทุเลา
ระยะ ต่อมา (เมื่อก้อนเนื้องอกโตขึ้น) จะมีอาการอาเจียนร่วมกับอาการปวดศีรษะ ซึ่งอาจมีลักษณะอาเจียนพุ่งรุนแรงโดยไม่มีอาการคลื่นไส้นำมาก่อน
นอกจาก นี้ ยังอาจมีอาการตามัวลงเรื่อยๆ ลานสายตาแคบ (มองด้านข้างไม่เห็น ทำให้เดินชนโต๊ะหรือเกิดอุบัติเหตุขณะเดินหรือขับรถ) เห็นภาพซ้อน หรือตาเหล่ ตากระตุก เห็นบ้านหมุน เดินเซ มือเท้าทำงานไม่ถนัด แขนขาชาหรืออ่อนแรง ชัก (คล้ายโรคลมชัก) ความจำเสื่อม หรือบุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม
⇒ การแยกโรค
ระยะแรกเริ่ม ซึ่งมีอาการปวดศีรษะเพียงอย่าง เดียว อาจทำให้คิดว่าเป็นเพียงสาเหตุธรรมดา เช่น
o ปวดศีรษะจากความเครียด
ผู้ ป่วยจะมีอาการปวดตื้อ หนักๆ ที่ขมับหรือหน้าผากทั้ง 2 ข้าง หรือทั่วศีรษะ ติดต่อกันนาน 30 นาที ถึง 1 สัปดาห์ โดยอาการปวดจะเป็นอย่าง คงที่ ไม่มีคลื่นไส้อาเจียน อาจเริ่มเป็นตั้งแต่หลังตื่นนอน หรือในช่วงเช้าๆ บางคนอาจปวดตอนบ่ายๆ หรือเย็นๆ หรือหลังจากได้คร่ำเคร่งกับงานมาก หรือขณะมีเรื่องคิดมาก วิตกกังวล ซึมเศร้า นอนไม่หลับ มักจะมีอาการเป็นๆ หายๆ เป็นครั้งคราว
oไมเกรนผู้ป่วยจะมีอาการปวดตุบๆ ที่ขมับข้างเดียว (ส่วนน้อยเป็นพร้อมกัน 2 ข้าง) คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่านาน 4-72 ชั่วโมง มักจะเป็นๆ หายๆ เมื่อถูกสิ่งกระตุ้น เช่น แสง เสียง กลิ่น อดนอน หิวข้าว อากาศร้อนหรือเย็นจัด อาหารบางชนิด เป็นต้น
ระยะที่เป็นมาก คือ มีอาการปวดรุนแรง อาเจียน เดินเซหรือชัก อาจต้องแยกจากสาเหตุที่ร้ายแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือฝีในสมอง (มักมีไข้ร่วมด้วย และเกิดขึ้นฉับพลันภายในไม่กี่วัน) เลือดออกในสมอง (มักมีประวัติได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะในระยะใกล้ๆ หรือนานเป็นเดือนๆ มาแล้วก็ได้)
⇒ การวินิจฉัยเบื้องต้น
แพทย์ จะสงสัยโรคนี้จากอาการแสดงคือ ปวดศีรษะเฉพาะเวลาตื่นนอนตอนเช้า ซึ่งแรงขึ้นและนานขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน นานเป็นสัปดาห์ หรือมีอาการอาเจียน เห็นภาพซ้อน ตามัว หูอื้อ แขนขาชาหรืออ่อนแรง หรือชัก ร่วมด้วย
หากสงสัย จำเป็นต้องทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์กะโหลกศีรษะ ถ่ายภาพสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ตรวจคลื่นสมอง ตรวจชิ้นเนื้อสมอง เป็นต้น
⇒ การดูแลตนเอง
ไม่ ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้าหากมีอาการปวดศีรษะตอนเช้าๆ แรงและนานขึ้นทุกวัน นานเป็นสัปดาห์ หรือกินยาแก้ปวดไม่ทุเลา ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและให้การรักษาแต่เนิ่นๆ
⇒ การรักษา
เมื่อ ตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกสมอง มักจะต้องรักษา ด้วยการผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออกไป ยกเว้นอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือเป็นมะเร็งที่ลุกลามมากแล้วก็อาจต้องรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แทน เช่น การผ่าตัดด้วยรังสีหรือมีดแกมมา (gamma knife)
ในรายที่เป็นมะเร็ง อาจต้องรักษาด้วยรังสีบำบัด (ฉายรังสี) ซึ่งอาจใช้เดี่ยวๆ หรือร่วมกับการผ่าตัดและบางกรณีอาจต้องใช้เคมีบำบัดร่วมด้วย
ในรายที่มีภาวะอุดกั้นของทางเดินน้ำหล่อสมองไขสันหลัง อาจต้องทำการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำหล่อสมองไขสันหลัง (shunt operation)
⇒ ภาวะแทรกซ้อน
อาจมีเลือดออกเฉียบพลันในก้อนเนื้องอกสมอง ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง หมดสติ แขนขาเป็นอัมพาตซีกหนึ่ง
ถ้า เป็นเนื้องอกที่อยู่ใกล้โพรงสมอง อาจโตจนอุดกั้นทางเดินน้ำหล่อสมองไขสันหลัง เกิดภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง (มีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน เดินเซ เป็นลม) และภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (hydrocephalus) ซึ่งถ้าเกิดขึ้นฉับพลันรุนแรงก็อาจทำให้เสียชีวิตแบบกะทันหันได้
⇒ การดำเนินโรค
หากปล่อยไว้ไม่รักษา ก้อนเนื้องอกจะโตขึ้นกดเบียดเนื้อสมองหรือแพร่กระจาย ทำให้เกิดภาวะแทรก ซ้อนอันตรายได้
ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา ผลการรักษาขึ้นกับชนิด ขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก อายุและสภาพของผู้ป่วย
ถ้าเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา ขนาดเล็กและอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เป็นอันตราย การรักษาก็มักจะได้ผลดีหรือหายขาด
แต่ ถ้าเป็นมะเร็งที่ลุกลามเร็ว หรือมะเร็งที่แพร่กระจายมาจากที่อื่น ก็มักจะให้การรักษาแบบประทัง เพื่อลดความทุกข์ทรมาน ซึ่งส่วนใหญ่มักมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
⇒ การป้องกัน
สำหรับเนื้องอกสมองชนิดปฐมภูมิยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร จึงยังบอกไม่ได้ว่าควรป้องกันอย่างไร
ส่วนเนื้องอกสมองชนิดทุติยภูมิ ถ้าเกิดจากมะเร็งปอด ก็ควรป้องกันโดยการไม่สูบบุหรี่
⇒ ความชุกโรค
นี้ พบได้ในคนทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึง ผู้สูงอายุ ส่วนกลุ่มอายุที่พบบ่อยขึ้นกับเนื้องอกสมองแต่ละชนิด กล่าวโดยรวม โรคนี้พบได้บ่อยในกลุ่มอายุ 40-70 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมะเร็งที่แพร่กระจายมาจากที่อื่น (เนื้องอกสมองชนิดทุติยภูมิ)
ส่วนในเด็ก พบมากในกลุ่มอายุ 3-12 ขวบ ซึ่งส่วน ใหญ่เป็นเนื้องอกสมองชนิดปฐมภูมิ เนื้องอกสมองเป็นเนื้องอกที่พบได้มากที่สุดในบรรดาเนื้องอกที่พบในเด็ก
โรคนี้มักมีอาการปวดศีรษะเป็นสำคัญ พบว่า ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะ 100,000คน มีสาเหตุจากเนื้องอกสมองประมาณ 10 คน
ข้อมูลสื่อ
ชื่อไฟล์: 335-008
นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 335
เดือน/ปี: มีนาคม 2550
คอลัมน์: สารานุกรมทันโรค
นักเขียนหมอชาวบ้าน: รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
ภาพ https://www.google.co.th/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&ved=0ahUKEwivvs_T0e3OAhXKJJQKHVXLD8MQjxwIAw&url=http://www.siam-health.org/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87-2/&psig=AFQjCNEXeQKV7Ff3nkIu7K4Q_buysNiuQg&ust=1472801055302043&cad=rjt
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69
ช้างที่มีมูลค่า แพงที่สุดในโลก
พืชที่ออกดอกได้เพียงครั้งเดียว และต้องรอนานที่สุดกว่าจะออกดอก
เปิดพิกัด "แหล่งร่อนทอง" ในไทย ใครอยากรวยด้วยมือเปล่าต้องมาลุย
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
เกาหลีเหนือ คิม จองอึน พาลูกสาวชมการทดสอบขีปนาวุธ ซ้อมรับมือตอบโต้
10 พระเอกขวัญใจสาวไทย..ว่าที่ "สามีแห่งชาติ"
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” ตัวจริง มหาเศรษฐีไทย เชื้อสายอินเดีย กุมอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน
ฝนพิษ!! ปรากฏการณ์ "ฝนดำ"หลังการโจมตีคลังน้ำมันในอิหร่าน
10 พระเอกขวัญใจสาวไทย..ว่าที่ "สามีแห่งชาติ"
เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” ตัวจริง มหาเศรษฐีไทย เชื้อสายอินเดีย กุมอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน
ปัตตานีเดือด พบข้อความปริศนา “ปาตานี ไม่ใช่สยาม” โผล่กลางถนนพื้นที่ชายแดนใต้ เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบผู้ก่อเหตุ