“ทางรัฐ” แจ้งเตือนน้ำท่วมซ้ำจนต้องหยุดส่งชั่วคราว ปัญหาไม่ใช่แค่รำคาญ แต่เสี่ยงทำให้คำเตือนสำคัญถูกมองข้าม
ภาพประกอบสร้างด้วย AI เพื่ออธิบายแนวคิดเรื่องการแจ้งเตือนซ้ำ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
คืนวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้ใช้แอป “ทางรัฐ” บางส่วนได้รับข้อความแจ้งเตือนน้ำท่วมซ้ำหลายครั้ง จนสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA ต้องออกมาชี้แจง
DGA ระบุว่า ข้อความดังกล่าวถูกส่งมาจากระบบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ซึ่งเชื่อมต่อกับแอปทางรัฐ และได้ ระงับการส่งข้อความจากระบบดังกล่าวเป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลา 22.15 น. วันที่ 3 ตุลาคม เพื่อประสานตรวจสอบและแก้ไขปัญหา
DGA ยังยืนยันว่า ข้อความซ้ำถูกส่งไปยัง ผู้รับรายเดิม ไม่ได้ถูกส่งผิดไปยังบุคคลอื่น แต่ข้อความบางส่วนที่ถูกส่งออกจากระบบไปแล้วอาจยังทยอยเข้าซ้ำได้ระยะหนึ่ง
ถ้ามองเพียงผิวหน้า เรื่องนี้อาจดูเป็นแค่ “บั๊กที่ทำให้มือถือเด้งรัว”
แต่สำหรับระบบเตือนภัย ปัญหาใหญ่กว่านั้นมาก
เพราะคำเตือนฉุกเฉินต้องทำให้คนรู้สึกว่า ถ้ามันเด้งขึ้นมา เราควรหยุดดู
ระบบเตือนภัยไม่ได้แข่งกันว่าใครส่งข้อความได้เยอะกว่า
เป้าหมายของการแจ้งเตือนภัยคือทำให้คนที่อยู่ในความเสี่ยง รับข้อมูลทันเวลา เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น และรู้ว่าควรทำอะไรต่อ
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ใช้แนวคิดเรื่อง risk communication เพื่ออธิบายการสื่อสารในภาวะฉุกเฉินที่ช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจและป้องกันตัวเองได้จากข้อมูลที่ได้รับ
เพราะฉะนั้น จำนวนข้อความไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จ
ข้อความหนึ่งข้อความที่
- ส่งถูกคน
- ส่งถูกเวลา
- ระบุพื้นที่ชัด
- บอกระดับความเสี่ยง
- และบอกว่าต้องทำอะไร
อาจมีค่ามากกว่าข้อความเดิมที่เด้งซ้ำหลายครั้ง
แล้ว “alert fatigue” คืออะไร?
ถ้ามือถือแจ้งเตือนเรื่องเดิมซ้ำ ๆ จนผู้ใช้เริ่มรู้สึกว่า “อ๋อ อันเดิมอีกแล้ว” พฤติกรรมที่อาจตามมาคือ คนเริ่มลดความสนใจลง
ในงานวิจัยเกี่ยวกับระบบเตือนภัยและการสื่อสารฉุกเฉิน มีคำว่า alert fatigue ใช้อธิบายภาวะที่ผู้รับได้รับคำเตือนมากหรือซ้ำถี่จนความสนใจและการตอบสนองต่อข้อความลดลง
งานศึกษาด้านการสื่อสารสาธารณสุขพบว่า เมื่อผู้รับได้รับข้อความฉุกเฉินจำนวนมากขึ้น ความสามารถในการจำเนื้อหาสำคัญอาจลดลง และการลดข้อความที่ซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกันอาจช่วยลดผลของ alert fatigue ได้
ภาพประกอบ AI แสดงแนวคิดเรื่องข้อมูลเตือนภัยหลายแหล่งและการแจ้งเตือนซ้ำ ไม่ใช่แผนผังระบบจริงของทางรัฐหรือ ปภ.
อีกงานวิจัยที่ศึกษาการแจ้งเตือนภัยทางอากาศในยูเครนพบว่า ประชาชนมีการตอบสนองต่อคำเตือนสูงในช่วงแรก แต่การตอบสนองลดลงเมื่ออยู่ภายใต้ภาวะฉุกเฉินต่อเนื่องเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม จุดนี้ต้องแยกให้ชัดว่า
ยังไม่มีหลักฐานว่ากรณี “ทางรัฐ” ครั้งนี้ทำให้ประชาชนเกิด alert fatigue แล้วจริง ๆ
แต่เหตุการณ์นี้ช่วยให้เห็นว่า ทำไมระบบเตือนภัยต้องควบคุมทั้ง “ความถี่” และ “ความซ้ำ” ให้ดี
เมื่อทุกข้อความดูเร่งด่วน ข้อความเร่งด่วนจริงอาจไม่เด่นอีกต่อไป
ลองสมมุติว่าโทรศัพท์เด้งเตือนข้อความเดิม 8 ครั้ง
ครั้งแรกเราอ่าน
ครั้งที่สองเราเช็ก
ครั้งที่สามเราเริ่มปัดทิ้ง
แต่ถ้าครั้งที่เก้ากลายเป็นข้อความใหม่ว่า “ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ให้ย้ายออกจากพื้นที่ทันที” ผู้ใช้ต้องแยกเองว่า ครั้งนี้ไม่เหมือน 8 ครั้งก่อน
นี่คือสิ่งที่ระบบเตือนภัยไม่ควรโยนภาระให้ประชาชนเป็นคนคัดกรองทั้งหมด
WHO ระบุด้วยว่า เวลาและจังหวะในการสื่อสารมีผลต่อการตอบสนอง เพราะในภาวะฉุกเฉิน คนสามารถได้รับข้อมูลจากหลายช่องทางพร้อมกันจนเกิด information overload ได้
ระบบที่ดีจึงต้องรู้ว่า “นี่คือเหตุเดิมหรือเหตุใหม่”
ในเชิงระบบ สิ่งสำคัญคือการแยก event ออกจาก notification
เหตุการณ์น้ำท่วมหนึ่งเหตุการณ์อาจมีการอัปเดตหลายครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกการอัปเดตต้องถูกส่งเป็นข้อความใหม่ในระดับความเร่งด่วนเดียวกัน
ระบบที่ดีควรพิจารณาอย่างน้อยว่า
- ข้อความนี้เป็นเหตุการณ์เดิมหรือไม่
- ผู้ใช้คนนี้ได้รับแล้วหรือยัง
- สถานการณ์เปลี่ยนจากเดิมจริงหรือไม่
- ระดับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือลดลง
- พื้นที่ของผู้รับยังอยู่ในขอบเขตเตือนหรือไม่
- จำเป็นต้องปลุกผู้ใช้ซ้ำทันทีหรือไม่
ถ้าการคัดกรองส่วนนี้ทำงานไม่ดีพอ การเชื่อมข้อมูลจากหลายหน่วยงานเข้าด้วยกันก็สามารถทำให้ข้อความเดิมถูกส่งซ้ำผ่านปลายทางได้
แต่ในกรณีนี้ DGA ระบุเพียงว่า ข้อความมาจากระบบ ปภ. ที่เชื่อมต่อกับทางรัฐ และกำลังประสานตรวจสอบสาเหตุ
จึงยังไม่ควรฟันธงเองว่าความผิดพลาดเกิดที่ระบบชั้นใด จนกว่าจะมีผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
“ส่งเร็ว” กับ “ส่งถูก” ต้องไปด้วยกัน
ระบบภัยพิบัติมีโจทย์ยากอย่างหนึ่ง
ถ้าช้าเกินไป ข้อความก็ไม่มีประโยชน์
แต่ถ้าส่งเร็วโดยไม่คุมคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของระบบก็อาจเสียหาย
WHO ระบุว่าการสื่อสารภาวะฉุกเฉินต้องรวดเร็ว แต่ความเร็วไม่ควรแลกกับความถูกต้อง และความเชื่อถือระหว่างหน่วยงานกับประชาชนมีผลต่อการที่คนจะทำตามคำแนะนำ
ดังนั้นสิ่งที่ระบบต้องรักษาไม่ใช่เพียง uptime
แต่คือ trust
ภาพประกอบ AI สื่อแนวคิด alert fatigue หรือความล้าจากการได้รับการแจ้งเตือนซ้ำ
แล้วผู้ใช้ควรทำอย่างไรถ้าเจอคำเตือนซ้ำ?
หลักง่าย ๆ คือ อย่าดูแค่ว่า “เคยเห็นข้อความนี้หรือยัง”
ให้เช็กด้วยว่า
เวลา / พื้นที่ / ระดับความเสี่ยง / คำแนะนำในการปฏิบัติตัว เปลี่ยนไปหรือไม่
ถ้าเหมือนเดิมทั้งหมด ก็มีแนวโน้มว่าเป็นข้อความซ้ำ
แต่ถ้ามีรายละเอียดใหม่ เช่น พื้นที่ขยาย ระดับน้ำเพิ่ม หรือมีคำแนะนำให้อพยพ ควรถือว่าเป็นข้อมูลใหม่จนกว่าจะตรวจสอบกับช่องทางทางการได้
ในช่วงที่ระบบหนึ่งมีปัญหา ควรติดตามช่องทางทางการอื่นควบคู่กัน เช่น ปภ. กรมอุตุนิยมวิทยา หรือหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่
เหตุการณ์นี้จึงเป็นมากกว่าบั๊กแจ้งเตือน
สิ่งที่เกิดขึ้นกับแอปทางรัฐไม่ได้แค่ทำให้โทรศัพท์ของผู้ใช้บางคนเด้งบ่อย
แต่มันสะท้อนโจทย์ใหญ่ของ Digital Government ว่า
เมื่อแอปหนึ่งกลายเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน ความน่าเชื่อถือของ notification ทุกครั้งก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของความน่าเชื่อถือของระบบนั้นด้วย
คำเตือนภัยที่ดีต้องเร็ว
แต่ต้องไม่เร็วแบบไร้การควบคุม
ต้องดังพอให้คนสนใจ
แต่ไม่ดังจนคนเริ่มปิดหู
และเมื่อข้อความสำคัญจริงมาถึง คนต้องยังเชื่อว่ามันคุ้มค่าที่จะหยุดทุกอย่างแล้วเปิดอ่าน
แหล่งที่มา
กรุงเทพธุรกิจ — DGA ชี้แจงกรณีแอปทางรัฐแจ้งเตือนน้ำท่วมซ้ำ
อ้างอิง https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1254904
World Health Organization — Emergencies: Risk communication
อ้างอิง https://www.who.int/news-room/questions-and-answers/item/emergencies-risk-communication
World Health Organization — Communicate at the right time
อ้างอิง https://www.who.int/about/communications/timely/communicate-at-the-right-time
PubMed — Public health communications and alert fatigue
อ้างอิง https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23915324/
PubMed — Public response to government alerts during the Russian invasion of Ukraine
อ้างอิง https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37094165/
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
10 ของใช้ที่มีข้อจำกัดขึ้นเครื่อง บางชิ้นต้องโหลด บางชิ้นห้ามโหลด
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
โภชนาการบำบัดคืออะไร? การปรับอาหารให้เหมาะกับโรคและร่างกาย
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
ย้อนรอยภาพถ่ายในอดีต: "การเลี้ยงลูกสไตล์โบราณ" ที่คนยุคนี้เห็นแล้วต้องทึ่ง!
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
ฟิลิปปินส์จับกุมคนงาน 244 คน (ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน) ในปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งหลอกลวงออนไลน์
10 สิ่งของที่ดูธรรมดามาก แต่เอาติดตัวไปต่างประเทศ อาจถูกยึดทันที!
อิหร่านตั้งเงื่อนไข 7 ข้อเพื่อบีบให้สหรัฐฯ ยอมอ่อนข้อ และเตือนว่า "พร้อมทำสงคราม"
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันศุกร์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ดาราดัง "อายากะ มิโยชิ" เผย "ฉันอาบน้ำกับพ่อ จนถึงอายุ 20"
ย้อนรอยภาพถ่ายในอดีต: "การเลี้ยงลูกสไตล์โบราณ" ที่คนยุคนี้เห็นแล้วต้องทึ่ง!
เบื้องหลังชุดกระโปรงสั้น Star Trek: สัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมหรือแฟชั่นแห่งยุค 1960s?
ย้อนรอยมหาอุทกภัยจอห์นสทาวน์ปี 1889 (Johnstown Flood): โศกนาฏกรรมเขื่อนแตกที่สะเทือนขวัญที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
10 สิ่งของที่ดูธรรมดามาก แต่เอาติดตัวไปต่างประเทศ อาจถูกยึดทันที!
น้ำท่วมทำป้ายทะเบียนรถหาย อย่าเพิ่งตกใจ! รู้หรือยังว่าขอป้ายใหม่ได้ และช่วงนี้มีมาตรการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ
10 สิ่งของที่ดูธรรมดามาก แต่เอาติดตัวไปต่างประเทศ อาจถูกยึดทันที!
เดือดกลางคดี! “ทนายเดชา” แจ้งตำรวจ หลังถูกข่มขู่ ลั่นหากอินฟลูฯ โดนหมายจับ อาจค้านประกัน
อิหร่านตั้งเงื่อนไข 7 ข้อเพื่อบีบให้สหรัฐฯ ยอมอ่อนข้อ และเตือนว่า "พร้อมทำสงคราม"
ดาราดัง "อายากะ มิโยชิ" เผย "ฉันอาบน้ำกับพ่อ จนถึงอายุ 20"

