อดีตไอดอลญี่ปุ่น "อายากะ โมจิซึกิ" เผย "ฉันเคยมีแฟนเป็นเด็กแว๊นซ์"
"อายากะ โมจิซึกิ" อดีตสมาชิกวงไอดอลท้องถิ่น "HR" จากจังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันทำงานเป็นนักเต้นระบำเสา ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของตัวเอง อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะช่วงที่เธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น ซึ่งเป็นช่วงที่ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะเธอเคยคบกับแฟนหนุ่มที่อายุมากกว่าเธอถึง 3 ปี และ แฟนคนดังกล่าวเป็นสมาชิกกลุ่มวัยรุ่นที่ขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ออกมารวมกลุ่มกัน หรือ ที่ในญี่ปุ่นเรียกว่า "โบโซโซคุ" ซึ่งเป็นภาพของกลุ่มวัยรุ่นที่มีชื่อเสียง ในเรื่องการขี่รถเสียงดัง รวมกลุ่มกันตอนกลางคืน และ บางครั้งก็มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มอื่นๆ...
"อายากะ โมจิซึกิ" เล่าว่า "จริงๆ แล้วตอนเด็กฉันไม่ได้เป็นเด็กเกเรเลย ตรงกันข้าม ฉันเป็นคนค่อนข้างจริงจัง แม้จะอยู่ในกลุ่มเด็กที่มีชื่อเสียงในโรงเรียนมาตั้งแต่ประถม แต่เมื่อเพื่อนๆชวนทำอะไรที่ไม่ควรทำ ฉันมักรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก เพียงแต่บางครั้งก็ถูกเพื่อนชักจูงจนทำตามไป ฉันยังมีความฝันอยากเป็นคนดังมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ เพราะครอบครัวค่อนข้างเข้มงวด และ มองว่าลูกควรเดินตามเส้นทางที่มั่นคงมากกว่า ฉันจึงเคยคิดว่าตัวเองอาจจะไปเป็นพยาบาลแทน..."
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตอนเธอเรียนมัธยมต้น เธอได้รู้จักแฟนหนุ่มผ่านเพื่อนคนหนึ่ง แฟนของเธอเป็นนักเรียนมัธยมปลายจากโรงเรียนอื่น และ อายุมากกว่าเธอ 3 ปี ที่สำคัญคือเขาเป็นเด็กเกเรและเกี่ยวข้องกับกลุ่มวัยรุ่น ที่ขี่มอเตอร์ไซค์รวมตัวกันอยู่แล้ว เมื่อเธอได้เข้าไปอยู่ในสังคมกลุ่มนี้ เธอก็ค่อยๆเริ่มมองว่า "การทำเรื่องผิดหรือทำสิ่งที่ผู้ใหญ่ห้ามนั้น เป็นเรื่องเท่..."
"อายากะ โมจิซึกิ" เล่าว่า "เพื่อนที่แนะนำให้รู้จักแฟนก็มีประสบการณ์กับเด็กเกเรมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน เพื่อนคนนี้เคยคบกับคนที่อายุมากกว่ามากตั้งแต่ยังเรียนประถม" ทำให้ "อายากะ โมจิซึกิ" ได้ยินเรื่องต่างๆ ที่เด็กวัยนั้นไม่ควรต้องมาเจอ ทั้งเรื่องบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ เรื่องความสัมพันธ์กับผู้ชาย เมื่อได้ฟังเรื่องเหล่านี้ เธอกลับรู้สึกว่าคนเหล่านั้นดูเป็นผู้ใหญ่และน่าสนใจ จนเริ่มคิดว่าตัวเองก็อยากเป็นแบบนั้น
"อายากะ โมจิซึกิ" ยอมรับว่า "ตั้งแต่ปีแรกของมัธยมต้น ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับบุหรี่ แอลกอฮอล์ และ เรื่องความรักกับผู้ชายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ฉันมองย้อนกลับไปในปัจจุบันและยอมรับว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่ดี และ ฉันเรียกมันว่าเป็นความประมาทในวัยเยาว์ แต่ในตอนนั้นฉันยังเด็กและคิดเพียงว่า การทำสิ่งที่คนอื่นห้ามจะทำให้ตัวเองดูโตและดูเท่"
ชีวิตของเธอในช่วงนั้นเริ่มห่างจากชีวิตนักเรียนปกติ เธอไม่ค่อยกลับบ้านและมักไปพักอยู่ที่บ้านแฟน กลุ่มวัยรุ่นที่เธอรู้จักมีสมาชิกประมาณ 30 คน แม้ในแต่ละครั้งจะมีคนออกมารวมตัวกันประมาณ 10 คน พวกเขามักไม่สนใจเรื่องการเรียน และออกไปขี่รถหรือเดินทางไปทั่วเมืองในเวลากลางคืน บางครั้งก็มีการทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มอื่น
"อายากะ โมจิซึกิ" ยืนยันว่า "ฉันเองไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาท และ ไม่ได้ใช้ยาเสพติด ฉันเคยดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ตั้งแต่ยังเรียนมัธยมต้นแค่นั้นเอง [ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมายสำหรับเด็กในวัยนั้น] ส่วนแฟนของฉันเองก็เคยสูบบางอย่างที่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เมื่อฉันถาม เขาบอกก็ว่า "เป็นบุหรี่จากอเมริกา" และเตือนฉันว่าอย่าสูบ พร้อมทั้งบอกฉันว่า "ผมไม่ต้องการให้คุณ เข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด"
แม้แฟนของเธอจะอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นเกเร แต่ "อายากะ โมจิซึกิ" บอกว่า "เขาคอยปกป้องฉันในเรื่องยาเสพติด ฉันจึงไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยตรง" อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนกลับไป "อายากะ โมจิซึกิ" ยอมรับว่า "การอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นตั้งแต่อายุยังน้อยมีความเสี่ยงมาก เพราะคนรอบตัวต่างก็ทำสิ่งที่ผิดกฎ หรือ ผิดกฎหมายเป็นเรื่องปกติ..."
ช่วงเวลานั้นยังเป็นยุคเฮเซของญี่ปุ่น ซึ่งวัฒนธรรมของกลุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ ยังเป็นภาพที่พบเห็นได้ในสังคมญี่ปุ่นมากกว่าปัจจุบัน "อายากะ โมจิซึกิ" เล่าว่า "ฉันเคยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของกลุ่มวัยรุ่น และ ยังจำเสียงที่กลุ่มของพวกเขามักตะโกนเล่นกันได้" เธอยังยอมรับว่า "ฉันเคยนั่งรถที่คนขับไม่มีใบอนุญาต แม้ตอนนั้นจะไม่เคยถูกตำรวจจับก็ตาม..."
เมื่อพูดถึงการแต่งตัว "อายากะ โมจิซึกิ" บอกว่า "กลุ่มวัยรุ่นในยุคนั้นไม่ได้แต่งตัวเหมือนแก๊งอาชญากรรมในหนัง แต่เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นของวัยรุ่นในยุคนั้น เช่น เสื้อสเวตเตอร์ลายต่างๆ และกางเกงยีนส์" เธอยังบอกอีกว่า "คนในกลุ่มบางคนมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่อยู่ในโลกใต้ดิน แต่ตัวฉันเองไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนเหล่านั้นโดยตรง" อย่างไรก็ตาม ชีวิตแบบเด็กเกเรของเธอไม่ได้ดำเนินต่อไปตลอดชีวิต เมื่อเข้าสู่ช่วงมัธยมปลาย เธอเริ่มรู้สึกว่าการทำเรื่องไม่ดีไม่ได้เท่อย่างที่เคยคิด เธอเริ่มรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ และ รู้สึกว่าตัวเองผ่านประสบการณ์เหล่านั้นมามากพอแล้ว จึงค่อยๆเลิกใช้ชีวิตแบบเดิม... แต่เธอก็ไม่ได้เปลี่ยนกลับมาเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาทันที เพราะกลุ่มเพื่อนของเธอก็เปลี่ยนไป เธอจึงหันมาเป็นวัยรุ่นสาวที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่นและการแต่งตัวมากขึ้น หรือ ที่เธอเรียกว่าเป็น "สาวแก๊งค์" มากกว่าเด็กเกเรแบบเดิม เธอย้อมผมเป็นสีบลอนด์ และ เริ่มใช้ชีวิตในสังคมวัยรุ่นมากขึ้น...
ในช่วงมัธยมปลาย "อายากะ โมจิซึกิ" ยังไปคาราโอเกะและคลับต่างๆ ในเมืองคุรุเมะ ซึ่งเธอเล่าว่า "บางสถานที่ไม่ได้ตรวจอายุอย่างเข้มงวด ทำให้เด็กที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์สามารถเข้าไปได้ ฉันยังคงใช้เวลาอยู่กับเพื่อนมากกว่ากลับบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ยังไปโรงเรียน" และ "ชีวิตในโรงเรียนช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขสำหรับฉัน เพราะฉันกับเพื่อนกินข้าวกลางวัน เล่นด้วยกัน และ ใช้เวลาร่วมกันเหมือนวัยรุ่นทั่วไป"
เรื่องความรักของเธอในช่วงมัธยมปลายก็มีหลายรูปแบบ เธอเคยคบกับนักเรียนชายจากชมรมฟุตบอล ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ธรรมดาแบบนักเรียนทั่วไป แต่คบกันได้ประมาณ 3 เดือนก็เลิกกัน เพราะเธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์แบบนั้น น่าเบื่อและไม่มีความตื่นเต้น หลังจากนั้น เธอมีแฟนอีกคนที่เธอรักมาก และเคยคิดถึงขั้นว่าจะแต่งงานกับเขา แต่ความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับจบลงด้วยเหตุการณ์ที่เธอไม่เข้าใจในตอนแรก วันหนึ่งเธอไม่สามารถติดต่อแฟนได้อีก ครูของเขาไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจึงถามซ้ำๆจนได้รับคำตอบเพียงว่า "หากเธอเป็นแฟนของเขา ก็ให้รอเขากลับมา..." ต่อมาเธอจึงได้รู้ว่าแฟนคนนี้ถูกส่งตัวไปอยู่ในสถานกักกันเยาวชน เนื่องจากมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น แต่เธอไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดในเวลานั้น ที่สำคัญคือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่เธอ กำลังเริ่มต้นเส้นทางการเป็นไอดอล แฟนของเธอขอให้ครูช่วยปิดเรื่องนี้ไว้ เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นรู้และไม่อยากสร้างปัญหาให้กับ "อายากะ โมจิซึกิ" ซึ่งตอนนั้นกำลังเริ่มทำงานในวงการบันเทิง เธอจึงใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี "อายากะ โมจิซึกิ" อายุประมาณ 19 หรือ 20 ปี แฟนเก่าคนนี้กลับมาติดต่อเธอผ่านโซเชียลมีเดีย เขาบอกความจริงว่า "ในช่วงที่หายไปจากโรงเรียน ผมถูกส่งตัวไปอยู่ในสถานกักกันเยาวชน" หลังจากนั้น ทั้งสองกลับมาคบกันอีกครั้งในช่วงหนึ่ง โดยเกิดขึ้นหลังจาก "อายากะ โมจิซึกิ" ประกาศว่าจะออกจากวงการไอดอล แต่ความสัมพันธ์ครั้งนี้ก็ไม่ได้ดำเนินต่อไปตลอดชีวิต สุดท้ายทั้งคู่ก็เลิกกันอีกครั้ง และ แยกทางกันไป...
ปัจจุบัน "อายากะ โมจิซึกิ" ไม่รู้ว่าอดีตแฟนของเธอใช้ชีวิตอย่างไร? และทำงานอะไรอยู่? เธอเพียงรู้ว่าเขายังคงเข้ามาดูโซเชียลมีเดียของเธอเป็นครั้งคราว...
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
ร่างกายตุ่นปากเป็ดแปลกกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นอย่างไร
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
ปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
ทำไมยอดโอลิมปัสมอนส์จึงดูเหมือนที่ราบ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
Blue Stragglers กลับมาดูสว่างในกระจุกดาวเก่าได้อย่างไร
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
ไรเดอร์รับลูกค้าผิด พาหนุ่มออทิสติกวัย 18 ปีออกจากคอนโด ก่อนพบเดินหลงข้างทาง
มัดรวมจับเลขชน สัตว์นำโชค 1 ตุลาคม 2569
สั่งของจากจีนราคาถูก อย่าเพิ่งคิดว่าถูกจริง เช็ก 7 กฎนำเข้าไทยก่อนสั่ง
สงครามนกกระจอกของจีนเปลี่ยนทุ่งนาให้กลายเป็นวิกฤตได้อย่างไร
สั่งของจากจีนราคาถูก อย่าเพิ่งคิดว่าถูกจริง เช็ก 7 กฎนำเข้าไทยก่อนสั่ง
ร่างกายตุ่นปากเป็ดแปลกกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นอย่างไร
ไรเดอร์รับลูกค้าผิด พาหนุ่มออทิสติกวัย 18 ปีออกจากคอนโด ก่อนพบเดินหลงข้างทาง
ระดับน้ำตาลในเลือดจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหนหากดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
เรื่องจริงที่ "โรงเรียนไม่เคยสอน" เปิด 5 ความลับรอบตัวที่เรามองข้าม
ไรเดอร์รับลูกค้าผิด พาหนุ่มออทิสติกวัย 18 ปีออกจากคอนโด ก่อนพบเดินหลงข้างทาง
ระดับน้ำตาลในเลือดจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหนหากดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่
กัมพูชาเตรียมจัดเวิร์กช็อป “Khmer Sbai” 6 ต.ค. เน้นการใช้สไบในประเพณีและงานแต่ง
อดีตนักบอลทีมชาติ "ไดโกะ นิชิ" ประกาศว่าแต่งงานกับดาราสาว "มามิ คามูระ" แล้ว!!