สะเทือนใจ! เปิดโปงเครือข่ายลักขโมยแมว 2,700 ตัวในเวียดนาม ถูกส่งต่อเข้าสู่การค้าเนื้อสัตว์
สะเทือนใจ! เปิดโปงเครือข่ายลักขโมยแมว 2,700 ตัวในเวียดนาม ถูกส่งต่อเข้าสู่การค้าเนื้อสัตว์
สำหรับคนรักแมวแล้ว สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งไม่ใช่เพียงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบ้าน แต่เป็นสมาชิกของครอบครัว เป็นเพื่อนที่คอยอยู่เคียงข้าง และเป็นสิ่งมีชีวิตที่เจ้าของผูกพันด้วยอย่างลึกซึ้ง การต้องสูญเสียแมวไปโดยไม่รู้ชะตากรรมจึงเป็นเรื่องที่สร้างความทุกข์ใจอย่างมาก แต่สำหรับเจ้าของแมวในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ความหวาดกลัวดังกล่าวกลับกลายเป็นเรื่องจริง เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดเผยคดีเครือข่ายต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการลักขโมยแมวจำนวนมหาศาล เพื่อนำไปจำหน่ายต่อในตลาดเนื้อสัตว์
รายงานข่าวเมื่อเดือนตุลาคม 2026 ระบุว่า ตำรวจในนครโฮจิมินห์ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 12 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายลักขโมยและจำหน่ายแมว โดยผู้ต้องสงสัยให้การว่ากลุ่มดังกล่าวจับและนำแมวไปขายประมาณ 2,700 ตัว เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เกรงว่าแมวของตนอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักษณะเดียวกัน
เครือข่ายที่ออกล่าแมวในช่วงกลางคืน
จากข้อมูลการสอบสวน เจ้าหน้าที่ระบุว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าทำหน้าที่รับซื้อแมวที่ถูกขโมย ก่อนรวบรวมไว้ในสถานที่พักสัตว์และส่งต่อให้ผู้ซื้อที่ต้องการนำไปใช้ประโยชน์ในตลาดเนื้อสัตว์
ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่จับแมวนั้นถูกกล่าวหาว่าออกตระเวนตามพื้นที่อยู่อาศัยในช่วงเวลากลางคืน โดยใช้รถจักรยานยนต์เดินทางไปตามชุมชนต่าง ๆ ตั้งแต่ประมาณ 23.00 น. จนถึง 04.00 น. บางกลุ่มใช้กับดักเพื่อจับแมวที่อยู่ภายนอกบ้าน และมีรายงานว่าสามารถจับแมวได้ประมาณ 4–10 ตัวต่อคืน
วิธีการดังกล่าวทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ปล่อยแมวออกไปเดินเล่นนอกบ้านต้องเผชิญกับความเสี่ยงอย่างมาก เพราะแมวอาจถูกจับไปโดยที่เจ้าของไม่ทันสังเกต เมื่อสัตว์หายตัวไป เจ้าของบางคนอาจคิดว่าแมวเพียงออกไปเที่ยวตามปกติหรือหลงทาง โดยไม่ทราบเลยว่าอาจมีเครือข่ายกำลังรวบรวมสัตว์เหล่านี้เพื่อนำไปขาย
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 และพบแมวมีชีวิตประมาณ 50 ตัว พร้อมกับดักและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจับและรวบรวมสัตว์ การสอบสวนต่อมานำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยทั้ง 12 คนในข้อหาลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม จำนวนแมวประมาณ 2,700 ตัวเป็นตัวเลขที่อ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่จำนวนสัตว์ที่เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมดในคราวเดียว
แมวที่ได้รับการช่วยเหลือ และเจ้าของที่ยังรอคอย
แม้การจับกุมผู้ต้องสงสัยจะเป็นความคืบหน้าสำคัญ แต่สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาคือชะตากรรมของแมวจำนวนมากที่อาจถูกนำผ่านเครือข่ายดังกล่าวไปแล้ว
หลังการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถนำแมวบางส่วนกลับมาดูแลได้ และมีแมว 13 ตัวที่ได้รับการส่งคืนให้เจ้าของ ส่วนแมวที่เหลืออยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานและองค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ ระหว่างที่พยายามตรวจสอบว่าแต่ละตัวเป็นสัตว์เลี้ยงของใคร
สำหรับเจ้าของที่ได้แมวกลับคืนมา นั่นอาจเป็นช่วงเวลาแห่งความโล่งใจหลังจากเฝ้าตามหาและกังวลมานาน แต่สำหรับครอบครัวที่ยังไม่พบสัตว์เลี้ยงของตน ความไม่แน่นอนยังคงเป็นสิ่งที่สร้างความเจ็บปวด เพราะพวกเขาไม่อาจรู้ได้ว่าแมวที่รักยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และจะมีโอกาสกลับบ้านอีกครั้งหรือเปล่า
กรณีนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า การช่วยเหลือสัตว์จากเครือข่ายค้าสัตว์ไม่ได้สิ้นสุดลงทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัย แต่ต้องมีการดูแลสัตว์ที่ได้รับการช่วยเหลือ ตรวจสุขภาพ จัดหาที่พักและอาหาร ตลอดจนพยายามตามหาเจ้าของเดิมให้ได้มากที่สุด
แมวที่ผ่านการถูกจับ กักขัง หรือเคลื่อนย้ายเป็นเวลานาน อาจมีความเครียดและปัญหาสุขภาพ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากสัตวแพทย์และผู้มีประสบการณ์ด้านสวัสดิภาพสัตว์
ปัญหาที่ใหญ่กว่าการขโมยสัตว์เลี้ยง
คดีนี้ทำให้สังคมกลับมาตั้งคำถามถึงปัญหาการค้าสัตว์และการคุ้มครองสัตว์เลี้ยงในเวียดนาม แม้ว่าการบริโภคเนื้อแมวจะยังมีอยู่ในบางพื้นที่ของประเทศ แต่การลักขโมยแมวจากเจ้าของโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องพิจารณาแยกกันอย่างชัดเจน
การซื้อขายหรือบริโภคเนื้อสัตว์กับการลักขโมยสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ในคดีนี้ ประเด็นสำคัญทางกฎหมายคือการนำสัตว์ของผู้อื่นไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และการรวบรวมสัตว์ที่ถูกขโมยเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดี
ขณะเดียวกัน การเคลื่อนย้ายและกักขังสัตว์จำนวนมากยังทำให้เกิดข้อกังวลด้านสวัสดิภาพสัตว์ หากไม่มีพื้นที่เพียงพอ อาหาร น้ำสะอาด และการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม สัตว์อาจได้รับบาดเจ็บ เกิดความเครียด หรือเจ็บป่วยได้ นอกจากนี้ การรวมสัตว์จำนวนมากจากหลายพื้นที่ไว้ในสถานที่เดียวกันยังอาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคติดต่อบางชนิดได้อีกด้วย
การป้องกันปัญหาจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการจับกุมผู้กระทำผิด แต่ควรครอบคลุมถึงการตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์ การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการลักทรัพย์ การยกระดับมาตรฐานการขนส่งและดูแลสัตว์ ตลอดจนการสร้างระบบที่ช่วยให้เจ้าของสามารถแจ้งสัตว์เลี้ยงสูญหายและติดตามข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เจ้าของแมวจะป้องกันความเสี่ยงได้อย่างไร?
แม้ไม่มีวิธีใดรับประกันความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงได้อย่างสมบูรณ์ แต่เจ้าของสามารถลดความเสี่ยงจากการสูญหายและการถูกขโมยได้หลายวิธี เช่น เลี้ยงแมวไว้ภายในบ้านหรือจัดพื้นที่ปิดที่ปลอดภัย ติดป้ายชื่อและข้อมูลติดต่อไว้กับปลอกคอ เลือกใช้ไมโครชิปตามความเหมาะสม และเก็บภาพถ่ายที่เห็นลักษณะเด่นของแมวไว้อย่างสม่ำเสมอ
หากแมวหาย ควรรีบแจ้งเพื่อนบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง และแจ้งความเมื่อสงสัยว่ามีการลักขโมย การมีภาพถ่ายและรายละเอียดของสัตว์อย่างชัดเจนจะช่วยให้การติดตามและยืนยันตัวตนทำได้ง่ายขึ้น
ที่สำคัญ ไม่ควรคิดว่าแมวที่ออกไปนอกบ้านเป็นประจำจะสามารถหาทางกลับมาได้ทุกครั้ง เพราะการเผชิญกับรถยนต์ สัตว์อื่น คนแปลกหน้า และกับดักที่อาจพบได้ในชุมชน ล้วนเป็นความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้
เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นเป้าหมายของอาชญากรรม
คดีแมวประมาณ 2,700 ตัวในเวียดนามเป็นเครื่องเตือนใจว่า สัตว์เลี้ยงที่เราเห็นเดินเล่นอยู่หน้าบ้านหรือในชุมชนอาจเผชิญความเสี่ยงมากกว่าที่คิด การลักขโมยสัตว์ไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่เจ้าของ แต่ยังทำให้สัตว์ต้องเผชิญกับความหวาดกลัว ความเครียด และความเสี่ยงต่อชีวิต
ตัวเลขหลายพันตัวอาจฟังดูเป็นเพียงสถิติในรายงานข่าว แต่สำหรับแมวแต่ละตัว มันคือชีวิตหนึ่งชีวิต และสำหรับเจ้าของแต่ละคน แมวตัวนั้นอาจเป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี เป็นสมาชิกของครอบครัว หรือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเติมเต็มชีวิตในแต่ละวัน
การป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงตกเป็นเหยื่อจึงต้องอาศัยทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ความร่วมมือของชุมชน และความรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพสัตว์ เพราะท้ายที่สุดแล้ว การคุ้มครองสัตว์ไม่ได้หมายถึงเพียงการช่วยเหลือพวกมันหลังเกิดเหตุ แต่ยังหมายถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้สัตว์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และไม่ต้องตกเป็นสินค้าในเครือข่ายอาชญากรรม
ภาพ Phuong Tham / Humane World for Animals Viet Nam
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
“นกปากกบ” (Tawny Frogmouth) เจ้าแห่งการพรางตัวแห่งรัตติกาล ผู้แปลงร่างเป็นท่อนไม้ได้อย่างแนบเนียน
รองเท้าหน้าตาแปลกกำลังเปลี่ยนความหมายของคำว่าสวย
บุหรี่ไฟฟ้าหน้าตาของเล่นพาอันตรายเข้าใกล้เด็กได้อย่างไร
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
เลข บอล.ชุปเปอร์บอล งวด 16 ต.ค 69
4 นิสัยชาร์จแบตมือถือผิดๆ ที่ทำแบตพังโดยไม่รู้ตัว
รวมเลขเด็ด 4 สำนัก งวด 16 ตุลาคม 2569 เทียบเลขเด่นบนล่าง จับตาเลข 93 และ 96
เล่นเกมกับคนอื่นแค่ไหนจึงกลายเป็นการนอกใจ
ส่องสถิติหวยออกสัปดาห์นี้ ย้อนหลัง 10 ปี พบเลขเบอร์เดิมซ้ำบ่อยจนน่าตกใจ!
ทำไมโพสต์เศร้าจึงกลายเป็นเดิมพันบนโซเชียล
รู้จัก “ซาฟฟรอน มายา สนูค” สาวไทยผงาด Miss Global 2026 โปรไฟล์ไม่ธรรมดา จบเกียรตินิยมอันดับ 1 จากอังกฤษ
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
จังหวัดที่มี“คนขายลอตเตอรี่” มากที่สุดในไทย
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
ปอ ตนุภัทร แจงชัด! ไม่ขอเปลี่ยนอันดับน้องพายุ แต่อยากได้คำตอบปมเสื้อสูบรถแข่งอันดับ 1
ไชยชนก” ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบ! จี้ “สส.ไอเดียร์” แจง ป.ป.ช. ปมบัญชีทรัพย์สินผิดปกติ ยันพรรคไม่ส่งทีมกฎหมายช่วย
น้องพายุคว้าอันดับ 1 แต่ยังไม่ได้รับถ้วย! TNP Motorsport ยื่นประท้วงผลโกคาร์ท ปมสเปกเครื่องยนต์
แฟนคลับช็อก! โกศอัฐิ “เหมยเยี่ยนฟาง” หายจากวัดโปหลินเกือบ 3 เดือน พี่ชายตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นดอลลาร์ฮ่องกง

