โต๊ะไม่ได้ผิดอะไร! กองปราบฯ แจงชัด ไม่ได้ยึดเป็นของกลาง แค่ย้ายออกจากวัดชั่วคราว หวั่นคนแห่ถ่ายรูป-ทำคอนเทนต์
โต๊ะไม่ได้ผิดอะไร! กองปราบฯ แจงชัด ไม่ได้ยึดเป็นของกลาง แค่ย้ายออกจากวัดชั่วคราว หวั่นคนแห่ถ่ายรูป-ทำคอนเทนต์
ประเด็นนี้ตอนแรกผมก็แอบคิดเหมือนหลายคนว่า “แล้วโต๊ะกลมตัวนั้นโดนยึดไปทำไม?” เพราะภาพที่เห็นคือโต๊ะซึ่งถูกพูดถึงว่าเป็นจุดเกิดเหตุ ถูกนำไปเก็บไว้ที่กองปราบฯ จนกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คนในโลกออนไลน์ตั้งคำถามกันไม่น้อย
แต่พอมีการชี้แจงในรายการ โหนกระแส วันที่ 11 ก.ย. 2569 เรื่องกลับไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ตำรวจบอกชัด ๆ ว่า โต๊ะไม่ได้ถูกยึดเป็นของกลางในคดี
แล้วเหตุผลที่นำออกจากวัดคืออะไร?
อันนี้แหละครับที่น่าสนใจ
เริ่มจากหนังสือร้องเรียนเพียง 1 ฉบับ
ในรายการมีการพูดถึงที่มาของคดี โดย พ.ต.ท. สมเดช สารบรรณ และ พ.ต.ท. กฤษฎา พลายละหาร รอง ผกก.1 บก.ป. ร่วมเปิดเผยข้อมูล
จุดเริ่มต้นมาจาก หนังสือร้องเรียนที่ไม่เปิดเผยชื่อผู้ร้อง ส่งตรงถึงกองปราบฯ ช่วงประมาณกลางเดือนกรกฎาคม
เรื่องร้องเรียนแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นใหญ่ ๆ คือ
หนึ่ง พฤติกรรมไม่เหมาะสมในเชิงชู้สาวของเจ้าอาวาส
สอง ข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารและการใช้เงินของวัด
ตำรวจจึงเริ่มตรวจสอบข้อมูล ก่อนจะมีหนังสือร้องเรียนอีกฉบับส่งตามมา พร้อม แฟลชไดรฟ์ที่มีคลิปวิดีโอ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัด
เมื่อเอาข้อมูลมาเทียบกับสิ่งที่ตำรวจสืบไว้ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าพบข้อมูลที่สอดคล้องกัน จนนำไปสู่การขยายผลในคดี
แล้วทำไม “โต๊ะกลม” ถึงมาอยู่กองปราบฯ?
นี่คือจุดที่ผมว่าหลายคนเข้าใจผิดกันได้ง่ายที่สุด
เพราะเมื่อเห็นโต๊ะถูกนำออกจากวัด หลายคนก็อาจคิดทันทีว่า ต้องเป็นของกลางแน่นอน
แต่ตำรวจยืนยันว่า ไม่ใช่
เหตุผลสำคัญคือ วัดพุทไธศวรรย์เป็น พระอารามหลวงและเป็นโบราณสถานสำคัญ
หลังคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ออกไป ทางคณะสงฆ์ คนในวัด และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงมีการหารือกันถึงเรื่องโต๊ะตัวดังกล่าว
ข้อกังวลหนึ่งคือ หากนำโต๊ะกลับไปตั้งไว้ที่เดิม เมื่อวัดเปิดให้ประชาชนเข้าไปตามปกติ อาจมีคนเดินทางไป ถ่ายรูป เช็กอิน หรือทำคอนเทนต์ กับโต๊ะตัวนี้
พูดตรง ๆ ก็คือ จากของใช้ธรรมดา ๆ ตัวหนึ่ง อาจกลายเป็น จุดถ่ายรูปที่เชื่อมโยงกับข่าวฉาว และอาจทำให้ภาพลักษณ์ของวัดรวมถึงพระพุทธศาสนาเสียหายมากขึ้น
จึงมีการเห็นร่วมกันว่า ย้ายออกจากจุดเดิมก่อนน่าจะดีกว่า
แต่เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีสถานที่เหมาะสมสำหรับเก็บรักษา กองปราบฯ จึงรับไว้ดูแลเป็นการชั่วคราว
ย้ำอีกครั้ง...ไม่ได้ยึด และไม่มีตรวจ DNA
ตำรวจอธิบายประเด็นนี้ค่อนข้างชัดว่า
โต๊ะไม่ได้ถูกยึดในฐานะของกลาง
เพราะจากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ โต๊ะตัวนี้ไม่ได้เป็นทรัพย์ที่มีไว้ ใช้ หรือได้มาจากการกระทำความผิด
ดังนั้นจึง ไม่ได้ถูกนำเข้าเป็นของกลางในสำนวนคดี
ส่วนกระแสข่าวเรื่องนำโต๊ะไปตรวจ DNA ตำรวจก็ชี้แจงว่า ไม่มีการตรวจพิสูจน์ DNA โต๊ะตามที่มีการพูดกันในโลกออนไลน์
ผมว่าอันนี้ต้องแยกให้ออกเลยนะครับ เพราะภาพที่โต๊ะถูกนำไปไว้ที่กองปราบฯ อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นการเก็บหลักฐานทางคดี แต่เหตุผลที่ตำรวจชี้แจงคือ เป็นการจัดการสถานที่และความรู้สึกของสังคมมากกว่า
แต่ในมุมความเชื่อ เรื่องนี้ยังมีอีกชั้น
ด้าน ดร.ประยุทธ์ ประเทศเสนา หรือ “มหาหมี” ให้มุมมองในเรื่องพระธรรมวินัยและความเชื่อโบราณว่า เมื่อโต๊ะไม่ได้เป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โต๊ะก็ยังถือเป็น ทรัพย์สินของวัด
หากจะนำออกจากวัดไปเก็บรักษาที่อื่น จึงมีประเด็นเรื่องการจัดการทรัพย์สินของสงฆ์ตามหลักที่เกี่ยวข้อง
มีการพูดถึงคำว่า “ผาติกรรม” ซึ่งเป็นแนวทางตามพระวินัยที่เกี่ยวข้องกับการสละหรือเปลี่ยนสถานะทรัพย์ของสงฆ์ โดยมีการชำระมูลค่าหรือทำให้ถูกต้องตามหลักที่กำหนด
ดังนั้น หากจะมีการนำโต๊ะไปเก็บรักษาอย่างถาวร ก็ยังต้องรอดูว่า คณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องจะกำหนดแนวทางกันอย่างไรต่อไป
ส่วนเรื่องพิธีกรรม ความเชื่อโบราณก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อีกประเด็นที่มหาหมีพูดถึงคือ ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับกรณีพระต้องอาบัติปาราชิกจากเรื่องผู้หญิง โดยมีการกล่าวถึงพิธีกรรมที่เรียกว่า “สวดอุบาทว์” ซึ่งเป็นความเชื่อและประเพณีบางสายที่มองว่าใช้เพื่อขจัดสิ่งอัปมงคลออกจากพื้นที่
ตรงนี้ผมมองว่า ต้องแยก “ข้อเท็จจริงทางคดี” ออกจาก “ความเชื่อทางศาสนาและประเพณี” ให้ชัดเจน
เพราะสิ่งที่ตำรวจดำเนินการย่อมต้องอาศัย พยานหลักฐานและกฎหมาย
ส่วนพิธีกรรมหรือความเชื่อก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่แต่ละคนจะพิจารณาตามความเชื่อของตัวเอง
สรุปง่าย ๆ โต๊ะตัวนี้ไม่ได้ถูกจับเป็นผู้ต้องหา
ผมว่าประโยคนี้น่าจะตอบคำถามคนที่สงสัยได้ดีที่สุด
โต๊ะไม่ได้ทำอะไรผิด และตำรวจไม่ได้ยึดเป็นของกลาง
ที่นำออกจากวัด เพราะต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้กลายเป็น จุดดึงดูดให้คนไปถ่ายรูป เช็กอิน หรือทำคอนเทนต์ซ้ำกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตอนนี้จึงเป็นการ นำไปเก็บรักษาไว้ชั่วคราว ส่วนอนาคตโต๊ะจะถูกนำกลับวัดหรือจะจัดการอย่างไร ต้องรอการหารือของหน่วยงานและคณะสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนตัวผมว่า เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ “โต๊ะธรรมดา” กลับกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของคดี ทั้งที่ตัวโต๊ะเองไม่ได้เป็นผู้กระทำอะไรเลย
สุดท้ายแล้วจะจัดการกันแบบไหน ต้องรอดูกันต่อครับ
5 เหตุการณ์เมืองทั้งเมืองต้องอพยพ หลังเจอภัยพิบัติครั้งใหญ่ บางแห่งกลายเป็นเมืองร้าง
จังหวัดที่หนาวที่สุดในไทย อาจไม่ใช่จังหวัดที่หลายคนคิด
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
เดือนไหนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยมากที่สุด เปิดสถิติ 12 เดือน ช่วงไหนคือ High Season ตัวจริง
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
ทำไมรูม่านตาแมวเป็นเส้น แต่ของคนกลับเป็นวงกลม?
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
ตำรวจเขาพนมบุกค้นบ้านเช่า รวบหญิงวัย 42 ซุกยาบ้า 4 เม็ดในผ้าห่ม อ้างใช้โทรศัพท์ติดต่อซื้อยา
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
5 เหตุการณ์เมืองทั้งเมืองต้องอพยพ หลังเจอภัยพิบัติครั้งใหญ่ บางแห่งกลายเป็นเมืองร้าง
ช็อกแฟนคลับ! “ปุ้มปุ้ย” เปิดใจปิดฉากชีวิตคู่ “กวินท์” ยุติสถานะสามีภรรยา ย้ำชัดไม่มีมือที่สาม
โรนัลโด้เปิดหมดใจ! แฉปม “เชซุส” ผิดคำพูด ก่อนตัดสินใจเดินออกจากแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส
แฮกเกอร์รัสเซียถูกตั้งข้อหาในสหรัฐฯ ในคดีวางแผนโจมตีด้วยมัลแวร์ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ 80,000 ราย
แฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านใช้ข้อเสนองานปลอมบน LinkedIn เพื่อติดตั้ง NodeRabbit และ PollCat RATs