กระแสโซเชียลถกหัก "เบี้ยวหนี้ กยศ. ติดเครดิตบูโรหรือไม่?"

กระแสโซเชียลถกหัก "เบี้ยวหนี้ กยศ. ติดเครดิตบูโรหรือไม่?" ผู้เชี่ยวชาญเตือน หนี้ไม่หาย แถมเจอมาตรการกฎหมายใหม่หักเงินเดือน-ฟ้องร้อง
กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ หลังจากมีผู้ใช้เว็บบอร์ดชื่อดัง Pantip ตั้งกระทู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยระบุข้อความสั้นๆ แต่ตรงประเด็นว่า "เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ยืมไปแล้วไม่จ่ายมันไม่ขึ้นบูโรหรอ" ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งในมุมมองของข้อกฎหมาย ระบบการจัดเก็บข้อมูลเครดิต และผลกระทบต่ออนาคตทางการเงินของผู้กู้
จากประเด็นดังกล่าว สร้างความเข้าใจผิดและข้อถกเถียงในหมู่ประชาชนและกลุ่มผู้กู้ยืมเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา (กยศ.) เป็นอย่างมากว่า หากผิดนัดชำระหนี้แล้ว ข้อมูลจะถูกส่งไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เหมือนกับสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ทั่วไปหรือไม่
ไขข้อข้องใจ: กยศ. กับระบบเครดิตบูโร
ในความเป็นจริง แม้ว่าปัจจุบันกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จะยังไม่ได้ส่งข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้เข้าสู่ระบบเครดิตบูโรเหมือนอย่างธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินทางการค้า แต่นั่น "ไม่ได้หมายความว่าการไม่ชำระหนี้ กยศ. จะไม่มีผลกระทบใดๆ"
วัตถุประสงค์ของ กยศ. คือการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ดังนั้นมาตรการในการติดตามหนี้ในช่วงที่ผ่านมาจึงเน้นไปที่การผ่อนผันและการประชานุเคราะห์เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นอย่างมาก เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนไว้ให้รุ่นน้องได้ใช้ศึกษาต่อ

ผลกระทบและผลเสียร้ายแรงของการไม่ชำระหนี้ กยศ.
ผู้ที่กู้ยืมเงิน กยศ. แล้วไม่ชำระคืนตามกำหนดเวลาหลังจากจบการศึกษา (โดยปกติจะมีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีหลังจบการศึกษา) จะต้องเผชิญกับขั้นตอนการติดตามและมาตรการทางกฎหมายตามลำดับ ดังนี้:
การคิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับผิดนัดชำระ: หากปล่อยให้มีการค้างชำระ ยอดหนี้จะเพิ่มขึ้นจากเบี้ยปรับและดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด
การหักเงินเดือน ณ ที่จ่าย: พ.ร.บ. กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับใหม่) กำหนดให้นายจ้างทั้งภาครัฐและเอกชน มีหน้าที่หักเงินได้นำส่งกรมสรรพากรเพื่อชำระหนี้ กยศ. ของพนักงานที่เป็นลูกหนี้ค้างชำระโดยตรง
การถูกฟ้องร้องดำเนินคดี: หากยังคงเพิกเฉย กองทุนจะทำการฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในชั้นศาลเพิ่มเติม
การบังคับคดี อายัดทรัพย์สิน และอายัดเงินฝาก: หากมีคำพิพากษาแล้วยังไม่ชำระ เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในการยึดทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน หรืออายัดบัญชีธนาคาร ทั้งของตัวลูกหนี้และ "ผู้ค้ำประกัน" (สำหรับสัญญาที่ยังมีผู้ค้ำประกัน)
กระทบอนาคตทางการเงินและการขอสินเชื่ออื่น
แม้ว่าข้อมูล กยศ. จะไม่ปรากฏในรายงานเครดิตบูโรโดยตรง แต่การถูกดำเนินคดี การถูกยึดอายัดทรัพย์ หรือการถูกหักเงินเดือน จะถูกบันทึกเป็นประวัติทางคดีแพ่งและกระทบต่อภาระทางการเงินโดยรวม (Debt Service Ratio - DSR) เมื่อสถาบันการเงินพิจารณาคำขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ หรือบัตรเครดิต หากพบว่าผู้กู้มีภาระถูกหักเงินเดือนหรือมีคดีความค้างชำระ สถาบันการเงินส่วนใหญ่ก็จะปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อทันทีเนื่องจากมองว่าเป็นลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง
นอกจากนี้ การไม่ชำระหนี้คืนกองทุนยังส่งผลกระทบต่อภาพรวมของสังคม เนื่องจาก กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียน เงินที่ลูกหนี้รุ่นพี่ชำระคืนกลับมา จะถูกนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนให้แก่หมุนเวียนให้นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องได้มีโอกาสเรียนต่อ การเบี้ยวหนี้จึงเป็นการตัดโอกาสทางการศึกษาของผู้อื่นโดยตรง
ทางออกสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการเงิน
สำหรับผู้กู้ยืมที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน หมุนเวียนเงินไม่ทัน หรือว่างงาน กองทุน กยศ. มีมาตรการช่วยเหลือและทางออกที่หลากหลาย ไม่แนะนำให้เงียบหายหรือหลบเลี่ยง โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้:
การลงทะเบียนปรับโครงสร้างหนี้: กองทุนเปิดให้ลูกหนี้สามารถลงทะเบียนปรับโครงสร้างหนี้เพื่อขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ ลดอัตราดอกเบี้ย หรือผ่อนปรนค่างวดให้เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายปัจจุบัน
การยื่นคำร้องขอผ่อนผัน: ในกรณีที่ตกงาน ประสบภัยพิบัติ หรือมีรายได้น้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สามารถยื่นเอกสารเพื่อขอผ่อนผันการชำระหนี้ได้ชั่วคราวตามเงื่อนไขของกองทุน
การติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์: ลูกหนี้สามารถตรวจสอบยอดหนี้ ลงทะเบียนแก้ไขปัญหา หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ผ่านแอปพลิเคชัน "กยศ. Connect" หรือเว็บไซต์ทางการของ กยศ.
สรุปได้ว่า แม้คำตอบของคำถามที่ว่า "เงินกู้ กยศ. ไม่จ่าย ไม่ขึ้นเครดิตบูโรใช่ไหม?" ในทางเทคนิคคือยังไม่เข้าสู่ระบบบูโร แต่ในทางปฏิบัตินั้น การเบี้ยวหนี้ กยศ. มีผลเสียร้ายแรงไม่แพ้ หรืออาจจะมากกว่าหนี้สินเชื่อทั่วไป ทั้งในเรื่องการถูกหักเงินเดือน การถูกฟ้องร้องยึดทรัพย์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อผู้ค้ำประกันและรุ่นน้องในอนาคต ดังนั้น ผู้กู้ยืมจึงควรวางแผนทางการเงินและติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้อย่างถูกต้องเมื่อประสบปัญหา เพื่อรักษาสิทธิและประวัติทางการเงินที่ดีของตนเองไว้
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
รวมหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่แปลกที่สุดของไทย เปิด 10 ชุมชนที่ทำเลไม่เหมือนหมู่บ้านทั่วไป
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
7 เหตุการณ์นักกีฬาสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยชัยชนะที่ไม่มีใครคาดคิด
10 เหตุการณ์ค้นพบสมบัติโบราณครั้งสำคัญ ที่ทำให้ประวัติศาสตร์ต้องเขียนใหม่
10 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนกฎหมายหรือมาตรการของประเทศ หลังเกิดเหตุร้ายแรง
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
7 เหตุการณ์ทางการทูตที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนไป
เปิดรายได้ผู้ประกาศข่าวมือใหม่ เทียบกับคนมีประสบการณ์ต่างกันแค่ไหน? เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่เท่าไร
7 เหตุการณ์นักกีฬาสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยชัยชนะที่ไม่มีใครคาดคิด
ช็อกแฟนคลับ! “ปุ้มปุ้ย” เปิดใจปิดฉากชีวิตคู่ “กวินท์” ยุติสถานะสามีภรรยา ย้ำชัดไม่มีมือที่สาม
โรนัลโด้เปิดหมดใจ! แฉปม “เชซุส” ผิดคำพูด ก่อนตัดสินใจเดินออกจากแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส
แฮกเกอร์รัสเซียถูกตั้งข้อหาในสหรัฐฯ ในคดีวางแผนโจมตีด้วยมัลแวร์ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ 80,000 ราย
แฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านใช้ข้อเสนองานปลอมบน LinkedIn เพื่อติดตั้ง NodeRabbit และ PollCat RATs