หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนเราสติปัญญาเท่ากันหมด แต่ต่างกันที่ "โอกาส" เท่านั้น คือมีโอกาสรู้หรือไม่มีโอกาสรู้

เนื้อหาโดย Fuckyou

หลายคนชื่นชอบถ้อยคำอันนี้กันมากก็คงเป็นเพราะว่ามีลักษณะที่ไม่ดูถูกระดับสติปัญญาของคนอื่นท่านผู้พูดเน้นตรงที่ว่าคนเราสติปัญญาเท่ากันหมด แต่ต่างกันที่ "โอกาส" เท่านั้น คือมีโอกาสรู้หรือไม่มีโอกาสรู้

ขอสะท้อนความเห็นต่างสักหน่อย

ประเด็นก็คือ เป็นความจริงที่คนเราโอกาสรู้สิ่งต่างๆไม่เท่ากัน ซึ่งก็มาจากเหตุหลายอย่าง โอกาสในชีวิตด้วย หรือมีโอกาสแต่ไม่คว้าโอกาสด้วย

แต่ถึงกระนั้นเรื่องความแตกต่างของระดับสติปัญญาคนเราก็มีจริงครับ (อย่าใช้คำว่าฉลาด-โง่เลย มันเป็นเรื่องอัตวิสัยมากกว่าภววิสัย)

ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านสมองและด้านจิตวิทยาจึงมีการวัดระดับสติปัญญา หรือที่เรียกกันว่า ไอคิว (IQ) ได้ มีคนที่สติปัญญาสูงจนเป็นระดับอัจฉริยะ และลดหลั่นลงมาเรื่อยๆ จนต่ำมากที่เรียกว่าเป็นภาวะ "บกพร่องทางสติปัญญา"

ไม่กี่ปีก่อนก็เคยมีการวัดระดับสติปัญญาของเด็กไทยด้วยนะครับ แล้วผลพบว่า กำลังอยู่ในสภาพที่ "ระดับสติปัญญาต่ำลงเรื่อยๆ" โดยรวม

ความฉลาดกับความโง่ ยังเป็นเรื่องที่ไม่ใช่แค่มีโอกาสรู้หรือไม่ เห็นได้จากการที่ คนสองคนที่ "มีโอกาสรู้" เรื่องเดียวกันอย่างเท่าเทียมกัน แต่กลับสามารถ "คิด" เพื่อนำความรู้นั้นไปใช้ได้ไม่เท่ากัน คนเรียนหนังสือเท่ากันยังเก่งไม่เท่ากันเลยครับ และความสามารถในการเอาความรู้ไปใช้ได้ก็ไม่เท่ากัน

สองคนเพื่อนกัน เริ่มเรียนคอมพิวเตอร์พร้อมกัน เรียนไปได้ปีเดียว ไอ้คนหนึ่งเรียนเก่งกว่าอีกคนมาก แต่อ้ายคนเรียนอ่อนกว่าเกิดไอเดียบรรเจิดแล้วก็ลาออกมาสร้างประดิษฐกรรมจนร่ำรวย แล้วอ้ายเพื่อนคนที่เรียนเก่งกว่าก็รอเรียนจบปริญญาเอกแล้วมาขอสมัครทำงานด้วย

อยากบอกว่า ความฉลาดเป็นเรื่องความสามารถในการ "คิด" ครับ ไม่ใช่เพียงแค่รู้หรือไม่รู้ มันคนละเรื่องกัน

การที่พูดว่า "คนเราเท่ากัน" นั้น เป็นการถ้อยคำในเชิงความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นทาง "ศาสนา" หรือจะ "ปรัชญา" ก็ตาม (โดยเฉพาะในเชิงจริยศาสตร์และรัฐศาสตร์) แต่ไม่ได้เป็นถ้อยคำในเชิงวิทยาศาสตร์

ที่จริงแล้วทั้งในทางปรัชญาและวิทยาศาสตร์พูดไม่ได้(ง่ายๆ)นะว่าคนเราเท่ากัน
เพราะต้องมากำหนดก่อนว่า ที่ว่าคนเราเท่ากันนั้น จะวัดกันตรงไหน และจะวัดได้อย่างไร

สุดท้ายก็ต้องไปลงตรงที่ว่า เท่ากันตรง "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"

แต่เราก็ตองยอมรับว่าเรื่องศักดิ์ศรีที่ว่านี้มันเป็นเรื่องความเชื่อครับไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงวิทยาศาสตร์ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มันไม่ใช่ยีนส์หรืออะไรที่ชี้วัดได้ในทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กลับพบเรื่องยีนส์ด้อย ยีนส์เด่น ซึ่งสะท้อนความไม่เท่ากันของสิ่งมีชีวิตด้วยซ้ำ

และถ้าให้ถ้อยคำเป็นวิทยาศาสตร์จริงๆ ก็จะต้องหาข้อเท็จจริงออกมาโดยต้องไม่คำนึงถึงผลที่จะเกิดตามมามาคิดรวมด้วยนะครับ ต้องหาความรู้ที่เป็นความจริง (fact) มาก่อนและความจริงเท่านั้น แล้วผลแห่งความจริงออกมาเป็นอย่างไรก็ค่อยเอามาคิดเชิงปรัชญาจริยศาสตร์และรัฐศาสตร์อีกที ว่าเจ้าความจริงอันนี้ควรถูกนำมาใช้อย่างไร

ผู้เขียนขอยกตัวอย่างนะครับว่า สมมติว่า คนเรามีระดับสติปัญญา (IQ) ไม่เท่ากัน (ฉลาดโง่ไม่เท่ากัน) ระดับความสามารถหรือความเป็นผู้นำ (LQ)ไม่เท่ากัน และระดับคุณธรรม (MQ) ไม่เท่ากัน (ดีชั่วไม่เท่ากัน) และเจ้าสิ่งที่ไม่เท่ากันเหล่านี้มันสามารถวัดได้อย่างชัดเจนด้วยการทดสอบต่างๆ

ถ้าเป็นเช่นนี้ ควรไหมว่าในการที่จะตั้งใครเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูง จะต้องให้ผ่านการทดสอบวัดสิ่งเหล่านี้และได้ผลน่าพอใจเสียก่อน ไม่ใช่เพียงใช้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหรือใช้ระบบ "คนของใคร" หรือ "พวกมากลากไปเส้นใหญ่ในระบบอุปถัมป์" หรือ "เงินซื้อได้ทุกอย่าง" แบบที่เราคุ้นกัน

หรือถ้าในวงการศาสนาต่างๆ ก็เอางี้ไหม จะเป็นใหญ่ได้ ต้องผ่านการทดสอบทางความรู้ความสามารถและทางจิตก่อนว่าผ่าน จึงจะให้รับตำแหน่งได้

เรื่องที่ยกตัวอย่างมานี้ มีทำกันแล้วในหลายประเทศ (ใกล้บ้านเรานี่แหละ)

เราต้องระวังถ้อยคำที่สวยหรูฟังดูน่าประทับใจ แต่มันเป็นเพียงความเชื่อหรือความรู้สึกซึ่งไม่เคยได้พิสูจน์จนเป็นข้อเท็จจริง ต้องระวังให้ดี มันชักนำให้เข้าใจผิด (mislead) หรือเกิดความประทับใจผิดๆง่าย

มีตัวอย่างถ้อยคำแบบนี้เยอะ เช่น

คนเราไม่มีโง่ไม่มีฉลาดหรอก อยู่ที่รู้หรือไม่รู้เท่านั้น ....จริงหรือ?

คนเราไม่มีดีไม่มีชั่วหรอก มีแต่จริงหรือไม่จริงเท่านั้น....จริงหรือ?

คนเราถ้าเป็นคนดี อยู่ในระบบไหนๆ ก็ยังคงจะเป็นคนดี...จริงหรือ?

ศาสนาทำให้คนเป็นคนดีกว่าคนไม่มีศาสนา...จริงหรือ?

(กลับกัน) คนไม่มีศาสนาจะเป็นคนดีกว่าคนมีศาสนา...จริงหรือ?

เนื้อหาโดย: Fuckyou
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Fuckyou's profile


โพสท์โดย: Fuckyou
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
VOTED: เอ๋ง ไม่ดัดจริต, amzabzaa
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทยสาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทยอาคารสูง 25 ชั้นแห่งนี้ คือ อาคารที่ถูกยกย่องเป็นอย่างมากในจีนเหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนานกัมพูชาป่วน! โรงงานรองเท้าประท้วงหลายแห่ง เซ่นพิษไม่จ่ายค่าแรง–โบนัส ขณะไทยคุมเข้มชายแดน สกัด “ขอมดำดิน” 37 รายสินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งรวมภาพตลก ฮาเฮ ประจำวันนี้ วันที่อากาศเย็นๆสบายๆ ป้ายหาเสียงมีติดตั้งกันทั่วพระนครเด้อครับเด้อเขมรประท้วงผู้บริหารโรงงานรองเท้าชาวจีนการทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดาทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทหารเขมร โพสต์เชิญชวน พร้อมแนบ QR Code ขอรับโอนเงินสนับสนุนภารกิจทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกแร็ปเปอร์ D.Ark พ้นผิดกล่าวหาว่าเสwกัญชากัมพูชาป่วน! โรงงานรองเท้าประท้วงหลายแห่ง เซ่นพิษไม่จ่ายค่าแรง–โบนัส ขณะไทยคุมเข้มชายแดน สกัด “ขอมดำดิน” 37 รายถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้ำเซินด่อง (Sơn Đoòng cave) ของประเทศเวียตนาม สวยมากมีจริงๆเลยเน่อจังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
“เฉิน จื้อ” ถูกส่งกลับจีนในคดีฉ้อโกงและค้ามนุษย์ข้ามชาติ เสี่ยงโทษจำคุกตลอดชีวิตและถูกยึดทรัพย์สิน หลังจากกัมพูชาถอดสัญชาติเกิดเหตุไฟไหม้ย่านช้อปปิ้งชื่อดังในโอซาก้ามัสก์เผย "เกาหลีใต้จะโดนเกาหลีเหนือกลืนกิน โดยไม่ต้องยิงแม้แต่นัดเดียว"กัมพูชาป่วน! โรงงานรองเท้าประท้วงหลายแห่ง เซ่นพิษไม่จ่ายค่าแรง–โบนัส ขณะไทยคุมเข้มชายแดน สกัด “ขอมดำดิน” 37 ราย
ตั้งกระทู้ใหม่