ผู้ว่าฯน่านสั่งปิด! ดินสไลด์โรงเรียนบ้านดอยติ้ว ลามกว่า 100 เมตร

เมื่อครู่ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ดินสไลด์และดินทรุดตัวบริเวณโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน แล้วรู้สึกว่านี่เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่ควรมองผ่าน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงดินถล่มจุดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วจบไป แต่เป็นการเคลื่อนตัวของมวลดินที่มีแนวโน้มขยายตัว และกำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่โรงเรียนโดยตรง
จากข้อมูลที่หน่วยงานด้านธรณีวิทยาลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าแนวการถล่มและการเคลื่อนตัวของดินบริเวณโรงเรียนบ้านดอยติ้วขยายตัวจากเดิมประมาณ 2 เมตร จนมีแนวการเคลื่อนตัวประมาณ 100 เมตร ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะลาดชัน และในช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ชั้นดินมีน้ำสะสมและมีความเสี่ยงต่อการเคลื่อนตัวเพิ่มขึ้น
เรื่องนี้จึงไม่ได้จบอยู่แค่คำว่า “ดินถล่ม” แต่กำลังกลายเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยของโรงเรียนทั้งพื้นที่ เพราะภายในโรงเรียนมีทั้งเด็กนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนที่อาจต้องเข้าไปใช้พื้นที่ หากพื้นดินยังไม่มั่นคง การปล่อยให้คนเข้าออกตามปกติย่อมเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
ล่าสุด นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด ได้ลงนามในคำสั่งจังหวัดน่านที่ 19662/2569 เรื่อง “ห้ามเข้าหรือให้ออกจากพื้นที่บริเวณโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน” โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2569 เป็นต้นไป และให้มีผลจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
คำสั่งดังกล่าวมีเหตุผลสำคัญจากสถานการณ์ดินสไลด์และดินทรุดตัวในพื้นที่ ซึ่งตรวจพบว่ามวลดินมีการเคลื่อนตัวเป็นแนวกว้างกว่า 100 เมตร และเริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งปลูกสร้างภายในโรงเรียนหลายแห่ง
สิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบตามข้อมูลของจังหวัด ได้แก่ อาคารอนุบาล 2 ชั้น โรงอาหารขนาด 80 ที่นั่ง อาคารสหกรณ์ร้านค้า และสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ยังพบผนังคอนกรีตแตกร้าว รวมถึงพื้นดินที่ทรุดตัวอย่างเห็นได้ชัด
เมื่ออ่านรายละเอียดตรงนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าความน่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 100 เมตรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การที่การเคลื่อนตัวของพื้นดินเริ่มส่งผลต่อสิ่งปลูกสร้างซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพราะอาคารที่แตกร้าวหรือพื้นดินที่ทรุดตัว ย่อมเป็นสัญญาณที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินอย่างละเอียด ไม่ควรอาศัยเพียงการมองด้วยสายตาว่า “ยังพอใช้งานได้”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 จังหวัดน่านได้ส่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านดอยติ้วเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ โดยพบว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนตัวของมวลดินเป็นแนวกว้างกว่า 100 เมตร และมีสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งได้รับผลกระทบ จึงมีการปิดพื้นที่เสี่ยงและห้ามนักเรียนเข้าไปในบริเวณดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
ทางจังหวัดยังได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนหลายด้าน ทั้งการกั้นเขตอันตราย การจัดการระบบระบายน้ำ และการพิจารณาเบี่ยงทางน้ำ เนื่องจากพบว่าน้ำจากหมู่บ้านและน้ำฝนไหลมารวมกันบริเวณจุดเดียว ทำให้ดินเกิดภาวะอิ่มน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการสไลด์ของพื้นที่ลาดชัน
ประเด็นเรื่อง “น้ำ” จึงเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ เพราะฝนไม่ได้ทำให้เกิดดินถล่มทุกแห่งเสมอไป แต่สำหรับพื้นที่ที่มีความลาดชันและมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่เอื้อต่อการเคลื่อนตัว เมื่อฝนตกหนักหรือตกต่อเนื่อง น้ำสามารถซึมสะสมในชั้นดินจนส่งผลต่อเสถียรภาพของลาดดินได้
กรมทรัพยากรธรณีลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์เมื่อวันที่ 14 กันยายน และพบว่าการถล่มมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยระบุว่าพื้นที่มีความลาดชันสูง และชั้นดินมีน้ำสะสมจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีการเสนอให้พิจารณาเรื่องการย้ายโรงเรียน เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
ข้อมูลก่อนหน้านี้ยังระบุว่า บริเวณดังกล่าวเคยพบการเคลื่อนตัวประมาณ 2 เมตร ก่อนจะมีการสไลด์เพิ่มเติมหลังเกิดฝนตกหนักและต่อเนื่องในช่วงวันที่ 9–18 สิงหาคมที่ผ่านมา นั่นหมายความว่าเหตุการณ์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่มีพัฒนาการต่อเนื่องจนหน่วยงานต้องยกระดับมาตรการรับมือ
และเมื่อย้อนกลับไปดูภาพรวม ก็จะเห็นว่าปัญหาไม่ได้มีเพียงตัวดินเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับสภาพพื้นที่โดยรวม ทั้งความลาดชัน ปริมาณน้ำ และความมั่นคงของชั้นดิน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกัน
ในระยะเร่งด่วน จังหวัดน่านจึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจและปรับระบบระบายน้ำ พร้อมเตรียมแผนอพยพและกำหนดจุดรวมพลที่ปลอดภัย หากเกิดฝนตกหนักหรือมีการเคลื่อนตัวของดินเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาสถานที่เรียนชั่วคราว เพื่อให้เด็กสามารถเรียนต่อได้โดยไม่ต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
ส่วนในระยะยาว จังหวัดน่านกำลังพิจารณาพื้นที่สำหรับก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ โดยจะต้องตรวจสอบความเหมาะสมของพื้นที่อย่างรอบด้าน ทั้งความมั่นคงของชั้นดิน สภาพภูมิประเทศ และการออกแบบอาคารให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อไม่ให้เด็กนักเรียนต้องกลับมาเผชิญกับความเสี่ยงลักษณะเดิมอีก
สำหรับคำสั่งล่าสุดของจังหวัดน่าน การห้ามบุคคลเข้า หรือให้ออกจากอาคารและพื้นที่เสี่ยง รวมถึงบริเวณโดยรอบ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะถูกห้ามตลอดไป แต่เป็นมาตรการด้านความปลอดภัยที่มีผลตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2569 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย
พูดง่าย ๆ ก็คือ ในช่วงเวลานี้พื้นที่โรงเรียนบ้านดอยติ้วไม่ใช่พื้นที่ที่ควรเข้าไปดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะยังมีความเสี่ยงจากการเคลื่อนตัวของมวลดิน และหากเกิดฝนตกหนักเพิ่มเติม สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้
สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือ เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยธรรมชาติบางชนิดไม่ได้มาแบบฉับพลันเสมอไป แต่สามารถส่งสัญญาณล่วงหน้าผ่านรอยแยก การทรุดตัว หรือการเคลื่อนตัวของพื้นดิน เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือการติดตามและประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรประเมินความปลอดภัยจากสายตาเพียงอย่างเดียว
โดยเฉพาะโรงเรียนซึ่งเป็นสถานที่ที่มีเด็กจำนวนมาก การตัดสินใจเรื่องความปลอดภัยจึงต้องเข้มงวดกว่าพื้นที่ทั่วไป เพราะหากเกิดเหตุขึ้นอย่างกะทันหัน การอพยพเด็กเล็กและบุคลากรจำนวนมากออกจากพื้นที่ลาดชันย่อมมีความยุ่งยากกว่าการป้องกันไม่ให้คนเข้าไปอยู่ในจุดเสี่ยงตั้งแต่ต้น
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่ควรจับตามองต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงว่า “ดินจะถล่มอีกหรือไม่” แต่คือการติดตามว่าพื้นที่มีการเคลื่อนตัวต่อเนื่องหรือหยุดลงหลังจากมาตรการจัดการน้ำและกั้นพื้นที่ถูกดำเนินการแล้ว รวมถึงผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญว่าจะสามารถฟื้นฟูพื้นที่เดิมได้หรือควรย้ายโรงเรียนไปยังพื้นที่ใหม่
เพราะตัวเลขจากประมาณ 2 เมตรขยายเป็นแนวการเคลื่อนตัวประมาณ 100 เมตรภายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ควรถูกมองข้าม และเมื่อมีอาคารหลายแห่งได้รับผลกระทบ มีทั้งรอยร้าวและพื้นดินทรุดตัว การยึดหลัก “ปลอดภัยไว้ก่อน” จึงเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลที่สุดในเวลานี้
เหตุการณ์โรงเรียนบ้านดอยติ้วจึงไม่ใช่เพียงข่าวดินถล่มในจังหวัดน่านเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลาดชันว่า เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องและเริ่มพบรอยแยก รอยร้าว หรือพื้นดินทรุดผิดปกติ อย่ารอให้เกิดความเสียหายรุนแรงเสียก่อนจึงค่อยหาทางรับมือ
สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการปล่อยให้เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินพื้นที่ ขณะที่ประชาชนควรเคารพแนวกั้นและคำสั่งห้ามเข้าอย่างเคร่งครัด เพราะไม่มีใครสามารถคาดเดาได้จากสายตาเพียงอย่างเดียวว่าพื้นดินที่กำลังเคลื่อนตัวจะหยุดอยู่ตรงไหน
สำหรับเด็กนักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียนบ้านดอยติ้ว สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการเห็นมากที่สุดคงไม่ใช่เพียงการกลับไปเปิดประตูโรงเรียนเดิมให้เร็วที่สุด แต่คือการได้กลับไปเรียนในสถานที่ที่มั่นคงและปลอดภัยจริง ๆ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว อาคารเรียนสามารถสร้างใหม่ได้ ถนนสามารถซ่อมแซมได้ และพื้นที่สามารถฟื้นฟูได้ แต่ความปลอดภัยของชีวิตเด็กและคนในชุมชนเป็นสิ่งที่ไม่ควรนำมาเสี่ยงแม้แต่น้อย
แหล่งที่มาของข้อมูล :
- Thai PBS News รายงานสถานการณ์โรงเรียนบ้านดอยติ้วและข้อมูลการตรวจสอบของกรมทรัพยากรธรณี ระบุการถล่มขยายจากประมาณ 2 เมตรเป็นประมาณ 100 เมตร พื้นที่มีความลาดชันสูงและชั้นดินอิ่มน้ำจากฝนตกต่อเนื่อง พร้อมเสนอพิจารณาย้ายโรงเรียน
- สำนักข่าวแนวหน้า รายงานคำสั่งจังหวัดน่านที่ 19662/2569 ลงนามโดยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้ห้ามเข้า หรือให้ออกจากพื้นที่โรงเรียนบ้านดอยติ้วและพื้นที่เสี่ยงโดยรอบ มีผลตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2569 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
- FM91 รายงานผลการลงพื้นที่ของกรมทรัพยากรธรณีเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งพบการถล่มขยายตัวเพิ่มขึ้น และระบุถึงปัจจัยด้านพื้นที่ลาดชันและชั้นดินอิ่มน้ำจากฝนตกต่อเนื่อง
- ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดน่านที่ Thai PBS นำเสนอ ระบุถึงมาตรการเร่งด่วน เช่น กั้นพื้นที่เสี่ยง ปรับระบบระบายน้ำ เบี่ยงทางน้ำ ซักซ้อมแผนอพยพ และการสำรวจพื้นที่สำหรับก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
โรงเรียนรัฐที่ค่าเทอมแพงที่สุดอันดับ 1 ของไทย เปิดตัวเลขจริง ปี 2569
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
รู้จัก “นมวัว” ผลไม้ป่ารสเปรี้ยวอมหวาน ชื่อแปลกแต่กินได้
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
เปิดรายได้ครู ตชด. พื้นที่ห่างไกล เงินเดือนเท่าไร ได้เงินเพิ่มอะไรบ้าง?
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
สาวสองรำแก้บน "แม่ตะเคียน" เจอเงาปริศนาโผล่ยิ้มให้..ทำเอาหลายคนขนลุกซู่!!
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
คนไทยกินปลาร้ากันเยอะขึ้น แล้วน้ำปลาร้ายี่ห้อไหนขายดีที่สุดในไทย?
เปิดรายได้ครู ตชด. พื้นที่ห่างไกล เงินเดือนเท่าไร ได้เงินเพิ่มอะไรบ้าง?
โรงเรียนรัฐที่ค่าเทอมแพงที่สุดอันดับ 1 ของไทย เปิดตัวเลขจริง ปี 2569
ทำไมปุ่มลิฟต์และปุ่มข้ามถนนบางแห่งกดแล้วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เผยอันดับประเทศที่ "จู๋ใหญ่" ที่สุดในโลกปี 2026..ชายไทยได้ที่โหล่
ส่องเลขเด็ดหวยลาววันนี้ 15 ก.ย. 69 รวมแนวทางสำนักดัง โค้งสุดท้ายก่อนหวยออก
ปาปัวนิวกินีมีภาษาถิ่นมากมายได้อย่างไร
สาวสองรำแก้บน "แม่ตะเคียน" เจอเงาปริศนาโผล่ยิ้มให้..ทำเอาหลายคนขนลุกซู่!!
สหรัฐฯ ยืนยันมี “อาวุธควบคุมอวกาศ” ประจำการในวงโคจรแล้ว
ดราม่าสะเทือนช่อง! เพจดังทิ้งบอมบ์ ‘พระเอกเบอร์ต้น’ ย่องพาเมียชาวบ้านขึ้นคอนโด... แชตหลุดสุดขนลุก ใบ้มาคำเดียวรู้ทั้งประเทศ!
ทำไมปีนี้ถึงมาช้าจัง? ส่องเคาะวัน ‘บุญข้าวสาก 2569’ เลื่อนขยับไปปลายเดือน... เผยไขปริศนาปีแปดสองหนที่คนอีสานต้องรู้!



