ออสเตรเลียเพิ่มงบกลาโหมสูงสุดเป็นประวัติกาล หลังจากความขัดแย้งในภูมิภาคทวีความรุนแรงมากขึ้น
ออสเตรเลียเพิ่มงบรายจ่ายด้านการทหารครั้งใหญ่
ในช่วง 10 ปีข้างหน้า งบรายจ่ายด้านการทหารของออสเตรเลียจะเพิ่มขึ้นเป็น 29,900 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 777,400 ล้านบาท) นับเป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลของออสเตรเลียเกี่ยวกับการแผ่ขยายแสนยานุภาพทางการทหารของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค
ตามเอกสารแผนนโยบายด้านกลาโหมปี 2559 ออสเตรเลียจะทุ่มงบประมาณด้านการทหารส่วนใหญ่ไปกับการต่อเรือดำน้ำ 12 ลำ ซึ่งจะเป็นเรือดำน้ำที่มีศักยภาพในการปฏิบัติการระดับภูมิภาค นอกจากนี้จะจัดสรรงบประมาณเพื่อสั่งต่อเรือพิฆาตอีก 3 ลำ เรือฟริเกตปราบเรือดำน้ำอีก 9 ลำ ซื้อเครื่องบินรบอีก 72 ลำ อากาศยานไร้คนขับ และอื่น ๆ อีก รวมทั้งเพิ่มกำลังพลอีก 2,500 เป็น 62,400 นาย โดยงบประมาณภายใต้แผนการนี้มีสัดส่วนคิดเป็น 2% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของออสเตรเลียในปี 2564
นายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล ระบุว่า ภัยคุกคามออสเตรเลียไม่ได้จำกัดอยู่ที่ปัญหาความขัดแย้งกับต่างชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยก่อการร้าย สงครามไซเบอร์ และปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกด้วย เขาบอกว่าแผนการใช้จ่ายด้านการทหารของออสเตรเลียเน้นหนักเพิ่มแสนยานุภาพทั้งทางบกและทางทะเล การป้องกันด้านไซเบอร์ การใช้เทคโนโลยีในการป้องกันตัวเอง นอกจากนั้นยังจะปรับปรุงศักยภาพของกองทัพเรือครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา
เอกสารฉบับนี้ยังระบุแผนยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของออสเตรเลียเอาไว้ 3 ประการ คือ ปกป้องพรมแดนทางตอนเหนือและช่องทางการสื่อสารทางทหารของออสเตรเลีย รักษาความมั่นคงในภูมิภาคใกล้เคียง และช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยของโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ออสเตรเลียยังคงเน้นย้ำความร่วมมือกับสหรัฐฯ และแสดงจุดยืนคัดค้านการถมทะเลสร้างเกาะเทียมในทะเลจีนใต้ พร้อมเรียกร้องให้อาเซียนและจีนร่วมกันกำหนดหลักการปฏิบัติสำหรับย่านทะเลจีนใต้โดยเร็ว
ดร.จอห์น แบล็กซ์แลนด์ จากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกลาโหม มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย บอกว่า ภาษาที่ออสเตรเลียใช้กล่าวถึงจีนในแผนนโยบายกลาโหมปีนี้มีความกร้าวมากกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน และ ชี้ว่าการที่จีนมีเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้นก็ยิ่งมีแนวโน้มจะไม่ยอมทำตามกฎเกณฑ์ที่ขัดต่อผลประโยชน์ของตน เห็นได้จากในเรื่องข้อพิพาทดินแดนและในปัญหาเรื่องไซเบอร์ ขณะเดียวกันระบุว่า แผนการใช้จ่ายด้านการทหารของออสเตรเลียที่มีสัดส่วน 2% ของตัวเลขจีดีพีไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล เพราะตัวเลขงบกลาโหมทั่วโลกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1- 2.3 % ของจีดีพี
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
ทำไมเก้าอี้ในโรงหนังต้องเป็นสีแดง..ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่หลักวิทย์ล้วนๆ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
อินเดียแห่เที่ยวกัมพูชา เปิดไฟลต์ตรง กระแสมรดกฮินดูมาแรง
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 2 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
หญิงวัย 66 กินแตงกวาวันละ 3 ครั้ง ผ่านไป 3 เดือน สุขภาพดีจนหมออึ้ง!!
โซเชียลวิพากษ์วิจารณ์เดือด “ครูเขมร” สอนเด็กบิดเบือนประวัติศาสตร์ กล่าวหาไทยเป็นชาติเนรคุณ
ดราม่าเดือดรับปีใหม่! กติกา 100 จับได้ 20 แม่โวยกลางไลน์ "ไม่คุ้ม"
ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันขึ้นปีใหม่ จาก "1 เมษายน" สู่ "1 มกราคม" เส้นทางความเปลี่ยนแปลงของปฏิทินไทย
โซเชียลวิพากษ์วิจารณ์เดือด “ครูเขมร” สอนเด็กบิดเบือนประวัติศาสตร์ กล่าวหาไทยเป็นชาติเนรคุณ
ราชสำนักกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซน ผนึกกำลังต้อนรับวีรบุรุษกองทัพ 18 นาย
ออสเตรเลียมอบเงินให้เขมร 250,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
บารมี "ท่านทองล้น" คนแห่ขอโชควันปีใหม่ 2569 ลุ้นเป็นเศรษฐีรางวัลที่ 1 รายที่ 19 แห่งวัดเขาช่องลม
90% ของผู้ใช้ไม่ทราบว่ารูเล็กๆ บนฝาปากกาลูกลื่นนั้นมีไว้เพื่ออะไร?
นายดำรงชัย ชีวะสุขะ เจ้าของโรงแรมเกาะช้าง ถูกชายเมาขับรถชน พบแอลกอฮอล์ในเลือด 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
Google เตือน... ระวังแฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ React2Shell
พบมัลแวร์ FvncBot สามารถดักการพิมพ์ของผู้ใช้ Android



