หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รวม 6 สถานที่ ที่ทางการกำหนดให้เป็นพื้นที่ห้ามเข้า!!

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน



ทั่วโลกมีสถานที่แปลกและสวยงามมากมายที่คนอยากเข้าไปดูด้วยตาตัวเอง เพราะบางแห่งมีธรรมชาติที่ไม่เหมือนที่อื่น บางแห่งมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และ บางแห่งก็มีความลึกลับจนทำให้คนรู้สึกอยากรู้อยากเห็น แต่ปัญหาคือสถานที่บางแห่งกลับไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าไปได้ เพราะเจ้าหน้าที่มองว่า "การปล่อยให้คนเข้าไปอย่างอิสระ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทำลายธรรมชาติ หรือ ทำให้สถานที่สำคัญเสียหาย!!" ดังนั้นหลายพื้นที่ทั่วโลกจึงถูกปิด ล้อมรั้ว หรือ ถูกจำกัดการเข้าอย่างเข้มงวด บางแห่งห้ามเข้าอย่างถาวร ในขณะที่บางแห่งจะเปิดหรือปิดตามสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้น


สถานที่แรก คือ "สุสานใต้ดิน" ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมส่วนที่เปิดอย่างถูกกฎหมายได้เป็นระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร โดยจะเดินลงไปใต้เมือง ผ่านอุโมงค์เหมืองหินเก่า และ เข้าไปยังห้องที่เก็บกระดูกของผู้คนหลายล้านคน กระดูกเหล่านี้ถูกนำมาเก็บไว้ใต้ดินหลังจากสุสานหลายแห่งในปารีสมีจำนวนศพมากเกินไป จนกลายเป็นปัญหาด้านสุขภาพของเมือง แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวเห็นนั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินทั้งหมด ใต้กรุงปารีสยังมีอุโมงค์เหมืองหินเก่าอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางส่วนมีทางเดินแคบ พื้นที่น้ำท่วม ทางตัน และ มีพื้นที่ๆไม่มั่นคง ทำให้การเข้าไปเองมีความเสี่ยง การสำรวจพื้นที่ๆไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมายมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนที่เรียกว่า "แคทาฟิลส์" แอบเข้าไปสำรวจอุโมงค์เหล่านี้ บางกลุ่มถึงกับสร้างห้องประชุม งานศิลปะ สถานที่จัดงานปาร์ตี้ และ โรงภาพยนตร์ลับขึ้นมาใต้เมือง เจ้าหน้าที่ปารีสจึงมีตำรวจพิเศษคอยตรวจสอบพื้นที่ใต้ดิน แล ะคนที่ถูกจับได้อาจถูกปรับ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากลัวกว่าการถูกตำรวจจับก็ คือ "การหลงทางอยู่ในเขาวงกตมืดๆใต้เมือง" เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีไฟ ไม่มีแผนที่ และ ไม่มีทางออกที่เตรียมไว้ให้เหมือนส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนั่นเอง

สถานที่ต่อมา คือ "ทะเลสาบเดือด" ในประเทศโดมินิกา สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ทะเลสาบธรรมดา เพราะเป็นปล่องภูเขาไฟที่มีน้ำร้อนเดือดอยู่ภายใน และ ตั้งอยู่สุดเส้นทางเดินที่ค่อนข้างลำบาก ในบริเวณที่เรียกว่า "หุบเขาแห่งความอ้างว้าง" นอกจากนี้ รอบๆยังมีบ่อน้ำพุร้อน ปล่องไอน้ำ แหล่งกำมะถัน และ พื้นที่ภูเขาไฟจำนวนมาก ในช่วงที่สภาพปกติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปยังจุดชมวิวบนขอบปล่องได้ แต่สถานที่แห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ระดับน้ำในทะเลสาบสามารถลดลงอย่างมากหรือถึงขั้นแห้งได้ และ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ช่องระบายควันอาจเปิดออก ทำให้มีโอกาสเกิดการระเบิดของไอน้ำหรือก๊าซขนาดเล็ก อันตรายนี้เคยเกิดขึ้นจริง ในปี 1901 ตอนที่ทะเลสาบเกือบแห้งสนิท เกิดการระเบิดของไอน้ำและก๊าซที่ปล่อยก๊าซอันตราย ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย นอกจากนี้บริเวณหุบเขาโดยรอบยังเคยเกิดการปะทุของไอน้ำ ในปี 1880 และ 1997 ด้วย ดังนั้นเส้นทางแห่งนี้จึงไม่ได้ถูกห้ามเข้าอย่างถาวร แต่ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับสภาพของภูเขาไฟ หากระดับน้ำอยู่ในระดับปกติ การไปเยี่ยมชมโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัย แต่หากทะเลสาบแห้งลง นักวิทยาศาสตร์แนะนำให้ระมัดระวังอย่างมาก และ ไม่ควรเข้าใกล้ขอบน้ำหรืออยู่บริเวณขอบปล่องนานเกินไป

อีกสถานที่หนึ่ง คือ "ถ้ำนัตตี้พัตตี้" ในรัฐยูทาห์ ประเทศอเมริกา เดิมทีถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับลูกเสือ นักศึกษา และ คนที่ชอบสำรวจถ้ำ เพราะอยู่ไม่ไกลและสามารถเข้าไปผจญภัยใต้ดินได้ แต่ปัญหาของถ้ำแห่งนี้คือทางเดินจำนวนมากแคบมาก แม้ถ้ำจะมีความยาวเพียงประมาณ 427 เมตร แต่คนที่เข้าไปบางคนก็เคยติดอยู่ภายในจนต้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ในปี 2006 ถ้ำเคยถูกปิดชั่วคราวเพื่อสร้างประตูและปรับระบบการขออนุญาต ก่อนจะเปิดอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม 2009 แต่เพียงประมาณ 6 เดือนหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น วันที่ 24 พฤศจิกายน 2009 นักศึกษาแพทย์ "จอห์น เอ็ดเวิร์ด โจนส์" วัย 26 ปี เข้าไปในถ้ำพร้อมครอบครัวและเพื่อนๆ ในระหว่างการสำรวจ เขาเข้าไปในช่องแคบที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่ และ ติดอยู่ในลักษณะห้อยหัวลง ช่องดังกล่าวมีความสูงเพียงประมาณ 10 นิ้ว และ กว้างประมาณ 18 นิ้ว ทีมกู้ภัยพยายามช่วยเหลือเขานานกว่าหนึ่งวัน และ ในช่วงหนึ่งสามารถยกตัวเขาขึ้นมาได้บางส่วน แต่ระบบเชือกและรอกเกิดปัญหา ทำให้เขาตกกลับลงไปในร่องหินอีกครั้ง หลังจากติดอยู่ประมาณ 27 ชั่วโมง เขาก็เสียชีวิต... เจ้าหน้าที่ประเมินว่า "การเข้าไปนำร่างของเขาออกมาจะทำให้ทีมกู้ภัยตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายแรง" ครอบครัวและเจ้าของที่ดินจึงเห็นชอบให้ปิดถ้ำอย่างถาวร ทางเข้าได้รับการเทคอนกรีต และ ถ้ำแห่งนี้ก็กลายเป็นอนุสรณ์ของ "จอห์น เอ็ดเวิร์ด โจนส์"

สถานที่ต่อมา คือ "พอยต์ลาโฮยา" ในเมืองซานดิเอโก ประเทศอเมริกา ที่นี่เป็นพื้นที่ริมทะเลที่สวยงามและสามารถมองเห็นสิงโตทะเลแคลิฟอร์เนีย ที่ขึ้นมาพักผ่อนบนโขดหินได้ ปัญหาไม่ได้เกิดจากภูมิประเทศหรือภูเขาไฟ แต่เกิดจากคน เพราะเมื่อมีสิงโตทะเลจำนวนมากขึ้น นักท่องเที่ยวบางคนพยายามเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูป เซลฟี่ หรือ ถึงขั้นพยายามสัมผัสตัวสัตว์ สิงโตทะเลเป็นสัตว์ป่าที่สามารถกัดหรือโจมตีคนได้ โดยเฉพาะเมื่อถูกรบกวน และ การที่คนเข้าไปใกล้ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ยังอาจส่งผลต่อแม่สิงโตทะเลและลูกของมันได้ด้วย เมืองซานดิเอโกจึงเริ่มปิดพื้นที่เป็นช่วงๆตามฤดูกาลตั้งแต่ปี 2021 ก่อนจะขยายมาตรการ และในปี 2023 ซึ่งทางสภาเมืองอนุมัติให้ปิดพื้นที่บางส่วนตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม การปิดพื้นที่ไม่ได้หมายความว่าคนจะมองสิงโตทะเลไม่ได้เลย นักท่องเที่ยวยังสามารถชมสัตว์จากพื้นที่ด้านนอกได้ และ ยังมีเส้นทางที่กำหนดไว้สำหรับคนที่ต้องการเข้าถึงมหาสมุทร เพียงแต่ไม่สามารถเดินเข้าไปบนโขดหินตามใจชอบเพื่อถ่ายรูปใกล้ๆได้ ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกปรับ และ การรบกวนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอาจผิดกฎหมาย ของรัฐบาลกลางด้วย!!

อีกแห่ง คือ "หมู่เกาะฟาราโลน" ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากซานฟรานซิสโกประมาณ 48 กิโลเมตร หมู่เกาะแห่งนี้มีโขดหินจำนวนมาก ลมแรง เข้าถึงยาก และ ทะเลรอบๆก็มีชื่อเสียงเรื่องฉลามขาว แต่เหตุผลหลักที่ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปเที่ยวได้ ไม่ได้มีเพียงเรื่องฉลาม เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนเกาะ หมู่เกาะฟาราโลนเป็นพื้นที่ทำรังของนกทะเลที่สำคัญมาก และ ยังเป็นบ้านของแมวน้ำ สิงโตทะเล พืชพื้นเมือง แมลง ซาลาแมนเดอร์ และ นกทะเลแอชชีสตอร์มเพทเรล ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรโลก หากคนจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ แม้จะทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้นกที่กำลังทำรังตกใจ ทำให้สัตว์ทะเลหนี ทำให้มีพืชต่างถิ่นเข้ามา หรือ ทำลายพื้นที่ที่สัตว์ใช้เป็นบ้านได้ รัฐบาลอเมริกาจึงเริ่มคุ้มครองบางส่วนของหมู่เกาะตั้งแต่ปี 1909 และ ต่อมาพื้นที่เกือบทั้งหมดได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ ส่วนทะเลรอบๆก็ได้รับการคุ้มครองเช่นกัน ปัจจุบันการเข้าไปในพื้นที่โดยทั่วไปจึงจำกัดไว้สำหรับนักวิจัยและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น!!

สถานที่สุดท้าย คือ "บันไดฮาอิกู" หรือ ที่หลายคนเรียกว่า "บันไดสู่สวรรค์" ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะโออาฮูของฮาวาย บันไดเหล็กแห่งนี้มีถึง 3,922 ขั้น และ ทอดขึ้นไปตามภูเขาโคโอเลา ยิ่งสูงขึ้นก็ยิ่งเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าที่สวยงาม จึงกลายเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่มีชื่อเสียงมาก แต่ความสวยงามไม่ได้แปลว่าคนสามารถขึ้นไปได้ เพราะการเดินบนเส้นทางนี้ผิดกฎหมาย เดิมบันไดถูกสร้างโดยกองทัพอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้เป็นทางเข้าสถานีวิทยุ ต่อมาหน่วยยามฝั่งก็ใช้บันไดนี้ และ ช่วงหนึ่งนักเดินป่าสามารถใช้งานได้ แต่เจ้าหน้าที่ปิดเส้นทางไม่ให้ประชาชนใช้ตั้งแต่ปี 1987 อย่างไรก็ตาม เมื่อภาพวิวจากด้านบนแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต คนจำนวนมากก็ยังแอบเข้าไป บางคนปีนข้ามรั้ว เดินผ่านพื้นที่ส่วนตัว และ เข้าไปในชุมชนใกล้เคียง ตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านต้องเจอกับเสียงดัง ขยะ การทำลายทรัพย์สิน และ การบุกรุก ในขณะเดียวกันหน่วยกู้ภัยก็ต้องช่วยเหลือคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือติดอยู่บนภูเขาหลายครั้ง เมืองโฮโนลูลูเคยคิดจะซ่อมบันไดและทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีการจัดการ แต่การทำแบบนั้นต้องใช้งบประมาณหลายล้านดอลลาร์ และ ยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ความรับผิดทางกฎหมาย และ ทางเข้าที่อยู่ใกล้ชุมชน โดยในปี 2021 สภาเมืองโฮโนลูลูจึงลงมติให้รื้อบันไดออก...

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีเช็กก่อนเปย์ ! 7 ของขวัญที่ตามความเชื่อโบราณ “ไม่ควรซื้อให้แฟน”ส่องสถิติหวยงวด "16 กันยายน" ย้อนหลัง 10 ปี (2558–2567) สรุปเลขไหนออกบ่อยสุด!ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทยตามหาตำบลที่มีแหล่งน้ำชุมชนมากที่สุดราเมือกไม่มีสมอง แล้วมัน “จำทาง” หรือแก้เขาวงกตได้อย่างไร?รวมแนวทางสถิติเลขเด่นสำนักดัง งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 25695 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบสัญญาณเตือนจากหลังคาโลก เมื่อหิมาลัยเปลี่ยนไป ชีวิตเบื้องล่างจะอยู่อย่างไรเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทจังหวัดไหนหนาวที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับปี 2568 เฉลี่ย 16°C
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนเตรียมอนุบาลในไทย ค่าเทอมแพงจนต้องร้องว้าว! อันดับ 1 จ่ายปีละกี่แสน?ราเมือกไม่มีสมอง แล้วมัน “จำทาง” หรือแก้เขาวงกตได้อย่างไร?จังหวัดไหนหนาวที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับปี 2568 เฉลี่ย 16°Cสัญญาณเตือนจากหลังคาโลก เมื่อหิมาลัยเปลี่ยนไป ชีวิตเบื้องล่างจะอยู่อย่างไรเช็กก่อนเปย์ ! 7 ของขวัญที่ตามความเชื่อโบราณ “ไม่ควรซื้อให้แฟน”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
หญิงวัย 64 ปีเสียชีวิตจากการถูกวัวขวิด ในงานเทศกาลงานหนึ่งไทยพึ่งพาอิสราเอลมากแค่ไหน? เปิด 10 สินค้าที่ไทยนำเข้าจากอิสราเอลผู้คน 150 คนอพยพหนีตาย หลังโรงแรมชื่อดังถูกไฟไหม้รัสเซียจะตัดเงินค่าจ้างครั้งเดียวของทหารรับจ้าง หากละเมิดกฎหมายภายในประเทศ
ตั้งกระทู้ใหม่